1.11.59

วิธีปรับแต่งเว็บไซต์ให้ค้นหาเจอง่ายผ่านเสิร์ชเอนจิ้น




หลังจากมีเว็บไซต์ขายของออนไลน์เป็นของตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการหารูปภาพและบทความมาเติมเต็มเรื่องSEOให้พื้นที่ที่เปรียบเสมือนหน้าร้านของเรามีความน่าสนใจและดึงดูดใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นจะหาข้อมูลอะไรมาลงบ้างนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังขายอะไรครับ อย่างเช่นถ้าคุณขายสินค้าผู้หญิง เสื้อผ้า เครื่องสำอาง บทความก็ควรเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผู้หญิงสนใจเป็นพิเศษ เช่น เทรนด์แฟชั่น ความสวยความงาม อย่างนี้เป็นต้น แต่มีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างเดียวไม่พอครับ เราต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถค้นหาเราเจอผ่านเสิร์ชเอนจิ้น เช่น Google ได้ง่ายด้วย นอกเหนือจากการใช้ Keyword ให้แม่นยำที่เคยพูดถึงไปแล้ว ผมยังมีอีก 4 วิธีการที่ทดลองทำแล้วได้ผลมาแนะนำครับ

ตั้งชื่อแต่ละหน้าให้กระชับและสื่อความหมายชัดเจน
ในหนึ่งเว็บไซต์ของเราจะประกอบไปด้วยหน้า (Page) หลายๆ หน้าใช่ไหมครับ ชื่อของแต่ละหน้านั้นจะเรียกว่า Title ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ผมมีบทความชื่อ “YOUTUBE TRENDS” เครื่องมือที่จะทำให้คุณรู้พฤติกรรมการบริโภควิดีโอของคนไทยใน YOUTUBE บทความนี้สามารถเข้าถึงได้จาก URL www.vcommerce.co.th/youtube-trends ก็แสดงว่าชื่อหน้า หรือ Title ที่ผมใช้คือ Youtube Trends หลักการตั้งชื่อหน้าสำคัญที่สุดเลยคือต้องเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ไม่ควรใช้ชื่อหน้าที่เป็นค่าเริ่มต้น เช่น Untitled, New Page หรือโค้ดตัวเลขเยอะๆ ที่ไม่สื่อความหมาย อีกทั้งยังไม่ควรใช้คำที่ยาวเกินไป เพราะ Google อาจคิดว่าเป็นสแปม และจะทำให้ผู้อ่านค้นหาเจอยากด้วย ตัวอย่างที่ผมหยิบยกมา ผมก็ใช้แค่คำว่า Youtube Trends เท่านี้ก็กระชับ ค้นหาเจอง่าย และสื่อความหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาชื่อบทความเต็มๆ มาแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดครับ

ความสำคัญไม่เล็กของ Meta Tag
ก่อนอื่นขออธิบายให้คนที่เป็นมือใหม่เข้าใจก่อนครับว่า Meta Tag คือส่วนเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในโค้ดเวลาเราเขียนโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ ส่วนนี้จะไม่แสดงผลออกมาบนหน้าเว็บไซต์ แต่มีความสำคัญคือเสิร์ชเอนจิ้นจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้อ้างอิงว่าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอะไรบ้างและบางทีก็อาจใช้เป็นส่วนที่ดึงข้อมูลขึ้นไปแสดงในผลการค้นหา Meta Tag ที่นิยมใช้กันมีสองแบบคือ Meta Keywords เอาไว้ใส่คำหลักที่เกี่ยวข้องกับหน้าเว็บนั้นๆ สามารถใส่ได้หลายคำโดยใช้สัญลักษณ์, คั่น และ Meta Description ส่วนนี้จะเป็นคำอธิบายที่สรุปเนื้อหาใจความสำคัญของหน้าเว็บ ซึ่งควรอธิบายให้ละเอียดและใช้สำนวนภาษาที่ดึงดูดความสนใจ ไม่ควรใช้คำธรรมดาเกินไปและไม่ควรคัดลอกเนื้อหาทั้งหมดมาใส่

เพิ่มเติม Anchor Text เข้าไปในเนื้อหา
เคยเข้าไปในหน้าเว็บไซต์แล้วพบว่ามีบางส่วนของข้อความที่สามารถคลิกแล้วลิงค์ไปยังหน้าอื่นๆ ได้ไหมครับ ข้อความตรงส่วนนั้นเขาเรียกว่า Anchor Text เดี๋ยวนี้ระบบของเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีคำสั่ง Hyperlink ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใส่ลิงค์ให้กับข้อความได้อย่างง่ายดายประโยชน์ของ Anchor Text ก็คือเสิร์ชเอนจิ้นจะให้ความสำคัญกับข้อความที่มีลิงค์เหล่านี้มากกว่าข้อความธรรมดา และให้ความสำคัญมากกว่าการใส่ลิงค์แบบคัดลอกมาทั้ง URL ด้วย

หลักการใช้ Achor Text ที่ดี อันดับแรกคือควรเขียนให้สั้น กระชับ อธิบายชัดเจน และเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของหน้าเว็บที่เราลิงค์ไปครับ ไม่ควรใช้คำธรรมดาๆ เช่น หน้าเว็บ บทความ คลิกที่นี่ เพราะถ้าเสิร์ชเอนจิ้นเก็บข้อมูลคำเหล่านี้ไปว่าเป็นคำสำคัญมันจะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับเว็บของเราเท่าไรนัก บางทีเราอาจทำลิงค์เชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์อื่นๆ ได้บ้าง ถ้าเราอ้างอิงข้อมูลของเขามา เช่น เขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและใส่ลิงค์เว็บไซต์ทางการของสถานที่นั้นๆ แต่ถ้าจะให้ดีควรใช้ Achor Text เชื่อมโยงกับบทความต่างๆ ในเว็บไซต์ของเราเองอย่างสม่ำเสมอครับ

อีกทั้งยังควรสอดแทรก Achor Text เข้าไปในบทความอย่างเป็นธรรมชาติอย่าให้ดูยัดเยียดจนเกินไป และควรทำให้ข้อความนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาด้วยการใช้สีที่แตกต่างจากข้อความทั่วไป คนที่เข้ามาอ่านจะได้รู้ว่าเขาสามารถคลิกตรงนี้เพื่อลิงค์ไปยังหน้าอื่นๆ ได้ ผลพลอยได้จากการใส่ Achor Text คือ ถ้าผู้ใช้คลิกตามลิงค์ต่อไปเรื่อยๆ เขาก็จะใช้เวลาอยู่ในเว็บไซต์ของเรานานขึ้น ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของเราได้รับคะแนนบวกเพิ่มขึ้นจากการจัดอันดับคุณภาพของเสิร์ชเอนจิ้น

นำเสนอรูปภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการใช้งานรูปภาพบนเว็บไซต์อย่างมีประสิทธิภาพต้องเริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อไฟล์ภาพเลยครับ เทคนิคคือควรตั้งชื่อไฟล์ภาพให้สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อความหมายถึงภาพนั้นๆ ชัดเจนไม่ควรตั้งชื่ออย่าง image1.jpg หรือ pic1.jpg และนอกจากชื่อไฟล์ภาพแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็คือ Alternate Text หรือที่นิยมเรียกกันว่า Alt Text ข้อความนี้จะแสดงผลขึ้นมาแทนรูปภาพ ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดของระบบที่ทำให้ไม่สามารถแสดงผลรูปภาพได้ แต่ประโยชน์นอกเหนือจากนั้นก็คือเสิร์ชเอนจิ้นจะใช้ Alt Text เป็นส่วนหนึ่งของคีย์เวิร์ดที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสค้นหาหน้าเว็บของเราเจอได้มากขึ้น
Previous Post
Next Post

post written by: