16.3.63

เปิดชัดๆ 3 ฉาก ไทยเผชิญโควิด-19 จากรุนแรงสุด ถึงคุมได้ คาดเดือนที่ระบาดพีคสุด



เปิดชัดๆ 3 ฉาก ไทยเผชิญโควิด-19 จากรุนแรงสุด ถึงคุมได้ คาดเดือนที่ระบาดพีคสุด 

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยวิ่งทะยานไม่หยุด มิหนำซ้ำยังเพิ่มขึ้นพรวดๆ กว่าเท่าตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ จากเคยเจอเพิ่มหลักหน่วย กลายเป็นหลักสิบ และคาดว่าจะเพิ่มหลักร้อยในอีกไม่ช้า ประชาชนบางส่วนเริ่มกังวล จนต้องกักตุนอาหาร บางส่วนเริ่มพบว่ามีคนรู้จักคุ้นหน้าติดเชื้อ

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ พาไปดูสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยตั้งแต่นาทีนี้เรื่อยไปจนถึงปี 2564 โดยเป็นการคาดการณ์การระบาดและมาตรการในระยะที่ 3 โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

โดยศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้คาดการณ์การระบาดและมาตรการในระยะที่ 3 ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีสมมติฐาน คือ หากการระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากจะระบาดแบบระลอกเดียวจบ แต่หากการะบาดชะลอลงได้ในระดับหนึ่ง จะเห็นแนวโน้มการเกิดโรคเป็นฤดูกาล ผลการคาดการณ์ แสดงได้ใน 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

ฉากทัศน์ที่ 1 : สถานการณ์ที่การควบคุมโรคไม่มีประสิทธิภาพ (รุนแรงที่สุด)

    หากปล่อยให้การแพร่ระบาดเป็นไปโดยธรรมชาติของโรค มีความพยายามที่จะชะลอการระบาดบ้าง แต่ไม่มากนักหรือไม่มีประสิทธิภาพ
    ทำให้ผู้ติดเชื้อ 1 คน จะสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้อีก 2.2 คน การระบาดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
    จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนพบผู้ป่วยต่อสัปดาห์สูงสุดในเดือนสิงหาคม 2563
    จำนวนผู้ป่วย รวมทั้งสิ้นประมาณ 16.7 ล้านคนใน 1 ปี
    สถานการณ์นี้น่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากการดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถลดจำนวนผู้ป่วยลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 3-4 เท่าแล้ว


ฉากทัศน์ที่ 2 : สถานการณ์ที่สามารถชะลอการระบาดได้พอสมควร

    หากมาตรการควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการมีความร่วมมือที่ดีจากภาคประชาชน
    ทำให้ประเทศไทยสามารถชะลอการแพร่ระบาดของโรคได้ในระดับหนึ่ง จนทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ได้เพียง 1.8 คน
    การระบาดในวงกว้างจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนเข้าสู่จุดที่พบผู้ป่วยต่อสัปดาห์สูงสุดในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 480,000 คนต่อสัปดาห์
    มาตรการควบคุมโรคในสถานการณ์นี้ ต้องลดโอกาสการสัมผัสโรคของประชาชนลง เช่น การงดกิจกรรมรวมคน การกักกัน เพื่อสังเกตอาการของผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด


ฉากทัศน์ที่ 3 : สถานการณ์ที่สามารถควบคุมโรคได้ดี

    ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ได้เพียง 1.6 คน เกิดการระบาดตามฤดูกาลในแต่ละปี และกลายเป็นโรคประจำถิ่นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่
    มาตรการควบคุมโรคในสถานการณ์นี้ต้องมีความเข้มข้น และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง
    ประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดโอกาสการสัมผัสโรคของประชาชนลงให้ได้มากที่สุด
    ยกตัวอย่างเช่น การงดกิจกรรมรวมคน ส่งเสริมการทำงานจากบ้าน งดการเคลื่อนย้ายคนในหน่วยงานที่มีคนจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน เป็นต้น รวมทั้งป้องกันและควบคุมการเกิดการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ เช่น การระบาดในโรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงงาน หรือในสถานที่ทำงาน เป็นต้น

โดยการคาดการณ์นี้ เป็นเพียงการคำนวณโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ บนพื้นฐานของข้อมูลธรรมชาติของโรคระบาดวิทยาที่มีในปัจจุบัน ยังไม่ได้พิจารณาปัจจัยการป้องกันควบคุมโรคและการรักษา เช่น การงดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมาก การใช้ยา ซึ่งยังต้องรอข้อมูลประสิทธิผลของการรักษา และวัคซีน ซึ่งอาจมีขึ้นในอนาคต หากมีข้อมูลเหล่านี้เพิ่มเติมจะนำมาคาดการณ์อีกครั้งในภายหน้า
Previous Post
Next Post

post written by: