11.8.63

คนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ขอให้ใช้ชีวิตแบบมีความสุข




คนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ขอให้ใช้ชีวิตแบบมีความสุข

ชีวิตเริ่มต้นในวัย 30 ก็ยังไม่สายเกินไป ในขณะที่ฝั่งเอเชียอย่างประเทศไทยเรา อายุเข้าเลข 3 ถือว่ามาครึ่งหนึ่งของชีวิต เป็นวัยผู้ใหญ่เต็มตัวที่ต้องตั้งหลักปักฐานยืนหยัดให้ได้อย่างมั่นคง แต่หลายคนเข้าสู่วัย 30 ด้วยความอ้างว้างโดดเดี่ยว และบางคนมีภาวะซึมเศร้าในระดับเริ่มต้น วันนี้อ่านสนุกจึงได้นำเคล็ดลับมาฝาก ว่าเราจะอยู่อย่างไรให้มีความสุขสมวัย

1. มีความสุขสงบในจิตใจ

เราจะเรียกความสุขว่าอย่างไรก็ตาม แต่ทว่าความสุขก็คือภาวะแห่งความสันติ เบิกบาน ตื่นรู้ พ้นไปจากความวิตกกังวลทั้งปวง ความสุขนอกกายมิใช่ความสุขแท้ เป็นเพียงสุขเพื่อประทังชีวิตให้พออยู่ได้ความสุขที่แท้จริง จะต้องไม่ยึดโยงไว้กับวัตถุหรือบุคคล ความสุขแท้เกิดได้ต่อเมื่ออบรมจิตใจไว้ดีแล้วเท่านั้น ไม่มีอดีตหรืออนาคต ที่เรามีอยู่คือปัจจุบัน อย่าเผาเวลาปัจจุบันไปกับเงาของอดีตและอนาคต

2. ทำงานให้มีความสุข

การงานมิใช่เครื่องมือแสวงหาเงินตรา แต่เป็นเครื่องมือขัดเกลากิเลส อย่าทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว แต่จงทำเพื่อสิ่งที่ล้ำค่าไปกว่านั้น จงทำงานที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้บ้างทำงานด้วยความเพียร ด้วยความปรารถนาดีต่อผู้อื่น อย่าทำงานอย่างเห็นแก่ตัว ไม่เช่นนั้นแล้วการงานของเรา จะกลายเป็นกิจกรรมที่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ โดยไม่รู้ตัว

3. คำพูดทำลายน้ำใจคน จงอย่าพูด

สิ่งใดเป็นการโกหกจงอย่าพูด คำนินทาลับหลังจงอย่าพูด จงประณีตในการสื่อสารด้วยวาจา ผู้ใดถือสัจจะเป็นสำคัญ ผู้นั้นย่อมเป็นที่เชื่อถือในหมู่ชน เมื่อพูดน้อยลง ความคิดย่อมเฉียบคมขึ้น ใช้คำพูดอย่างรู้คุณค่า คิดให้มากกว่าพูด แต่ไม่ต้องพูดทุกอย่างที่คิด

4. ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

อยู่กับท้องฟ้า ก้อนเมฆ ต้นไม้ สิ่งเหล่านี้คือเพื่อนแท้ อยู่ใกล้ชิดสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้จิตใจสงบ ความสงบช่วยให้รู้เท่าทันกิเลสได้ เลือกกินเลือกอยู่ให้เป็นธรรมชาติ กินผักสดผลไม้ให้มาก กินอาหารแปรรูปให้น้อยลง

5. ใช้เงินเท่าที่จำเป็น

มีน้อยใช้น้อย มีมากก็ใช้น้อย แล้วจะเป็นนายชีวิตของตนเอง อย่าสะสมสิ่งใดเลย เพราะการสะสมก่อให้เกิดการยึดติด และการยึดติดเป็นเหตุสำคัญแห่งทุกข์เก็บเกี่ยวทุกสิ่งไว้ในความทรงจำ ทิ้งสิ่งรกรุงรังเพื่อให้ชีวิตชัดเจนและรวดเร็วขึ้น เงินตรา อำนาจ ชื่อเสียง เป็นของมีคม จงใช้อย่างระมัดระวัง

6. เรียนรู้อยู่เสมอ

โลกนี้มีหลายอย่างที่ยังไม่รู้ อย่าหยุดเรียนรู้ ทั้งโลกภายนอกและโลกภายในของตัวเอง ที่สำคัญคือ ต้องมีสติอยู่เสมอ ออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเปิดโลกทัศน์บ้าง

7. รู้จักรัก รู้จักให้

ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ มิใช่ศาสนาใด นอกจากความรัก ความรักคือศาสนาสำคัญของโลก มีแต่รักเท่านั้นที่โอบอุ้มให้โลกอยู่ได้ มีน้ำใจแบ่งปัน ยิ่งให้ยิ่งได้ มีความสุขกับเรื่องง่าย ๆ เช่น การเดินในสวนหลังบ้าน การให้อาหารนก, ปลาที่เร่ร่อน

มีความสุขกับการปัดกวาดเช็ดถูบ้าน อย่าได้แสวงหาความสุขจากกิจกรรมที่แสนพิเศษ แม้เราทำสิ่งเล็ก ๆ ให้กลายเป็นความพิเศษ เราย่อมสัมผัสกับความสุขได้ตลอดเวลา ทุกคนมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกันดุจญาติพี่น้องแม้ปรารถนาให้โลกน่าอยู่ จงให้ความรักแก่คนรอบข้าง ความรักจักงอกงาม ผลิบานส่งกลิ่นหอมไปไกล เก็บความรักและช่วงเวลางดงามไว้เป็นพลังชีวิต ทิ้งความผิดหวัง ท้อแท้ และเสียใจไว้เบื้องหลัง นำภาพชีวิตดีงามกลับมา ในวันที่กำลังใจถดถอย
 
8. รักษาความสมดุล

เวลาเป็นสิ่งมีค่า มิได้หมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา หากต้องรู้จักใช้เวลาไปกับทุกมิติของชีวิต ควรมีเวลาออกกำลังกาย มีเวลาแสวงหาความรู้มีเวลาทำงาน มีเวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลาอยู่กับตนเอง มีช่วงเวลาสงบนิ่งผ่อนคลาย จงจัดสมดุลชีวิต ด้วยการบริหารสิ่งที่ต้องกระทำให้ครบทุกมิติ

9. ประสบการณ์คือสิ่งดีงาม

จงข้ามพ้นประสบการณ์ เข้าสู่ความสดใหม่ในปัจจุบันขณะ ไม่ว่าเราจะเคยผ่านอะไรมา จะสมหวังหรือผิดหวัง จะดีหรือร้าย ร้องไห้หรือหัวเราะ ต่างก็เป็นสิ่งที่งดงามทั้งนั้น อย่าไปยึดติดกับสิ่งใด จงมีความสุขและเบิกบานอยู่เสมอ ชีวิตเป็นเรื่องไม่คาดฝัน

ที่มา : กรมสุขภาพจิต
Previous Post
Next Post

post written by: