16.3.59

วิธี ในการแก้ปัญหาจากการเหนื่อยล้าจากการทำงาน


1. แก้เครียดและผ่อนคลาย
“ส่วนใหญ่ อาการเหนื่อยล้า จะมีความสัมพันธ์กับอารมณ์และจากการสะสมของความเครียดในชีวิต”—Dr Rupal Shah, London GP.ความเครียด เป็นเหตุให้เกิดอาการป่วยหลายอย่าง หลายคนมีวิธีแก้เครียดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการจิบกาแฟชิลๆ นั่งดูซีรี่ย์ หรือจะไปนวดสปา แต่ถ้าคุณอยากหาวิธีที่สามารถแก้เครียดได้แน่นอนลอง 3 วิธีต่อไปนี้
ปลูกต้นไม้ – มีการศึกษาพบว่าเพียงแค่คนเราอยู่ใกล้ต้นไม้ สวนและธรรมชาติ ก็สามารถเพิ่มความผ่อนคลายและลดความเครียดได้จากการศึกษาของ Washington State University พบว่ากลุ่มที่มีความเคลียด ที่อยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยต้นไม้จะมีความดันเลือดต่ำกว่าอีกกลุ่มที่อยู่ในห้องธรรมดา
เดินเล่น – การเดินสามารถช่วยสมองโล่งและเพิ่ม endorphins และลด hormones ความเครียดได้
หัวเราะ, เชื่อชิ ลองดูเลย – คุณจะรู้สึกดีหากได้หัวเราะ การหัวเราะจะช่วยให้ความเครียดลดลงได้อย่างรวดเร็วและรู้สึกผ่อนคลายได้ในทันที
2. ออกไปรับแดด
เพียงรับแดดซัก 15 นาทีจะทำให้เพิ่ม  vitamin D และ vitamin B ช่วยต่อสู่กับความเครียด
อาการของคนที่ขาด vitamin D จะมีอาการซึม เหนื่อยง่าย อารมณ์แปรปรวน
3. หลีกเลี่ยง คาเฟอีน
คาเฟอีนที่อยุ่ในกาแฟ จะทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงในช่วงสั้นแต่หลังจากกาแฟหมด คุณก็จะรู้สึกเหนื่อยและอ่อนล้า อยู่ดี
นอกจากนั้นยังได้ผลข้างเคียงเช่น ปวดหัว หิวน้ำ เมื่อคุณเหนื่อยและรู้สึกแน่
สิ่งสุดท้ายที่คุณอยากได้แน่นอนว่า คือความรู้สึกที่ทำให้แย่ลงไปอีกพยายามลองอาหารเพิ่มพลังงานอย่างอื่นแทน เช่น อัลมอลด์ ส้ม แซลม่อน ผักโขม หรือ บูลเบอร์รี่
4. การงีบหลับ
การงีบหลับ หรือฝรั่งเรียกว่า Take a Nap ให้ประโยชน์หลายอย่าง เช่นเพิ่มความกระฉับกระเฉง ความสามารถในการเรียนรู้ ความจำ และความสามารถการทำงานที่ดีขึ้นมันดี จนกระทั่งบางบริษัท เช่น Google  มีจุดสำหรับงีบหลับ ให้กับพนักงาน จากการศึกษาพบว่าการงีบ 20 นาที เป็นเวลาที่กำลังดี หากมากกว่านั้นจะทำให้ไม่ได้ผลดีเท่าไร เพราะฉะนั้นอย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยนะ
5. ปิดเครื่องมือสื่อสาร
กว่า 80% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ มักเปิดมือถือทิ้งไว้ตลอดคืน และเกินครึ่งของเรา มักจะใช้มือถือแทนนาฬิกาปลุก นี่คือภัยเงียบใกล้ตัวที่เรามองไม่เห็นมีผลงานวิจัยชี้ว่า แสงจากโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ มีผลรบกวนต่อพฤติกรรม การนอนหลับของมนุษย์ ทำให้นอนหลับไม่สนิท และร่างกายเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอดังนั้น แนะนำว่าควรปิดมือถือ, ทีวี และคอมพิวเตอร์ในห้องนอน หลังจาก 2 ทุ่มเป็นต้นไป เว้นเสียแต่ว่า มีความจำเป็นที่ต้องใช้งาน แต่ก็อย่าลืมปิดก่อนนอนด้วยล่ะ
6. ทานอาหารสุขภาพ
เราคงรู้ๆกันอยู่แล้วว่า อาหารที่ทานมีผลต่อสุขภาพของเรา การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคุณเพียงเล็กน้อย สามารถช่วยการนอนหลับของคุณให้ดีขึ้นได้
• ถั่ว.  ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่นอนหลับยาก ลองทานพวกถั่วหรือเนยถั่วดูสิ เพราะ ถั่วมีสาร ไนอะซิน จำนวนมากที่ช่วยกระตุ้นให้สมองปลดปล่อยสาร เซโรโทนิน ที่จะทำให้เราหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
• เชอร์รี่.  เชอร์รี่เป็นหนึ่งในผลไม้ไม่กี่ชนิดที่ประกอบด้วยสาร เมลาโทนิน จำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวช่วยควบคุมนาฬิกาปลุกในร่างกายมนุษย์ มีการวิจัยพบว่า การดื่มน้ำเชอร์รี่สกัดเข้มข้นอย่างต่อเนื่องช่วยปรับคุณภาพการนอนหลับของเราให้ดีขึ้นและยาวนานขึ้น
• ดาร์คช็อคโกแลต. ช่วยให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายและสมองปลอดโปร่ง แต่ระวัง อย่าไปหยิบผิดเป็น มิลค์ช็อคโกแลตล่ะ เพราะแทนที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย มิลค์ช็อคโกแลตจะกระตุ้นสมองหลั่งสาร โดพามีน ทำให้ร่างกายตื่นตัวกระฉับกระเฉงแทนซะงั้น• ชาเขียว ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง ช่วยสร้างสมาธิเหมาะสำหรับกลุ่มวัยทำงาน ที่ต้องใช้สมอง ในการคิดไอเดีย สร้างสรรค์ วิเคราะห์ แก้ปัญหา
ซึ่งช่วยให้ความคิดฉับไว มากขึ้น
7. ออกกำลังกาย
การใช้เวลาในการนั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือนานเกินไปจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ แน่นอนว่าหากเรารู้ว่าเวลาเหนื่อยไม่มีใครอยากออกกำลังกาย แต่คุณจะแปลกใจกับผลที่ได้จากการออกกำลังกายจากการศึกษาที่ Medicine & Science in Sports & Exercise พบว่าผู้หญิงที่มีเวลาออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ รายงานความเหนื่อยล้า และมีพลังงานเยอะกว่าคนที่ออกกำลังน้อยกว่า
8. แต่อย่าเยอะเกินไป
ในทางกลับกัน  คุณอาจจะมีการออกกำลังกายที่เยอะอยู่แล้ว การออกกำลังที่เยอะเกินไป อาจจะส่งผลให้ใช้ร่างกายเยอะเกินไปแล้วทำให้รู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิน เพราะฉะนั้นควรจะบาลานซ์ ระหว่างกิจกรรมและการพักผ่อนให้พอดี
Previous Post
Next Post

post written by:

0 ความคิดเห็น:

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น