11.8.63

9 วิธีออมเงิน จากเงินร้อยไปสู่เงินล้าน เงินเดือนน้อยก็ทำได้




9 วิธีออมเงิน จากเงินร้อยไปสู่เงินล้าน เงินเดือนน้อยก็ทำได้


      ในช่วงวิกฤตโควิดแบบนี้ ทุกคนคงเข้าใจกันดีแล้วว่า การมีเงินทุนสำรองไว้เลี้ยงชีพ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการมีรายได้มากกว่าทางเดียว แต่ทุกเส้นทางย่อมไม่มีทางลัดทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องอาศัยการเรียนรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจ หล่อหลอมนิสัย สร้างวินัยให้เรา ซึ่งบทความนี้ก็หนีไม่พ้น การเก็บออมเงินแบบเบสิค เป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้ และควรปลูกฝังตั้งแต่เด็ก

การเก็บเงินหลักร้อย ไปสู่เงินล้านนี้ ไม่ได้พูดเกินจริง เป็นสิ่งที่ทุกคนเริ่มต้นลงมือทำได้ทันที จะเห็นผลมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็อยู่ที่ตัวคุณเอง ลองทำดูก่อน รับรองว่าอย่างน้อยที่สุด คุณจะมีเงินเก็บเยอะขึ้นแน่นอน

1. หยอดกระปุกทุกวัน

วิธีนี้เป็นการเริ่มเก็บเงินที่ง่ายที่สุด และยังเป็นจุดเริ่มต้น ในการสร้างนิสัยรักการออมให้กับตัวเองอีกด้วย อย่างน้อง ๆ ที่ยังไม่ได้หารายได้เอง ไม่ได้มีรายได้แน่นอน ก็ใช้วิธีหักค่าขนมมาหยอดกระปุกไว้ทุกวันจะมากหรือน้อยก็ขอให้หยอดตามความสามารถ สำหรับคนที่ทำงาน มีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว ก็ให้หักจากเงินเดือน 10% ของเงินเดือน สำหรับการออม รับรองว่าต้อง มีเงินเก็บได้สักก้อนใน 1 ปี แน่นอน

2. แบ่งเงินใช้เป็นวัน ๆ

เวลาเงินเดือนออก เมื่อเห็นเงินจำนวนมาก ก็อยากจะให้รางวัลตัวเอง โดยการไปกินของแพง ๆ อร่อย ๆ หรือซื้อของที่ตัวเองอยากได้ เพื่อตอบแทนที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งเดือนแต่การทำแบบนี้ จะเป็นการทำให้ใช้เงินไม่พอเดือนมากกว่า เราแนะนำว่าเมื่อเงินเดือนออก ให้คุณถอนเงินมาเพื่อแบ่งใช้ในแต่ละวันไปเลย ใส่ถุงซิปไว้เป็นวัน ๆ จนครบ 30 วัน

เงินส่วนหนึ่งให้แบ่งไว้จ่ายภาระที่ต้องจ่ายทุกเดือน อย่างค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ที่เหลือก็จัดสรรให้ส่วนอื่น ๆ ต่อไป ถ้าเงินเหลือจากการแบ่งใช้ในแต่ละวัน ก็นำไปหยอดกระปุกอีกที รับรองว่าคุณจะมีเงินเหลือเก็บ มากจนนึกไม่ถึงเลยล่ะ

3. ห่อข้าวไปกินเอง

สำหรับน้อง ๆ ที่ยังเรียนอยู่ ก็อาจจะให้คุณแม่ทำอาหารไว้ให้ แล้วห่อไปกินที่โรงเรียนตอนกลางวัน สำหรับคนวัยทำงานก็ให้ตื่นเช้าสักหน่อย เพื่อมาเตรียมอาหารสำหรับไปกินที่ทำงานการทำอาหารกินเอง ยังไงก็ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าไปซื้อจากข้างนอกกินอยู่แล้ว เดือน ๆ หนึ่งจ่ายค่าอาหารกลางวัน ไม่ใช่น้อย ๆ นะ ถ้าเราลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ก็จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น

4. เน้นดื่มน้ำเปล่า มากกว่าน้ำหวาน

น้ำเปล่านั้นมีราคาถูกกว่าน้ำหวาน อย่างชากาแฟ หรือน้ำอัดลมอยู่แล้ว ถ้าเราดื่มน้ำเปล่าจนติดเป็นนิสัย จะทำให้เราไม่อยากดื่มน้ำหวานบ่อย ๆนอกจากจะช่วยให้เราประหยัดเงินได้มากขึ้นแล้ว น้ำเปล่าก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย มากกว่าการดื่มน้ำหวานเป็นประจำอีกด้วยนะ

5. ลดรายจ่ายค่าเน็ต หรือใช้ Wifi สาธารณะดีกว่า

เส้นทางการเป็นเศรษฐี ต้องเริ่มจากการใช้เงินให้มีประโยชน์ที่สุดนี่แหละ สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไกล ทำให้เราต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างค่าเน็ต ค่าโทรศัพท์ แต่บางคนก็ใช้งานไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป

ฉะนั้น ลองหาโปรโมชั่นที่เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด เพื่อที่จะได้ราคาต่ำที่สุด หรือใครที่ไม่ได้เดือดร้อนในการใช้เน็ต ก็อาจจะใช้เป็น Wifi สาธารณะ จะช่วยให้เราไม่มีรายจ่ายส่วนนี้ ประหยัดไปได้หลายร้อยเลยนะแต่ละเดือน

6. ซื้อแต่ของที่จำเป็น และต้องใช้จริง ๆ เท่านั้น

การช้อปปิ้งไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากเรามีเงินเหลือมากพอที่จะไปซื้อของ หรืออาจจะจำเป็นต้องซื้อมาใช้งานจริง ๆ ก็ไม่ว่ากัน แต่การต้องไปช้อปปิ้ง ซื้อกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า

ของจิปาถะทุกเดือน หรือทุกครั้งที่เห็นป้ายลดราคา มันคงจะไม่ดีแน่ หากจะอยากเป็นเศรษฐีก็ต้องรู้จักเก็บและรู้จักใช้เงินนะ เราไม่จำเป็นต้องซื้อของที่อยากได้ ภายในเดือนเดียวก็ได้

7. งดสังสรรค์ปาร์ตี้

สำหรับสายปาร์ตี้อาจจะไม่ต้องเลิกถาวร แต่ให้ลดจำนวนครั้งลงมาบ้าง เลือกไปเฉพาะงานที่สำคัญ อย่างเช่น งานวันเกิดเพื่อน หรืองานแสดงความยินดี แต่ไม่ควรเกินเดือนละ 2 ครั้ง

เพราะการไปสังสรรค์แบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และยังเป็นสิ่งที่ให้โทษต่อสุขภาพเราในระยะยาวอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบแนวนี้ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร และยังมีเงินเก็บได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

8. หารายได้เสริมจากหลายช่องทาง

นอกจากการเก็บออมแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือการหารายได้เพิ่ม ตั้งใจเก็บอย่างเดียวก็คงจะรวยช้า แต่ถ้าสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นได้ ก็จะยิ่งร่นระยะเวลาไปได้เยอะ  อาจจะหาของไปขายที่ตลาดนัดในวันหยุด ขายของออนไลน์

สตรีมเกม ตัดต่อวีดีโอคลายเครียดลงเฟซบุ๊ค สร้างคอนเท้นต์วีดีโอลงยูทูป วาดสติ๊กเกอร์ไลน์ หรือรับงานฟรีแลนซ์ ที่สามารถทำได้หลังเลิกงานประจำ บางทีงานอดิเรกที่สร้างรายได้เหล่านี้ อาจทำรายได้มากกว่างานประจำก็ได้นะ

9. รู้จักการลงทุน ทำเงินให้งอกเงย

อย่างที่บอกว่าก้าวแรกของความรวยคือการเก็บออม แต่ก้าวต่อไปต้องรู้จักลงทุนให้เป็น จึงจะไปถึงหลักล้านได้โดยใช้เวลาไม่นานเกินไป ฉะนั้น เงินออม ควรจะมีสำหรับใช้จ่ายในยามวิกฤตอย่างน้อย 1 ปี

ยกตัวอย่างเช่น แอดมินเอง ใช้เงินวันละ 200 บาท ไม่มีภาระต้องผ่อนจ่ายอะไร ก็ควรมีเงินเก็บ 7 หมื่นบาทก็เพียงพอแล้ว เมื่อเก็บได้มากกว่านั้น ควรเปิดบัญชีใหม่ เป็นบัญชีเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะ

ส่วนบัญชีเงินออม เมื่อครบตามที่ตั้งใจไว้แล้ว ห้ามนำมาใช้เด็ดขาด ยกเว้นว่าจะถึงวิกฤตชีวิตจริง ๆ (ให้เก็บลืมไปได้เลย หากบัญชีเงินออม มีบัตร ATM ควรไปยกเลิกด้วย)

มาพูดถึงการลงทุน ให้เงินสร้างรายได้ให้เรา การลงทุนนั้นมีหลายแบบ มีความเสี่ยงสูง-ต่ำที่แปรผันตามค่าตอบแทน ยิ่งเสี่ยงมากก็มีโอกาสได้มาก แต่ถ้าเสี่ยงน้อยก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนน้อยตามไปด้วย

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงต้องศึกษา หาความรู้ให้ดีก่อนทุกครั้ง และต้องระวังแชร์ลูกโซ่ที่มักแฝงมาในรูปแบบของการลงทุน หากใครมาชวน โดยที่ให้ผลตอบแทนโอเวอร์เกินไป ให้ฟันธงไว้เลยว่าแชร์ลูกโซ่แน่นอน

ที่มา ยืนยิ้ม


Previous Post
Next Post

post written by: