หนุ่มกรุงเก่าปีนสะพานหวังกระโดด ปมเครียดโรงเผาอิฐ จนเมียป่วยหนักแถมตกงาน



หนุ่มกรุงเก่าปีนสะพานหวังกระโดด ปมเครียดโรงเผาอิฐ จนเมียป่วยหนักแถมตกงาน

หนุ่มกรุงเก่าวัย 37 เครียดจัด ปีนสะพานปรีดี-ธำรงหวังกระโดด ตัดพ้ออยู่บ้านไม่ได้เพราะโรงเผาอิฐ สร้างความเดือดร้อนจนภรรยาป่วยหอบหืด เครียดจัดโควิด-19 ทำตกงาน โชคดีเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมสำเร็จ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 เมษายน ร.ต.อ.ไพศาล พิลา รอง สวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามี ชายปีนขึ้นไปบนสะพานปรีดี-ธำรง สะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จะฆ่าตัวตาย จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิพุทไธสวรรย์ พบที่บริเวณโครงสะพานมีความสูงประมาณ 10 เมตร มีชายอายุประมาณ 37 ปี นั่งอยู่บนโครงสะพานส่งเสียงตะโกนตัดพ้อชีวิต และเรียกร้องอยากพบผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เครื่องขยายเสียงเกลี้ยกล่อมพูดจาหว่านล้อมให้ชายคนดังกล่าวลดความเครียดลง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ติดต่อหาภรรยาและครอบครัวของชายคนดังกล่าวให้เดินทางมาที่เกิดเหตุ แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม สร้างความหวาดเสียวให้แก่ประชาชนที่มามุงดูเหตุการณ์อยู่ด้านล่างจำนวนมาก จากนั้นจึงประสานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยานำรถกระเช้าพร้อมเจ้าหน้าที่ขึ้นไปเจรจา จนเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ได้มี นางนงนุช บุญไมค อายุ 35 ปี ชาวบ้าน หมู่ 7 ตำบลบ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา มายืนยันว่าชายที่อยู่ด้านบนสะพานเป็นสามีของตนเอง ทราบชื่อ นายสมชาย ธารีสิทธิ์ อายุ 37 ปี มาตะโกนเรียกพูดคุยเกลี้ยกล่อมให้ลงมา แต่ไม่สำเร็จ จะขอพบแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพียงคนเดียว

ต่อมาได้มี นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย เดินทางมาพูดคุยและเกลี้ยกล่อมจนนายสมชายยอมให้รถกระเช้าเข้าไปรับ ท่ามกลางเสียงปรบมือของประชาชนที่มามุงดู จากนั้นได้นำตัวลงมาได้อย่างปลอดภัย จากนั้น นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยปลอบใจและมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับนายสมชาย แล้วยังมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ตัวแทนนำเงินมาช่วยเหลือ พร้อมนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.จ.พระนครศรีอยุธยา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มอบเงินช่วยเหลือด้วย

นายสมชาย กล่าวด้วยน้ำตาว่า ตนเองเครียดเห็นภรรยาป่วยเป็นโรคหอบหืด และพื้นที่ ม.7 บ้านที่ตนอยู่นั้นมีโรงเผาอิฐ ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากควัน ฝุ่นละออง เวลาเผาอิฐ ทำให้ภรรยาของตนล้มป่วย แล้วช่วงกลางคืนก็ยังมีการเผาอิฐทำให้ภรรยาตนหายใจไม่ออก หอบหืด ทุกวันตนเคยร้องเรียนหน่วยงานที่รับผิดชอบไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็นิ่งเฉย อีกทั้งผู้ประกอบการยังพูดจาถากถางอยู่เป็นประจำ ทำให้เครียดสะสมมานาน อีกทั้งตนเองก็ยังตกงานไม่มีงานทำในช่วงโควิด-19 ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน ก็ไม่ผ่าน หลังจากหาทางออกไม่ได้ จึงเดินออกมาจากบ้านช่วงเช้าโดยไม่บอกใคร มาที่สะพานปรีดีฯ แล้วปีนขึ้นไปบนสะพานดังกล่าว เพื่อเรียกร้องที่ตนเองและประชาชน ม.7 ได้รับผลกระทบจากโรงเผาอิฐดังกล่าว

เบื้องต้นทางหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เดินทางมาพูดคุยและรับปากจะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเผาอิฐ และจะให้ความช่วยเหลือประชาชน ม.7 ที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากควัน.

Previous Post
Next Post

post written by: