28.9.62

ป.ป.ช.อุทธรณ์ให้ลงโทษทันที! คุก3 ปี อดีตนายกอบต.หนองพอก เรียกรับเงิน 'พนง.-ลูกจ้าง'




ป.ป.ช.อุทธรณ์ให้ลงโทษทันที! คุก3 ปี อดีตนายกอบต.หนองพอก เรียกรับเงิน 'พนง.-ลูกจ้าง' 

เผยผลคดีชี้มูลความผิด 'พิทยา หาญฉวะ'  อดีตนายก อบต.หนองพอก ร้อยเอ็ด เรียกรับเงินตอบแทนโบนัส 'พนง.-ลูกจ้าง' ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 สั่งลงโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 1 หมื่น หลังรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง- ป.ป.ช. ยื่นอุทธรณ์สู้ขอให้ลงโทษทันทีไม่รอกำหนด 3 ปี

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดี นายพิทยา หาญฉวะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองพอก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ประจำปีงบประมาณ 2552 จากพนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้างลูกจ้าง อบต.หนองพอก ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ประกอบมาตรา 162 (4)  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2559 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2562 ว่า  นายพิทยา หาญฉวะ ผิดตามมาตรา 149 และ 162 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักที่สุด ตามมาตรา 90 จำคุก 6 ปี ปรับ 20,000 บาท ให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คง จำคุก 3 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามมาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 , 30

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ระบุว่า  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

มาตรา 162 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่

(1) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ

(2) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง

(3) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ

(4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ


ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2562 พิจารณาคำพิพากษาแล้วเห็นว่า ควรอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ


ที่มา สำนักข่าวอิสรา
Previous Post
Next Post

post written by: