9.4.60

ตามไปดู“โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” จากความหลงใหลในเมล็ดพันธุ์ สู่การเข้าใจความหมายของความพอเพียงที่ซ่อนอยู่กันคั


โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว จากความหลงใหลในเมล็ดพันธุ์
สู่การเข้าใจความหมายของความพอเพียงที่ซ่อนอยู่

          จากความนิยมบริโภคกาแฟ ทำให้ในปัจจุบันเรามักเห็นผลิตภัณฑ์กาแฟที่หลากหลาย ซึ่งการจะได้กาแฟที่ดีนั่นจะต้องอาศัยกรรมวิธีการคั่วที่อยู่ในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม ที่สำคัญคือเมล็ดกาแฟที่ได้มีคุณภาพ ซึ่งน้อยคนนักที่รู้ว่าอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่สามารถเพาะปลูกเมล็ดกาแฟได้ จากการศึกษาและต่อยอดภูมิปัญญาของปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติที่เข้ามาริเริ่มทำธุรกิจโรงคั่วกาแฟแบบครบวงจรที่ควบคู่ไปกับการเอื้อประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน


Farmer Story
        ชีวิตผมมันผ่านอะไรมาเยอะแล้ว ซึ่งผมก็เป็นนักการตลาดมาทั้งชีวิต ที่มาจับธุรกิจโรงคั่วกาแฟคือทำแบบไม่ได้หวังผลกำไร ทำเพราะความชอบและความรักจริงๆ ไม่ได้หวังเรื่องธุรกิจ เพราะผมชอบดื่มกาแฟ ผมชอบศาสตร์และศิลปะของกาแฟ มันก็เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ใช้คำว่าโรงคั่วกาแฟก็เพราะพวกเราปลูก พวกเราผลิต และก็แปรรูปเอง เราอยากสื่อความเป็น farmer สไตล์ ให้คนรู้ว่าเราคือเกษตรกรคนนึงนะ เข้ามาบุกเบิกกาแฟอีสานและทำการแปรรูปเอง ได้ชิมกาแฟสดๆ จากโรงคั่ว และไม่เหมือนแบรนด์ทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งเรามีเรื่องราวที่อยากจะสื่อออกไป เป็นโรงคั่วเล็กๆ อยู่ที่วังน้ำเขียว


พลิกวิกฤติด้วยการเกษตร
        แต่ก่อนผมทำธุรกิจส่วนตัวนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็เจอวิกฤติเรื่องอุทกภัยน้ำท่วมและวิกฤติเศรษฐกิจอื่นๆ ก็เลยจำต้องปิดตัวธุรกิจนั้นลง หลังจากนั้นผมได้เดินทางมาเที่ยวโคราชแล้วก็มาเที่ยววังน้ำเขียว ก็มาได้รู้จักเพื่อนบ้านที่เค้าทำกาแฟไว้ที่โซนนี้อยู่แล้ว คือปลูกไว้แต่ก็ไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์ ประกอบกับว่าผมเองเป็นคนที่ชอบกาแฟอยู่แล้ว ก็เลยเริ่มต้นจากแปลงเล็กๆ ของเพื่อนบ้าน ศึกษาข้อมูลต่างๆ ว่าจะทำยังไงว่าเอากาแฟที่นี่เปิดตลาด ก็ไปศึกษาโซนภาคเหนือของไทย วิธีการปลูก ผลิต แปรรูป ว่าเป็นยังไง ทีนี้ถ้าจะเปิดร้านกาแฟธรรมดามันก็ธรรมดาไปเพราะว่า ธุรกิจนี้มันเกร่ออยู่แล้ว ผมเลยคิดว่าเราต้องสร้างเรื่องราวของกาแฟอิสานออกมา ต้องดึงคาแรคเตอร์ออกมาหลังจากได้ผลผลิตแล้ว ผมก็มาเทสต์รสชาติ ปรากฏว่ารสชาติมันหอมมาก รสชาติมันดีมากไม่แพ้ทางเหนือเลย ความสูงจากระดับน้ำทะเลมันไม่ได้พันอัพ แต่เรื่องของอากาศและโอโซนของที่นี่ มันทำให้ผลไม้ชนิดนี้มันสมบูรณ์

จากธุรกิจสู่วิสาหกิจชุมชน
        พอโซเชียลมันตีแผ่ออกไป คนสนใจว่ากาแฟวังน้ำเขียวมันทานได้แล้วก็มีคนเริ่มมาปลูก ความต้องการ ความสนใจมันเริ่มเยอะขึ้น แต่ด้วยตัวคุณภาพและคาแรคเตอร์ของวังน้ำเขียวขายได้ ผมก็เลยเริ่มที่จะชักชวนเกษตรกรบริเวณนั้นมาปลูก จาก 50 ไร่เราก็เริ่มขยับ มาเป็น 400 ไร่ คือเป็นการปลูกป่าด้วยแล้วชาวบ้านก็จะมีรายได้ด้วย ในระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 57-60 คำว่าโรงคั่ววังน้ำเขียวมันค่อยๆ ผลิตัวจากกำลังที่เรามี ก็เลยมีการรวมกลุ่มของชาวบ้านจริงๆ หลังจากนั้นคนก็เริ่มสนใจชีวิตเกษตรกร ด้วยคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น คือการขายคาแรคเตอร์ความเป็นเกษตรกร เราให้ทุกคนเข้าถึงได้หมด กาแฟเข้าทำกันยังไง มีกระบวนการยังไง กรรมวิธีของของเราเป็นแบบ manual ไม่มีเครื่องจักรทันสมัยหรือราคาแพง เราทำตามกำลังที่เรามี ตัวผมเองจะเป็นคนสอนชาวบ้าน เพราะผมเป็นคนไปศึกษาแล้วมาเทรน


ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเมล็ดกาแฟ
        ต้องบอกเลยว่าธุรกิจกาแฟหรือธุรกิจโรงคั่วในประเทศไทยทำกันเยอะมาก แล้วการแข่งขันค่อนข้างสูง บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติก็ทำกันเยอะ แต่ผมมีความคิดว่าเราจะทำยังไงให้กลุ่มลูกค้ามีความสนใจโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว ผมเห็นคนเอากากกาแฟที่ใช้แล้วไปขัดตัว ปรากฏว่ามันก็ได้ผลดี ผมก็เลยลองเทสต์มาขัดตัว มาสก์หน้า หมักผมบ้าง แล้วมันได้ผลดี ก็เกิดไอเดียว่านอกจากเมล็ดกาแฟคั่ว เราก็มีผลิตภัณฑ์อื่นออกมาเรื่อยๆ แต่ที่โดดเด่นในตอนนี้มากที่สุดก็คือแชมพูกาแฟ และโฟมล้างหน้ากาแฟ ที่มียอดขายดีมาก แปลกใหม่ และโรงคั่วที่อื่นยังไม่ทำ แล้วยอดขายดีกว่าเม็ดกาแฟคั่วเพราะว่าผลิตภัณฑ์มันขายตัวเองแล้วปากต่อปากบอกต่อ อันนี้เรามองถึงความยั่งยืนทั้งอุปโภคและบริโภค ฉะนั้นต้นน้ำจนถึงปลายน้ำการดำเนินงานมันจบที่วังน้ำเขียว เราไม่ต้องไปโดนพ่อค้าคนกลางกดราคา ไม่ต้องไปส่งตามห้างที่ต้องให้เครดิตเขายาวๆ เพราะกำลังสายป่านเราไม่ยาวพอ แต่วันนี้ผู้บริโภคสามารถมาซื้อตรงจากผู้ผลิต แล้วเขาก็มีความมั่นใจเพราะเขาได้เห็นกระบวนการ และเรื่องราวที่เราสร้าง







กำไรที่ไม่ใช่เงิน
        ที่ผ่านมาผมทำธุรกิจหลายร้อยล้าน แต่สุดท้าย กำไรชีวิตอยู่ตรงไหน ผมไม่เคยได้กำไรชีวิต ณ วันนี้การทำงานของผมคือทำอะไรก็ได้ที่เราชอบ แล้วทำอะไรก็ได้ที่เราทำแล้วมีความสุข แล้วชอบที่จะทำมัน คือทำในสิ่งที่รักทำในสิ่งที่ชอบและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ถือว่าผมมีความสุขจากกับการทำงาน แล้วก็กำไรที่ไม่ใช่ตัวเงินแต่เป็นกำไรชีวิต คือผมมองสองแบบ บอกตรงๆ ว่าเราเอาทฤษฎีของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ มาควบคู่ในการดำเนินงานด้วย


ขอขอบคุณ     คุณปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ     fb : โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว
Previous Post
Next Post

post written by: