26.8.63

หญิงกาฬสินธุ์วัย 47 โดน กยศ.ทวงเงิน มั่นใจข้อมูลผิด ยันปิดยอดไปตอนปี 53

หญิงกาฬสินธุ์วัย 47 โดน กยศ.ทวงเงิน มั่นใจข้อมูลผิด ยันปิดยอดไปตอนปี 53

สาวเกษตรกรวัย 47 ปี เข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ปมถูก กยศ.ส่งจดหมายทวงเงินกู้ คาดข้อมูลผิด หลังพบไปทำงานเป็นพนักงาน บ.เอกชน ทั้งที่ทำเกษตรมานับ 10 ปี ยืนยันชำระหมดไปตั้งแต่ปี 53
 
จากกรณีหญิงวัย 47 ปี เจ้าของสวนเกษตรไร่ภูทองใบ ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ สุดงงได้รับใบทวงหนี้ กยศ.จำนวน 34,500 บาท ยืนยันจ่ายครบปิดบัญชีตั้งแต่ปี 2553 ระบุใบทวงหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโผล่มาหาตนได้อย่างไร วอนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ละเอียด ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2563 ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นางจิตตานันท์ สุริยะพงษ์ธร อายุ 47 ปี ชาวบ้านโคกแง้ หมู่ 5 ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าพบ นายสุวิศิษฐ์ จำนงพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอคำปรึกษา หลังได้รับหนังสือแจ้งการชำระหนี้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.ดังกล่าว

นางจิตตานันท์ กล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือทวงหนี้จาก กยศ. ทำให้ตนและคนในครอบครัวรู้สึกเครียดมาก เนื่องจากตนได้จ่ายชำระและปิดบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2553 โดยต้องขอยืนยันอีกครั้งหนึ่ง เพราะดำเนินการด้วยตนเองที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสามพราน จ.นครปฐม ขณะเดินทางไปทำธุระที่จังหวัดนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับหนังสือ ตนพยายามโทรติดต่อกับทางธนาคารกรุงไทย และ กยศ.ตลอด แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าหรือได้ข้อมูลใหม่เพิ่มเติม นอกจากจะบอกให้ตนหาใบเสร็จ เมื่อครั้งชำระปิดบัญชีเงินกู้ กยศ.ไปยืนยัน แต่ตนไม่สามารถหาพบได้ เพราะเวลาผ่านมานานถึง 10 ปีแล้ว
นางจิตตานันท์ กล่าวอีกว่า เมื่อตกอยู่ในสภาพนี้ก็เหมือนหมดสิ้นหนทาง ที่จะหาหลักฐานไปหักล้างได้ เพราะทางธนาคารและกยศ.ยืนยันว่าเช็กในระบบพบข้อมูลได้แค่นั้นว่า มีประวัติโอนเงินชำระในปี 2553 เพียง 2 ครั้ง คือวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 จำนวน 990 บาท และวันที่ 14 ตุลาคม 2553 จำนวน 3,000 บาท โดยเป็นการโอนเงินเข้าเวลาประมาณ 24.00 น. ซึ่งตรงนี้ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งๆที่ตนเองก็ไม่ได้โอนเงินเข้าบัญชีในเวลาดังกล่าวเลย และในส่วนของการชำระปิดบัญชีจำนวน 24,000 บาทนั้นหายไปไหน เมื่อทางต้นทางไม่สามารถตรวจเช็กได้ จึงเข้ามาขอคำปรึกษากับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอยางตลาด ช่วยประสานและขอให้ทางธนาคารและ กยศ.ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

ด้าน นายสุวิศิษฐ์ จำนงพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม อ.ยางตลาด กล่าวว่า จากการสอบถามความเป็นมากับนางจิตตานันท์ และประสานทางโทรศัพท์กับธนาคารกรุงไทย สาขาสามพราน และ กยศ. ก็ได้ข้อมูลเดียวกันกับที่นางจิตตานันท์ทราบมา โดยระบุหนี้คงเหลือ 34,500.09 บาท เป็นเงินค้างชำระ 20,030.43 บาท ดอกเบี้ย 1,929.27 บาท และเบี้ยปรับ 12,540.39 บาท หากนางจิตตานันท์มั่นใจว่าตนได้ชำระและปิดบัญชีเงินกู้ กยศ.หมดแล้ว ก็ให้นำใบเสร็จไปยืนยัน

ปลัดอำเภอหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม กล่าวอีกว่า เมื่อได้รับคำตอบอย่างนี้ สิ่งที่จะคลี่คลายปัญหาได้ก็คือ นางจิตตานันท์ ต้องไปค้นหาใบเสร็จดังกล่าวให้พบ เพราะทางธนาคารและ กยศ.ก็ยืนยันมาว่าในระบบตรวจเช็กได้แค่นั้น ทั้งนี้ ข้อขัดแย้งใดๆ จะยุติลงได้ ก็ต้องอาศัยหลักฐานเป็นเครื่องพิสูจน์ ในกรณีนี้ก็เช่นกัน จึงได้แนะนำให้นางจิตตานันท์ใช้ความพยายามหาใบเสร็จให้พบ ขณะเดียวกันก็ขอให้ทางธนาคารและ กยศ.เข้าตรวจเช็กข้อมูลในระบบอีกที และในช่วงนี้ก็ให้โอกาสกันและกัน อย่าเพิ่งเร่งรัดหนี้ค้างชำระ คิดว่าน่าจะจบลงด้วยดี ซึ่งหากถึงที่สุดจริงๆ นางจิตตานันท์ก็บอกว่ายินดีจะชำระตามใบทวงหนี้ แต่ขอโอกาสสักระยะในการหาหลักฐาน

ล่าสุดมีรายงานว่า นางจิตตานันท์ ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ กยศ.ว่า สาเหตุที่มีหนังสือแจ้งการชำระหนี้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.ด้วยวิธีการหักเงินเดือนนั้น เนื่องจากตรวจเช็กในระบบพบว่าปัจจุบัน นางจิตตานันท์ สุริยะพงษ์ธร เป็นพนักงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทาง กยศ.จึงได้มีหนังสือแจ้งชำระหนี้ให้ทราบ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ระหว่าง กยศ.กับผู้กู้

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับแจ้งดังกล่าว ทำให้นางจิตตานันท์รู้สึกโล่งใจ และมั่นใจว่าข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อน เนื่องจากตนทำการเกษตรอยู่ที่บ้านโคกแง้ ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และในห้วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยทำงานหรือเป็นลูกจ้างบริษัทใดเลย อาจจะเป็นไปได้ว่าชื่อและนามสกุลของตนไปตรงกันกับคนอื่น จึงได้รับหนังสือทวงหนี้ กยศ.ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องกราบวิงวอนให้ทาง กยศ.และธนาคาร ตรวจเช็กอย่างละเอียดให้มากๆ ซึ่งตนก็รอคำตอบผลการตรวจสอบอยู่ และยังยืนยันว่าตนได้ชำระปิดบัญชีเงินกู้ กยศ. ตั้งแต่ปี 2553 แล้วจริงๆ

Previous Post
Next Post

post written by: