2.3.63

กรมวิชาการเกษตรระส่ำ เลิกจ้างลูกจ้างทั่วประเทศ หลังถูกตัดงบปี 63 กว่า 40%



กรมวิชาการเกษตรระส่ำ เลิกจ้างลูกจ้างทั่วประเทศ หลังถูกตัดงบปี 63 กว่า 40%

ลูกจ้างชั่วคราวกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ ร่ำไห้ ถูกเลิกจ้าง ตัดเงินเดือน 50% เนื่องจากศูนย์วิจัยฯ ไม่มีงบประมาณจ้างเหมา หลังจากกรมวิชาการเกษตรถูกตัดงบฯ ปี 63 กว่า 600 ล้านบาท
ตามที่ปรากฏคลิปในโซเชียลมีเดียที่ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 (อุบลราชธานี) กล่าวกับลูกจ้างของศูนย์วิจัยที่จ้างเหมาในตำแหน่งต่าง ๆ ต่อสัญญาทุก 3 เดือนว่า มีความจำเป็นต้องเลิกจ้างลูกจ้างส่วนหนึ่งและบางส่วนต้องปรับลดเงินเดือน 50% เนื่องจากไม่มีเงินจ้าง โดยผู้อำนวยการกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแสดงความเห็นใจลูกจ้างของศูนย์ รวมทั้งระบุว่าจะพยายามรวบรวมเงินเพื่อให้สามารถว่าจ้างได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 แต่ขอไม่กล่าวถึงสาเหตุของการขาดเงินจ้างงานนั้น ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยได้ตรวจสอบไปยังสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรทั้ง 8 เขต รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัดหลายจังหวัด พบว่ามีการเลิกจ้างลูกจ้างทั่วประเทศ

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าสาเหตุที่ต้องเลิกจ้างหรือลดเงินเดือนลูกจ้างสังกัดกรมวิชาการเกษตร เพราะปีงบประมาณ 2563 กรมวิชาการเกษตรถูกปรับลดงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท คิดเป็น 40% ของที่ขอไป ซึ่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตรมีหนังสือเวียนแจ้งให้ทุกหน่วยงานจัดลำดับความสำคัญของงานและปรับลดปริมาณงานตามวงเงินที่ได้รับ

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง กล่าวว่า ที่ศูนย์มีลูกจ้างชั่วคราว 15 คน เมื่อทราบข่าวจากกรมฯ ว่า จะถูกตัดงบประมาณจึงแจ้งลูกจ้างทั้งหมดให้ทราบตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม แต่เห็นใจลูกจ้างที่ทำงานด้วยกันมานานแล้วจึงไม่เลิกจ้าง แต่ขอลดเงินเดือน 50% หากลูกจ้างสมัครใจทำงานต่อจะจ้างไว้ทั้งหมด แต่หากเงินเดือนที่ได้รับน้อยไปเปิดโอกาสให้หางานอื่นได้ แต่ลูกจ้างของศูนย์ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีอายุค่อนข้างมาก หางานใหม่ลำบาก ทุกคนจึงยอมทำต่อ โดยหวังว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2563 ในวันที่ 30 กันยายน แล้วเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ กรมวิชาการเกษตรจะได้รับจัดสรรงบประมาณใกล้เคียงกับที่ผ่าน ๆ มาและมีเงินจ้างงานต่อไป

ทั้งนี้ งบสำหรับจ้างลูกจ้างของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรทั้ง 8 เขต รวมถึงศูนย์ระดับจังหวัดจะต้องนำงบประมาณดำเนินการที่กรมจัดสรรให้มาจ้างลูกจ้างตามปริมาณงานของแต่ละแห่ง ดังนั้น สำนักวิจัยฯ ซึ่งมีลูกจ้างจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างบางตำแหน่งงานและปรับลดเงินเดือน 50% บางตำแหน่งงาน แม้ในรายที่ไม่ถูกเลิกจ้าง แต่การปรับลดเงินเดือน 50% สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะเงินเดือนลูกจ้างอยู่ในอัตราประมาณ 6,000-10,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการครองชีพ

ส่วนของข้าราชการของสำนักและศูนย์วิจัยฯ ต้องเสียสละไม่รับเบี้ยเลี้ยง กรณีที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการภาคสนามซึ่งได้วันละ 240 บาท แต่ที่กังวล คือ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถในการเดินทาง ซึ่งงบประมาณที่ได้จัดสรรมานั้น หลายส่วนใกล้หมดแล้ว อาจไม่เพียงพอใช้จนถึงปีงบประมาณใหม่
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยได้โทรศัพท์ติดต่อสอบถามไปยัง น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเลขานุการเป็นผู้รับสาย โดยแจ้งว่าอธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดประชุมและไม่สะดวกให้

สัมภาษณ์.-สำนักข่าวไทย
 ที่มา:www.mcot.net
Previous Post
Next Post

post written by: