3.3.63

หวั่นนศ.จบใหม่5แสนคนพ.ค.นี้เคว้งพิษโควิด-19นายจ้างรัดเข็มขัดไม่รับเพิ่ม


หวั่นนศ.จบใหม่5แสนคนพ.ค.นี้เคว้ง พิษโควิด-19 นายจ้างรัดเข็มขัดไม่รับเพิ่ม

สภาองค์การนายจ้างฯ เตือนทุกฝ่ายรับมือโควิด-19 ซ้ำเติมแรงงาน นายจ้างรัดเข็มขัดไม่รับเพิ่ม แถมบางธุรกิจเริ่มปรับแผนลดคนแล้ว หวั่นนักศึกษาจบใหม่ 5 แสนคนช่วง พ.ค.นี้ส่อเคว้งหากงานยากแถมภาคเกษตรก็ไม่รองรับเหตุเจอภัยแล้ง ชี้ยืดเยื้อหนักกว่าปี 40

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมการจ้างงานของไทยในปี 2563 ให้ชะลอตัวลงไปกว่าเดิม โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่จะทยอยเข้ามาในระบบแรงงานเพิ่มเติมช่วง พ.ค.นี้ประมาณ 5 แสนคนจะมีโอกาสได้งานทำค่อนข้างต่ำ ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องหามาตรการหรือแผนรองรับไว้ เช่น การทำโครงการต่างๆ โดยใช้งบประมาณจ้างเด็กจบใหม่เช่นอดีตที่เคยดำเนินการไว้ เป็นต้น

"รัฐคงต้องหาวิธีไม่ให้เด็กจบใหม่เกิดปัญหาว่างงาน เพราะต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมานั้นคนว่างงานจากธุรกิจหรือเด็กจบใหม่พอไม่มีงานทำก็ยังกลับบ้านไปทำภาคเกษตรได้บางส่วน แต่ปีนี้ภาคเกษตรของไทยก็เจอผลกระทบภัยแล้ง" นายธนิตกล่าว

ปัจจุบันผู้ประกอบการมีการปรับตัวรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยให้ถดถอยและยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อใดด้วยการรัดเข็มขัดทุกด้าน ทำให้ธุรกิจภาพรวมทั้งหมดมีการชะลอรับแรงงานใหม่ และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทันทีที่เป็นคลัสเตอร์ท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านค้า สปา ร้านอาหาร ฯลฯ ที่นักท่องเที่ยวหายไปมากกว่า 60% ที่บางส่วนเริ่มปรับแผนลดคน เช่น ให้สมัครใจลาออก สมัครใจหยุดงานไม่รับเงินเดือน และเลิกจ้าง ซึ่งหากยืดเยื้อสถานการณ์การเลิกจ้างก็จะมีสูงขึ้น

"แรงงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ในระบบ 3.2 ล้านคน นอกระบบอีก 7 ล้านคนเหล่านี้จะกระทบก่อนแต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะจบเร็วหรือช้าด้วย ท่องเที่ยวที่กระทบยังจะลามไปยังอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง เช่น การผลิตผ้าเช็ดตัว สบู่ สมุนไพร ค้าปลีก ค้าส่ง ที่นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย ถือเป็นเรื่องที่ต้องระวังเพราะเศรษฐกิจไทยจะเปราะบางมาก" นายธนิตกล่าว

ทั้งนี้ โควิด-19 ถือเป็นปัจจัยซ้ำเติมการจ้างงานให้ชะลอตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาการจ้างงานได้ชะลอตัวอยู่แล้วจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Disruptive Technology) ทำให้หลายอุตสาหกรรมชะลอการรับคนเพิ่มเพื่อหันไปลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาทดแทนแรงานคน รวมถึงผลกระทบการส่งออกที่ชะลอตัวจากภาวะสงครามทางการค้า (เทรดวอร์)

นายธนิตกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกและหากยืดเยื้อจะมีผลกระทบที่รุนแรงกว่าวิกฤตปี 2540 แน่นอน เนื่องจากวิกฤตปี 2540 เศรษฐกิจโลกยังดี การส่งออก การท่องเที่ยวของไทยเติบโตปัญหาแรงงานกระจุกอยู่เพียงสถาบันการเงินและเพียงไม่ถึงปีก็ฟื้นตัวได้ แต่โควิด-19 ไม่มีปัจจัยเอื้อเพราะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจโลก ส่งออก ท่องเที่ยว รวมถึงภาคเกษตรที่ประสบภัยแล้งดับเกือบทั้งหมด

"ภาคเกษตรของไทยปีนี้ก็อ่อนแอจากภัยแล้ง แต่ก่อนคนว่างงานโดยเฉพาะในปี 40 นั้นก็ยังกลับบ้านไปอยู่ภาคนี้ได้ แต่ปีนี้ทุกอย่างเป็นปัญหาไปหมด ถือเป็นเรื่องใหญ่มากที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน หากยืดเยื้อต้องเตรียมพร้อมรับมือ" นายธนิตกล่าว
-----------------------
CR.Manager

Previous Post
Next Post

post written by: