29.7.63

ไทยมองตาปริบ "ญี่ปุ่น" หนุน15 บริษัทย้ายเข้า "เวียดนาม"


ไทยมองตาปริบ "ญี่ปุ่น" หนุน15 บริษัทย้ายเข้า "เวียดนาม"

ญี่ปุ่นหนุน 30 บริษัท ย้ายฐานจากจีนเข้าอาเซียน เผยไหลเข้า "เวียดนาม" มากสุด 15 บริษัท ที่เหลือวัดดวงลง "ไทย" หรือ "เมียนมา" ขณะอีก 57 โครงการจะย้ายฐานกลับญี่ปุ่น

 
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(สคต./ทูตพาณิชย์) ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รายงานอ้างอิงข้อมูลสื่อต่างประเทศว่า องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Jetro/เจโทร) ระบุว่า บริษัทญี่ปุ่น 15 จาก 87 ราย ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการย้ายโรงงานไปที่เวียดนาม
 
 โดย Jetro เผยว่า การย้ายโรงงานดังกล่าวเพื่อปรับปรุงช่องว่างในห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่น ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ โครงการย้ายฐานการผลิตไปยังเอเชียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมระหว่างญี่ปุ่นและประเทศในอาเซียน
 
 ขณะ Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจ่ายเงินให้แก่บริษัทบางแห่ง เพื่อย้ายโรงงานออกจากประเทศจีนกลับไปยังญี่ปุ่นหรือไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน)วัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานและลดการพึ่งพาการผลิตในประเทศจีนอีกด้วย
 
Nikkei ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจ่ายเงินทั้งสิ้น 70,000 ล้านเยน (653 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 20,243 ล้านบาท คำนวณที่ 31 บาทต่อดอลลาร์) ให้กับ 87 บริษัท เพื่อย้ายฐานการผลิต โดยบริษัท 30 รายจะได้รับเงินสำหรับการลงทุนในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา ไทย และอื่น ๆ ส่วน อีก 57 โครงการจะย้ายการผลิตกลับไปที่ญี่ปุ่น

สคต.ฮานอย ให้ความเห็นว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI)ในเวียดนามมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจากที่เวียดนามสามารถควบคุมการแพร่ระบาด ของ COVID-19 ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามา ซึ่งนักลงทุนหลายรายอาจย้ายฐานออกจากประเทศจีน เนื่องจากค่าแรงที่สูงขึ้นและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่รุนแรงมากขึ้น นอกเหนือจากอัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ เวียดนามยังมีข้อได้เปรียบอื่น ๆ ที่สามารถดึงดูดบริษัทระดับโลก เช่น มีประชากรวัยหนุ่มสาวมาก สภาพแวดล้อม นโยบายที่สนับสนุนและ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน นักลงทุนต้องการความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดการพึ่งพากับตลาดบางแห่ง

การที่บริษัทญี่ปุ่นหลายรายมีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังเวียดนาม จะช่วยให้เวียดนามสามารถปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานใน อุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมสนับสนุน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับสองในเวียดนาม(รองจากเกาหลีใต้)โดยมี 4,548 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินทุนจดทะเบียน 60,098 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น ร้อยละ 16.0 ของการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด


ที่มา https://www.thansettakij.com

Previous Post
Next Post

post written by: