28.5.60

เข้าหน้าฝนน้ำท่วมต้องขับรถเรามี 3 เทคนิคขับรถลุยน้ำไม่ให้รถพัง


        ช่วงฤดูฝนแบบนี้มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังได้สูง ซึ่งการขับรถลุยน้ำผิดวิธี อาจส่งผลทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์จนน็อค หมดค่าซ่อมหลักหมื่นบาทเป็นอย่างน้อย เราเลยขอแนะนำเทคนิคการขับรถลุยน้ำ ไม่ให้รถได้รับความเสียหายมาฝากกันครับลองอ่านดูนะ



1.เราลองประเมินความลึกของน้ำ
     หากพบว่าเส้นทางข้างหน้ามีน้ำท่วมขัง ควรประเมินความลึกของน้ำด้วยการเช็คกับระดับฟุตบาท โดยฟุตบาททั่วไปจะมีความสูงตั้งแต่ 10-30 เซนติเมตร ดังนั้น หากน้ำท่วมเอ่อล้นปริ่มฟุตบาท แสดงว่าระดับน้ำค่อนข้างสูงจนเป็นอันตรายสำหรับรถเก๋งทั่วไปได้ จึงไม่ควรนำรถออกไปวิ่งนั่นเอง



2.ขับรถลุยน้ำด้วยความเร็วต่ำ
     หากประเมินแล้วว่าระดับน้ำไม่สูงจนเกินไป (ไม่เกิน 30 เซนติเมตรสำหรับรถเก๋งปกติ) ให้ขับรถผ่านไปด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าการขับรถลุยน้ำ จะต้องเร่งเครื่องให้รอบเครื่องยนต์ขึ้นสูงเพื่อป้องกันรถดับ แต่ความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะน้ำที่ท่วมขังจะกระฉอกอย่างรุนแรง ขณะที่การเร่งเครื่องจะทำให้เครื่องยนต์ดูดอากาศเข้าไปเผาไหม้อย่างรุนแรงเช่นกัน ซึ่งถ้าน้ำถูกดูดเข้าไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าก้านสูบหัก เครื่องยนต์ดับ เครื่องยนต์น็อค กลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน  ดังนั้นจึงควรใช้ความเร็วให้ช้าที่สุด เดินคันเร่งให้เนียน ปิดแอร์ขณะลุยน้ำ ให้จำไว้ว่าตราบใดที่น้ำไม่ถูกดูดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ รถจะไม่มีทางดับอย่างแน่นอน



3.ใช้เลนที่ระดับน้ำต่ำที่สุด
     บนถนนที่มีน้ำท่วมขังมักมีการชะลอตัวของจราจร เพราะหลายคนจะหลีกไปใช้เลนที่มีน้ำตื้นที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรใจร้อนขับในเลนที่มีน้ำท่วมขังสูง เพราะหากเกิดเครื่องยนต์น็อคขึ้นมา นอกจากจะต้องเสียเงินซ่อมรถแล้ว ยังเสียหน้ารถคันอื่นอีกต่างหาก ทางที่ดีควรใจเย็นให้มากที่สุดครับ


Previous Post
Next Post

post written by: