3.12.62

5 เทคโนโลยีแห่งยุค2000ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล





5 เทคโนโลยีแห่งยุค2000 ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล

อีกเดือนกว่าๆ เราก็จะก้าวผ่านยุค 2000 ไปแล้ว แน่นอนว่า 10 ปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นมากมาย บางสิ่งก็เปลี่ยนการใช้ชีวิตของเราไปอย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมาก ก่อนที่จะก้าวไปสู่ยุค 2020 เราจะพาย้อนไปดูตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีเทคโนโลยีอะไรที่เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลกของเราไปบ้าง


Image Source : tristan tan / Shutterstock.com
 1.Smartphone

จากยุคก่อนที่โทรศัพท์มือถือสามารถถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นเกมงูได้ก็ถือว่าไฮเทคสุดๆ แล้ว แต่การเข้ามาของ iPhone 4 และ Samsung Galaxy ในปี 2010  ทำให้สมาร์ทโฟนไม่ใช่ไอเท็มหรูสำหรับคนเฉพาะกลุ่มอีกต่อไปแต่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายและกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ไปโดยปริยาย

Image Source : tristan tan / Shutterstock.com
2 Social Media
แม้ในช่วงก่อนยุค 2000 จะมีการเริ่มใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่กลายแล้วอย่างเช่น MSN, Myspace, Hi5, Facebook, Twitter, Whatsapp (2009) รวมถึงการสร้างชุมชนต่างๆ ภายในเว็บบอร์ด แต่ปีทองของโซเชียลมีเดียที่แท้จริงคือยุค 2000 เพราะการเข้ามาของสมาร์ทโฟน ทำให้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ ขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Instagram (2010) Pinterest (2010)  Facebook Messenger (2010) LINE (2011) WeChat (2011) และอื่นๆ อีกมากมาย บางแพลตฟอร์มก็ยังกลายเป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้ให้กับคนทั่วไปได้อีกด้วย


Image Source : BigTunaOnline / Shutterstock.com
3 Streaming

ระบบสตรีมมิ่งคืออีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของเราอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงปลายยุค 2000’s อาจจะเริ่มรู้จักระบบสตรีมมิ่งกันบ้างแล้วทั้งเพลงและหนัง อย่างเช่น Hulu, iTunes แต่จะดูหนังสักเรื่องอาจจะต้องพึ่งการซื้อแผ่นซีดี ดีวีดี แผ่น Blu-ray อยู่ดี มาในยุค 2000 นี้มีระบบที่เรียกว่า Streaming จากการขยายธุรกิจของ Netflix ที่เป็นบริษัทให้เช่าหนังตามเมลล์กลายมาเป็นผู้นำให้บริการสตรีมมิ่งหนังอย่างเต็มตัวจนประสบความสำเร็จ และทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายเจ้ากระโดดเข้ามาช่วงชิงพื้นที่การตลาดทั้งที่มีให้บริการแล้วและกำลังจะเปิดตัวภายในปี 2020 นี้ ไม่ว่าจะเป็น Disney+, HBO Max, Amazon Prime, YouTube Premium และอีกมากมายที่จะตามมาในปีหน้า

Image Source : wutzkohphoto / Shutterstock.com
4 Service On Demand
การซื้อของออนไลน์ถูกต่อยอดให้มากกว่าการสั่งของแล้วนำมาส่งที่บ้าน เพราะรวมไปถึงการซื้อบริการต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเรียกรถมารับ สั่งซื้ออาหาร อย่างเช่น Uber ที่เริ่มได้รับความนิยมในช่วง 2010’s และมีคู่แข่งออกมาอีกมากมายในตลาดและต่อยอดให้บริการมากกว่านั้น เช่นส่งเอกสาร ซื้อสินค้าอื่นๆ อย่างเช่น Grab, LINE MAN, GET! นอกจากนี้ยังมีบริการ On Demand ที่สามารถกดสั่งออนไลน์แล้วมาบริการถึงบ้าน ตั้งแต่ซักเสื้อผ้า ทำความสะอาดบ้าน แต่งหน้า ทำผม ไปจนถึงการปรึกษาหมอเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยต่างๆ


Image Source : vinai chunkhajorn / Shutterstock.com
5 Cashless Society
เมื่อทุกอย่างถูกนำไปอยู่บนโลกออนไลน์ หนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตอย่างการใช้จ่ายเงินก็ถูกนำไปรวมอยู่ด้วย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีแอพลิเคชั่นที่สามารถใช้จ่ายเงินได้แทนการถือเงินสด คนที่ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถซื้อของออนไลน์และใช้จ่ายได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ธนาคารต่างๆ ยังปรับตัวหันมาให้ได้ทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ไม่ต้องไปธนาคาร หาตู้เอทีเอ็มกดเงินสด ก็สามารถใช้ชีวิตได้สบายๆ

-----------------------
บทความรู้จาก เจี๊ยบดอทคอม

 
Previous Post
Next Post

post written by: