18.1.60

10 วิธีคิดพลิกชีวิตพิชิตความสำเร็จ ความเชื่อมั่น ความทุ่มเท ความอดทน


การที่คนๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อมั่น ความทุ่มเท ความอดทน ประกอบกับการอาศัยเวลาในการฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายที่คาดหวังไว้ แน่นอนว่าระหว่างทางเราอาจต้องเจออุปสรรค ที่อาจบั่นทอนกำลังใจ และทำให้เราไม่กล้าเดินหน้าต่อ การมีกรอบคิดและทัศนคติที่ดีไว้ยึดถือและคอยเตือนตัวเอง จะทำให้เรามีแนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในยามที่ต้องเจอสถานการณ์ที่เลวร้าย  และทำให้เราสามารถก้าวไปบนเส้นทางสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง

1. เลือกเผชิญหน้าแทนที่จะกลัวปัญหา
จงอย่ากลัวว่าจะผิดพลาดหรือล้มเหลว  คนที่อยากประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา การหลีกเลี่ยงงานที่ยาก(ที่คุณคิดไปเองว่า)เกินความสามารถของตัวเอง จะทำให้คุณไม่ก้าวหน้าไปไหน เมื่อต้องเจออุปสรรค ให้คุณลงมือแก้ปัญหาทันที การกล้าลงมือแก้ปัญหาที่คุณไม่เคยเจอมาก่อนอาจสร้างปัญหาหรือทำให้คุณล้มเหลวในตอนแรก  แต่เมื่อคุณผ่านมันไปได้ คุณจะนึกขอบคุณอุปสรรคเหล่านั้นที่ทำให้คุณได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต  และเป็นก้าวหนึ่งที่สำคัญสู่ความสำเร็จ

2. เชื่อมั่นในตัวเอง
ถ้าแม้แต่คุณยังไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วใครที่ไหนจะเชื่อมั่นในตัวคุณ  เมื่อคุณเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในตัวของคุณ หรือในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่  นั่นก็เท่ากับคุณประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง  ความมั่นใจในตนเองเป็นทัศนคติที่ดีที่จะคอยป้องกันไม่ให้เป้าหมายสู่ความสำเร็จของคุณถูกสั่นคลอนเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย    ยิ่งคุณมีความมั่นใจในตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็จะไม่หวั่นไหวในช่วงเวลาที่เลวร้าย มากเท่านั้น

3. เลือกคบเพื่อนที่ดี
การมีบุคคลที่ดีรายล้อมรอบข้างจะช่วยส่งเสริมให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีจะเอื้อให้คุณพัฒนาศักยภาพของคุณได้อย่างเต็มที่เพราะคุณจะสามารถเรียนรู้สิ่งดีๆได้จากพวกเขา หรือแม้แต่ขอคำปรึกษา หรือความช่วยเหลือจากพวกเขาได้ในยามจำเป็น  เมื่อเพื่อนร่วมงานในทีมมีคุณภาพ  คุณก็จะมีคุณภาพตามไปด้วย

4. เลือกเป้าหมายด้วยตัวเอง
คุณเท่านั้นที่รู้จักตัวเองดีที่สุด ให้คุณตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จที่สอดคล้องกับศักยภาพของตัวคุณเองนอกเหนือไปจากเป้าหมายอื่นๆที่ที่ทำงานหรือสังคมกำหนดบทบาทให้คุณ การเลือกเป้าหมายชีวิตส่วนตัวด้วยตัวคุณเองจะทำให้คุณจะรู้สึกมีพลัง และมีแรงบันดาลใจในการทำตามเป้าหมายนั้นๆ

5. มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและมีวิสัยทัศน์ล่วงหน้าไปถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต  แต่แค่จินตนาการในหัวอาจไม่พอ  คุณต้องหาอะไรที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้มากกว่านั้น  เขียนรายชื่อสิ่งที่คุณอยากทำ และสิ่งที่คุณทำสำเร็จแล้ว ลงบนกระดาษ หรือถ้าคุณถนัดวาดภาพ คุณจะจัดเต็มไอเดียในการเชื่องโยงเป้าหมายในปัจจุบันและอนาคตของคุณก็ได้ ทั้งนี้ บันทึกหรือแผนภาพดังกล่าวจะคอยย้ำเตือนคุณว่าคุณขยับไปใกล้ความสำเร็จมากแค่ไหนแล้ว

6. พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆในชีวิต
ในบางครั้งการทำในสิ่งที่ท้าทายอาจเป็นบันไดลัดไปสู่ความสำเร็จ การทำในเรื่องที่ยากจะทำให้คุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว การมีอุปสรรคมากั้นขวางระหว่างตัวคุณและเป้าหมาย จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าคุณอยากไปให้ถึงความสำเร็จมากมายขนาดไหน  หรือเมื่อคุณเจอทางตันและไปต่อไม่ได้ คุณจะเรียนรู้วิธีประเมินสถานการณ์ใหม่และเดินต่อไปได้ อาจจะด้วยการพลิกแพลงหนทางอื่นหรือแม้แต่การสร้างทางเดินขึ้นมาใหม่ด้วยตัวคุณเอง

7. ใส่ใจในทุกรายละเอียด
การพิจารณาสิ่งที่สำคัญอย่างรอบคอบจะป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่คุณจะต้องมาตามแก้ไขในภายหลัง นั่นทำให้คุณสามารถเคลื่อนหาเป้าหมายสู่ความสำเร็จได้โดยไม่สะดุด การใส่ใจในทุกรายละเอียดในทุกเรื่องที่ทำจะทำให้คุณรู้ตื้นลึกหนาบางของสิ่งที่คุณทำ และใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากที่สุด

8. กล้าเสี่ยงในสถานการณ์ที่เหมาะสม
การก้าวสู่ความสำเร็จไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว ในบางครั้งคุณต้องช่างน้ำหนักดูว่าควรตัดสินใจอย่างไรให้เหมาะสมในสถานการณ์ที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตามการเสี่ยงนั้นต้องอาศัยข้อมูลในการประเมินสถานการณ์ที่มากเพียงพอ ไม่ใช่เสี่ยงแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณชอบอะไรที่มั่นคง และไม่กล้าที่จะเสี่ยง ทุกสิ่งที่คุณทำจะถูกจำกัดอยู่แค่คำว่า  “พอใช้” ไม่ใช่ คำว่า “ดีที่สุด”

9. ทำในสิ่งที่รัก
การทำในสิ่งที่ตนเองรัก จริงๆ จะทำให้คุณมีแรงบันดาลใจในการก้าวสู่เป้าหมายมากกว่าสิ่งที่คุณถูกยัดเยียดหรือถูกบังคับให้ทำ  เรื่องการทำงานก็เช่นกัน ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีกับงานที่ทำอยู่ นี่เป็นสัญญาณเตือนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คุณรัก หรือถ้าคุณไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ คุณต้องหาแง่มุมที่คุณจะรักมันให้ได้ เพราะคุณต้องอยู่กับมันในทุกๆวัน  หาสิ่งที่คุณรักให้เจอแล้วทุ่มเทกับมันให้เต็มที่ แล้วคุณจะเห็นผลตอบแทนจากการทุ่มเทกับการทำงานได้ในไม่ช้า

10. เห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณมี     
ตระหนักในคุณค่าของสิ่งที่คุณมีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถของตัวคุณ เพื่อนร่วมงานที่ดี หรือครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างคุณ ทุกสิ่งที่คุณมีคือทรัพยากรอันล้ำค่าที่เป็นรากฐานสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน อย่าลืมแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ เมื่อมีคนหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคุณ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กหรือใหญ่  ในวันหนึ่งที่คุณประสบความสำเร็จ เมื่อมองย้อนกลับมา คุณจะเห็นว่า ที่คุณประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความช่วยเหลือของพวกเขานั่นเอง


ที่มา:
entrepreneur.com
Previous Post
Next Post

post written by: