28.1.63

คอลลาเจน ใช้บำรุงผิวและรักษาโรคข้อเสื่อม


 

คอลลาเจน ใช้บำรุงผิวและรักษาโรคข้อเสื่อม


คอลลาเจน กลายเป็นคำที่หลายคนคุ้นเคยในลักษณะของอาหารเสริม ทั้งยังมีความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง เพราะคำโฆษณาของผลิตภัณฑ์ความงามที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เช่น คอลลาเจน สามารถทำให้ผิวขาวขึ้นได้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ

คอลลาเจน คืออะไร?

คอลลาเจน คือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน และเส้นผม ช่วยทำให้ผิวหนังคงความเต่งตึง ยืดหยุ่นเรียบเนียน กระชับ อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบของกระดูกกระดูกอ่อน จึงมีการนำคอลลาเจนไปใช้ในคนไข้โรคข้อเข่าเสื่อม คนที่มีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกเปราะ คอลลาเจน เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้และได้รับจากอาหารหลายประเภทแต่ในคนที่มีอายุมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไปพบว่าการสังเคราะห์คอลลาเจนจะลดลงหรือในผู้ที่มีปัจจัยบางอย่างทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายได้ง่าย เช่นผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่มีความเครียด ผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นต้นจึงได้รับคอลลาเจนที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียนและเกิดริ้วรอยได้

ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนไม่เพียงพอ
  1. ผู้สูงอายุ (มีความสามารถในการสร้างคอลลาเจนได้น้อยกว่าวัยอื่น)
  2. รังสี UV จากแสงแดด
  3. ความเครียด
  4. พักผ่อนไม่เพียงพอ
  5. สูบบุหรี่
  6. รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
ผลกระทบจากการขาดคอลลาเจน
  1. ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนัง
  2. ผิวหนังเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย
  3. กระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ
  4. โรคข้อเสื่อม
การนำมาใช้ของคอลลาเจน
  1. ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง(ครีมบำรุงผิว, สบู่)
  2. คลินิกเสริมความงาม
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม(รูปแบบเม็ด, ผง, เครื่องดื่มพร้อมทาน)
  4. ด้านการแพทย์ (ลักษณะของผิวหนังเทียมรักษาแผลไฟไหม้, ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม)
คอลลาเจน หาได้จากที่ไหนบ้าง?
  1. ร่างกายสามารถสร้างได้เอง
  2. ได้รับจากอาหารทั่วไป จำพวกเนื้อสัตว์ ผักผลไม้บางชนิดปลาทะเลน้ำลึกเช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเล เห็ดบางชนิด ผักใบเขียวเช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง คะน้า บล็อคโคลี่ เป็นต้น
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ที่พบตามท้องตลาดมักมาจากหนังปลา เกล็ดปลา หนังวัว หนังหมู กระดูกวัวเป็นต้น
คำแนะนำเกี่ยวกับการกินคอลลาเจน
  1. ตามคำแนะนำขององค์การอาหารและยาแนะนำว่าผู้ที่ต้องการกินคอลลาเจนเสริม สามารถกินเป็นอาหารเสริมได้ 5,000-7,000 มิลลิกรัม/วัน แต่ไม่ควรเกิน 10,000 มิลลิกรัม/วัน เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้
  2. ควรเลือกกินที่เป็นคอลลาเจนสายสั้น (Hydrolyzed collagen)เพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนสายยาว โดยสังเกตที่ข้างกล่องผลิตภัณฑ์ตอนซื้อ
  3. ควรกินตอนท้องว่างแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ หรือกินควบคู่กับวิตามินซี เพื่อการดูดซึมที่ดี
พฤติกรรมที่ช่วยรักษาคอลลาเจนในร่างกาย
  1. หลีกเลี่ยงแสงแดด
  2. อย่าเครียดหรือเครียดให้น้อยลง
  3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  4. กินอาหารที่มีประโยชน์ หรือกินให้ครบ 5 หมู่
  5. ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว


ติดตามอาหารเสริมคอลลาเจนที่ http://www.veselhealth.com
ข้อมูลจาก รายการ Rama Square ช่วง Better To Know วันที่ 22 มีนาคม 2561
ภญ. ภิชาญดา จงนวรชัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
Previous Post
Next Post

post written by: