25.3.63

สรุป พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ1 ข้อห้ามและข้อปฏิบัติมีอะไรบ้าง


สรุป พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ1 ข้อห้ามและข้อปฏิบัติมีอะไรบ้าง 

หลังจากการประกาศการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือ พ.ร.ก ฉุกเฉิน ที่จะเริ่มใช้วันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ล่าสุด วันนี้ (25 มี.ค) นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศข้อกำหนดและข้อปฏิบัติตาม พ.ร.ก ฉุกเฉิน ฉบับ 1  สรุปดังนี้ 

ข้อ 1 การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง 
ห้ามประชาชนเข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยง ต่อการติดต่อเชื้อโรคโควิด-19 ตามที่กําหนดในมติคณะรัฐมนตรีวันที่17 มีนาคม 2563 หรือตามที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อได้ประกาศหรือสั่ง

ข้อ 2 การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดออกคําสั่งโดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 35 (1)
  • สนามมวย สนามกีฬา สนามแข่งขัน สนามเด็กเล่น สนามม้า ในทุกจังหวัด ทั่วราชอาณาจักร จนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น
  • ผับ สถานบริการ สถานที่แสดงมหรสพ สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ สถานประกอบการ อาบ อบ นวด และนวดแผนโบราณ สปา สถานที่ออกกําลังกาย (ฟิตเนส) สถานบันเทิง ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร
  • สถานที่อื่นนอกจากนี้ เช่น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑสถาน ห้องสมุด สาธารณะ ศาสนสถาน สถานีขนส่งหรือโดยสาร ตลาด ห้างสรรพสินค้า ให้พิจารณาโดยสั่งปิดเฉพาะส่วน หรือทั้งหมดและอาจกําหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาตามความจําเป็นและเหมาะสม
  • ในกรณียังไม่ได้มีคําสั่งให้ปิดสถานที่ให้เจ้าของหรือผู้ดูแล สถานที่นั้นจัดให้มีมาตรการคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค 

ข้อ 3 การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นอากาศ ยาน เรือ รถยนต์ หรือพาหนะอื่นใด หรือในการใช้เส้นทางคมนาคมไม่ว่าทางอากาศ ทางน้ํา หรือทางบก ยกเว้น 
  • เป็นกรณีหรือผู้มีเหตุยกเว้นตามที่นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกําหนด หรืออนุญาตตามความจําเป็นโดยอาจกําหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้
  • เป็นผู้ขนส่งสินค้าตามความจําเป็น แต่เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว 
  • เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจํายานพาหนะ ซึ่งจําเป็นต้องเดินทาง เข้ามาตามภารกิจและมีกําหนดเวลาเดินทางออกชัดเจน 
  • เป็นบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลที่มา ปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือเป็นบุคคลหรือหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศ อนุญาตตามความจําเป็น ตลอดจนบุคคลในครอบครัวของบุคคลดังกล่าวโดยติดต่อกระทรวงการ ต่างประเทศเพื่อออกหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาได้โดยแสดงเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้อง 
  • เป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีใบอนุญาตทํางานหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทํางานได้ 
  • เป็นผู้มีสัญชาติไทยแต่ต้องติดต่อสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยใน ประเทศที่พํานักเพื่อออกหนังสือรับรอง หรือมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ (Fit to Fly Health Certificate) ซึ่งได้รับการ ตรวจรับรองหรือออกให้มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

ข้อ 4 การห้ามกักตุนสินค้า 
ห้ามผู้ใดกักตุนสินค้าซึ่งเป็นยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ําดื่ม หรือสินค้าอื่นที่จําเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจําวัน สําหรับกรณีที่เป็นสินค้าควบคุม การผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ปริมาณการผลิต การควบคุมราคาจําหน่ายและการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 


ข้อ 5 การห้ามชุมนุม 
ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ภายใน เขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกําหนด 

ข้อ 6 การเสนอข่าว 
ห้ามการเสนอข่าวหรือทําให้แพร่หลายทางสื่อต่างๆ ซึ่งมีข้อความ หรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) อันไม่เป็นความจริงและอาจทําให้ ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารดังกล่าวอันทําให้เกิดความเข้าใจผิด ในกรณีเช่นนี้ให้เจ้าหน้าที่เตือนให้ระงับหรือสั่งให้แก้ไขข่าว หรือหากเป็นกรณีที่มีผลกระทบรุนแรง ให้ดําเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือ พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 
รวมถึงให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นศูนย์กลางจัดให้มีการแถลงหรือชี้แจงข่าว ณ ทําเนียบรัฐบาลเพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ ประชาชนเป็นประจําและต่อเนื่อง ในกรณีจําเป็นจะขอความร่วมมือจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจด้วยก็ได้ 

ข้อ 7 มาตรการเตรียมรับสถานการณ์ 
  • ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นผู้กํากับการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกมิติในเขตท้องที่ที่ตนรับผิดชอบ หากมีปัญหาให้รายงาน กระทรวงมหาดไทย 
  • ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งกําหนดและประชาสัมพันธ์เผยแพร่มาตรการเพื่อ ช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบอันเกิดจากการบังคับใช้มาตรการของรัฐต่อประชาชนตามหน้าที่และ อํานาจโดยพิจารณาใช้งบประมาณของตนเองเป็นอันดับแรก ในกรณีไม่อาจดําเนินการได้ให้เสนอหรือ ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล 
  • ให้โรงพยาบาล สถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่และอํานาจในการป้องกัน และดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งภาครัฐและเอกชน จัดหายา เวชภัณฑ์ เครื่องมือในการตรวจโรค เครื่องช่วยใน การหายใจและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นให้เพียงพอตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด หรือ แนะนํา ทั้งนี้ ให้รวมถึงการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์จากแหล่งต่าง ๆ และการเตรียมสถานที่กักกัน สถานที่คุมไว้สังเกตหรือเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มจํานวนขึ้นโดยขอความร่วมมือดัดแปลงสถานที่ ต่าง ๆ เช่น โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย หอประชุม สถานที่ปฏิบัติธรรม ศาลาวัด อาคารของเอกชนที่ ยังไม่ได้ใช้งานหรือสถานที่ราชการ สถานที่เอกชนอื่น ๆ เป็นโรงพยาบาลชั่วคราว 
  • ในการกักกันตัวเองไว้สังเกตอาการตามคําสั่งหรือคําแนะนําของเจ้าหน้าที่หรือเป็น ผู้เดินทางข้ามเขตมาจากพื้นที่จังหวัดอื่นให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งขึ้น หรืออาสาสมัครที่ปฏิบัติงานให้แก่ทางราชการสามารถเข้าตรวจสอบการเฝ้า ระวังหรือความเข้มงวดจริงจังในการกักกันตนเองและให้คําแนะนําวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องได้ ในกรณีนี้อาจ ขอความร่วมมือจากประชาชนในท้องถิ่นให้ช่วยตรวจสอบด้วยก็ได้ 

ข้อ 8 มาตรการพึ่งปฏิบัติสําหรับบุคคลบางประเภท
ให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้ง่ายดังต่อไปนี้อยู่ในเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พํานักของตน เพื่อป้องกัน ตนเองจากการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอก
  • กลุ่มเสี่ยงได้แก่ผู้สูงอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีขึ้นไป 
  • กลุ่มคนที่มีโรคประจําตัว ได้แก่ โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคในระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ซึ่งมี ภูมิคุ้มกันต่ำตามธรรมชาติของโรคและด้วยยาที่ใช้รักษา
  • กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่าห้าปีลงมา
  • ทั้งนี้ เว้นแต่บุคคลดังกล่าวมีความจําเป็นเพื่อการพบแพทย์ การรักษาพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่แพทย์พยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ การปฏิบัติงานหรือการทําธุรกรรมเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์และสถาบันการเงิน ตู้เอทีเอ็ม การสื่อสารมวลชน โทรคมนาคมและไปรษณีย์ การให้บริการ ขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าเพื่อการบริโภค อุปโภค การจัดหาและซื้อขายอาหาร การติดต่อด้านคดีกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ พนักงานอัยการหรือศาลตามความจําเป็นหรือการเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกําหนด ประกาศ หรือคําสั่งต่างๆ ของทางราชการ หรือมีเหตุจําเป็นอื่นๆ โดยได้รับ อนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมาย 

ข้อ 9 มาตรการเกี่ยวกับการออกนอกราชอาณาจักร 
ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสํานักงานตํารวจแห่งชาติเข้มงวดในการตรวจลงตราหรือออกวีซ่าหรืออนุญาต ให้ชาวต่างประเทศซึ่งมิได้มีกิจการงานปกติหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรยังคงอยู่ในราชอาณาจักร บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรซึ่งประสงค์จะเดินทางออก นอกราชอาณาจักรจะได้รับการอํานวยความสะดวกในการเดินทางโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน โรคตามที่ทางราชการกําหนดในข้อ 11 
 ---------------------------------
ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/872653


Previous Post
Next Post

post written by: