4.2.63

ด่วน! สธ.แถลงพบไทยติดไวรัสโคโรนาเพิ่ม 6 ราย รวมยอดป่วยสะสม 25 ราย


ด่วน! สธ.แถลงพบไทยติดไวรัสโคโรนาเพิ่ม 6 ราย รวมยอดป่วยสะสม 25 ราย  กระทรวงสาธารณสุข แถลงพบ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 6 ราย ประกอบด้วยคนไทย 4 ราย ชาวจีนอีก 2 ราย รวมยอดป่วยสะสม 25 ราย 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 63 กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาภาคบ่าย ประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 รายใหม่เพิ่มอีก 6 คน เป็นคนไทย 4 ราย โดย 2 รายเป็นสามีภรรยาเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น อีก 2 รายเป็นคนขับรถรับจ้างไม่ประจำทาง รับผู้โดยสารชาวจีน และ อีก 2 รายเป็นชาวจีน ขณะนี้ผู้ป่วย 5 ใน 6 รายอาการดีขึ้น รอผลเลือดมีเชื้อไวรัสเป็นลบ แพทย์ก็จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล

สำหรับรายล่าสุดที่ได้ถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งมาที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น มาพร้อมท่อช่วยหายใจ และมีโรคประจำตัวคือ วัณโรค ทำให้สถิติผู้ป่วยยืนยันในไทย สะสม 25 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน 8 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 17 ราย
 
สำหรับกรณีที่มีชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา หลังจากเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น อยู่ระหว่างรอข้อมูลกลับจากกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้ เบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยาของไทย ให้ความเห็นทางวิชาการว่า กรณีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าติดโรคจากไทยหรือไม่ เนื่องจากทั้งไทยและเกาหลีใต้ มีรายงานติดเชื้อในประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะรับเชื้อจากเกาหลีใต้และไทยก็ได้ เช่นเดียวกับในกรณีของคนไทยที่เพิ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่น ก็อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากกรมอนามัยระหว่างประเทศของญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้ไทยยังคงมาตรการอย่างเข้มข้นในการคัดกรอง ทั้งผู้โดยสารขาเข้า และสถานพยาบาล รวมถึงคัดกรองผู้โดยสารขาออกในบางเที่ยวบิน

นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับกรณีชาวไทยวัย 70 ปี ที่มีอาการหนักนั้น เนื่องจากผลการวินิจฉัยผู้ปวยเป็นวัณโรค และมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาร่วมด้วย ทำให้อาการรุมเร้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูแลต่อไป โดยขณะนี้วัณโรครักษาได้ แต่การรักษาโคโรนานั้นทีมแพทย์กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะให้ยาต้านไวรัสเสริมหรือไม่ เพราะยาต้านไวรัสกับยาวัณโรคเป็นตัวยาที่ขัดแย้งกัน
-----------------------
ไทยรัฐ
Previous Post
Next Post

post written by: