27.3.59

ไอเดียเงินหมื่น- เงินแสน- เงินล้านจากธุรกิจทำงานที่บ้าน


      คุณเชื่อหรือไม่ในสังคมอเมริกันชน รายได้กว่า 30,000 ล้านดอลล่าร์ มาจากผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจทำงานที่บ้าน (Home-based business) ซึ่งส่วนมากมักดำเนินเพียงแค่คนเดียว (Solopreneur) และก็ไม่ง่ายที่จะสร้างธุรกิจรูปแบบนี้ขึ้นมาให้ประสบความสำเร็จ แต่แนวทางที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าความสำเร็จในธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้จริงผู้แปลจึงได้นำมาลงเพื่อให้คนที่สนใจได้ศึกษา
      สำหรับใครก็ตามที่ต้องการทำธุรกิจทำงานที่บ้าน มันก็คือการทำธุรกิจเหมือนกัน เพียงแค่เปลี่ยนจากพนักงานหลายคน มาเป็นคุณคนเดียว โดยพื้นฐานแล้วทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แม้กระทั่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
ดังนั้นถ้าคุณต้องการเป็น Solopreneur นั่นหมายถึง คุณคือเจ้าของธุรกิจ และสามารถใช้บ้านเป็นออฟฟิศได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปเปิดบริษัทใหญ่โตอะไรเลย
สำหรับแนวทางต่อไปนี้ จะช่วยยกระดับทักษะของคุณ หรือสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้คุณสามารถมีธุรกิจทำงานจากที่บ้านได้ โดยชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่คนทั่วสามารถใช้สร้างเงินล้านได้

1. คิด Product ที่ช่วยแก้ปัญหาที่คุณประสบในชีวิตประจำวัน

Katherine Krug ประสบปัญหาปวดหลังจากการนั่งทำงานนาน ๆ เธอไม่สามารถหาทางออกดี ๆ ได้ ดังนั้นเธอจึงเริ่มสร้าง Prototype สายรัดพยุงหลังขึ้นมา (โดยอาศัยความช่วยเหลือจากนักออกแบบอุตสาหกรรม) เธอนำ Prototype นี้ไประดมทุนจากมวลชนใน Kickstarter แลได้เงินมาจำนวน 1.2 ล้านเหรียญ ปัจจุบันเธอยังทำธุรกิจเงินล้านในชื่อ getbetterback.com เพียงลำพังจากที่บ้านในย่านซาน ฟรานซิสโก
Kelly Lester แม่บ้านลูกสาม เธอสร้างธุรกิจจากปัญหาที่เธอพบเจอ คือ Lester ต้องการอะไรสักอย่างที่ง่ายและรวดเร็ว สำหรับแพ็กอาหารกลางวันให้กับลูก ๆ ของเธอ และเธอก็พบสิ่งที่เธอต้องการ คือ “กล่องเบ็นโตะ” (กล่องอาหารญี่ปุ่นที่สามารถประกอบเข้าออกได้) ความหลงใหลในเจ้าเบ็นโตะของ Lester ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นธุรกิจกล่องอาหารกลางวัน easylunchboxes.com ที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญได้ในที่สุด
ในชีวิตประจำวันเราต่างพบเจอปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ดังนั้นจงเปิดหูเปิดตาให้กว้าง เพราะแรงบันดาลใจสามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก มักเกิดจากปัญหาส่วนตัวที่ผู้ก่อตั้งเองนั้นพบเจอ

2. เข้าใจ Niche และสร้างร้านค้าออนไลน์ของคุณ

“คุณมีข้อมูลเชิงลึกมั้ยว่าสินค้าตัวไหนที่ผู้คนกำลังมองหาอยู่ ถ้าคุณตอบว่ามี ให้คุณเริ่มทำธุรกิจได้เลย”

Walton เคยเป็นลูกจ้างในร้านขายกล้องวงจรปิดแห่งหนึ่ง เขารู้ว่าถ้าลูกค้าเหยียบเข้ามาในร้าน พวกเขาต้องการอะไร ประสบการณ์นี้ทำให้ Walton มีข้อมูลเชิงลึกในการหยิบจับสินค้าจากคลังที่ถูกใจลูกค้า ในตอนนั้นชายหนุ่มมีเงินเก็บประมาณ 1,000 เหรียญ เขาตัดสินใจเปิดร้านค้าขายกล้องวงจรปิดขึ้นบนเว็บชื่อ spyguysecurity.com
Walton แนะนำว่า “ด้วยความรู้ที่คุณมีเกี่ยวกับ Niche คุณจะเข้าใจว่าลูกค้ากำลังมองหาอะไร และนั่นคือโอกาสที่คุณสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นมา เพื่อขายของให้กับคนเหล่านั้นได้ ถ้าคุณมีความรู้ด้านไอที คุณสามารถทำเว็บไซต์เองโดยใช้ WordPress + Woocommerce ได้  หรือคุณจะจ้าง Outsource ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน”
ถ้าดูจากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรในอเมริกา คุณจะไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมธุรกิจขนาดใหญ่จำนวนมาก มักดำเนินการโดยผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จแวดวงค้าปลีก

3. ขยายทักษะของคุณผ่านเทคโนโลยี

คุณใช้ทักษะของคุณแต่ในโลกออฟไลน์ใช่หรือไม่? ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเคย และไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา และจำนวนลูกค้าด้วยนะ
Dan Mezheritsky ครูฝีกส่วนตัว (Fitness) เขาได้ขยายธุรกิจโดยการ ทำเป็นเซ็ตการฝึกส่วนตัวไว้สำหรับฝึกเองที่บ้าน ต่อยอดด้วยการทำแฟรนไชส์ รวมถึงสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อช่วยให้การฝึกสอนสามารถทำได้แบบอัตโนมัติ
อีกเคสหนึ่ง คือ โทรศัพท์มือถือช่วยให้ Rachel Charlupski ขยายธุรกิจพี่เลี้ยงเด็กของเธอให้กลายเป็นเครือข่ายพี่เลี้ยงเด็กกว่า 1,500 คน ซึ่งในตอนแรก Charlupski เริ่มธุรกิจนี้เพียงลำพัง โดยเธอเสนอบริการพี่เลี้ยงเด็กให้กับแขกที่มาพักในโรงแรมย่านฟีนิกซ์ เพื่อหารายได้พิเศษ
ในแง่ของการทำสินค้า Alicia Shaffer ขยายธุรกิจผ้าโพกหัวของเธอจาก จากเดิมแค่เฉพาะฐานลูกค้าใน Livermore รัฐ California ไปเป็นลูกค้าเป็นล้าน ๆ คนบนโลกออนไลน์ เธอสร้างทั้งเว็บไซต์ของตัวเอง และเปิดร้านค้าใน Platform ขายของแฮนด์เมดยอดนิยมอย่าง Etsy โดยทั้ง 2 แหล่งรวมกันสร้างยอดขายให้เธอเกือบหนึ่งล้านเหรียญนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าคุณมีทักษะไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมใดก็ตาม เทคโนโลยีสามารถช่วยคุณขยายฐานลูกค้าออกไปได้แบบไม่รู้จบ

4. สร้างคอร์สเรียนออนไลน์/การสอนผ่านคลิป

    คุณมีทักษะในการสอนผู้อื่นหรือไม่ ถ้ามี นี่คือแนวทางที่คุณสามารถทำธุรกิจคอร์สเรียนออนไลน์ได้ ในปัจจุบันมีทางเลือกมากมายที่คุณจะสามารถเป็นเจ้าของหลักสูตรได้ ถ้าคุณมีความรู้ด้านเทคนิค คุณสามารถใช้ WordPress + Sensei Theme เพื่อสร้างเว็บการเรียนการสอนได้ หรือคุณจะใช้ Platform สำหรับคอร์สออนไลน์อย่าง Fedora หรือ Udemy ก็ได้เช่นกัน
John Azzi และ Eliot Arntz คือตัวอย่างผู้ประกอบการที่มีรายได้จากคอร์สการสอนกว่า 1 ล้านเหรียญในปี 2014 คอร์สของพวกเขา คือ การสอนพัฒนาแอพบน iOS 8 และภาษาโปรแกรมมิ่งตัวใหม่อย่าง Swift อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ Rob Percival อดีตอาจารย์สอนคณิตศาสตร์จากแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ประสบความสำเร็จจากคอร์สเรียนสอนเขียนโปรแกรม 4 ตัว โดย Percival มีรายได้กว่า 1 ล้านเหรียญในระยะเวลาไม่ถึงปี
ดังนั้น ถ้าคุณมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านไหน คุณสามารถผลิตออกมาเป็นคอร์สสอนคนอื่นได้ ซึ่งคอร์สเรียนที่น่าทำ คือ พวกคอร์สที่สอนให้ผู้เรียนมีรายได้มากขึ้น หรือนำไปปรับใช้ในอาชีพของพวกเขาให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น

5. ตีพิมพ์อีบุ๊ค

ถ้าเป็นเมื่อก่อน การที่คุณจะตีพิมพ์หนังสือสักเล่มได้นั้น คุณต้องไปอ้อนวอนสำนักพิมพ์ที่มีชื่อให้ตีพิมพ์ และโปรโมทหนังสือให้กับคุณ ซึ่งมันยากมาก แต่ทุกวันนี้คุณสามารถตีพิมพ์หนังสือด้วยคุณเองได้ (self-publishing) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพียงต่ำ และสามารถเผยแพร่ไปยังนักอ่านจำนวนมากได้
ตลาดสำหรับซื้อขายหนังสืออย่าง Amazon Kindle, Goodreads, Kobo Writing Life ฯลฯ เป็น Platform ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถตีพิมพ์อีบุ๊ค และสื่อสารกับกลุ่มผู้อ่านได้
Amanda Hocking เจ้าของอีบุ๊คนิยายหลายเล่มบน Amazon มีรายได้จากการขายนิยายกว่า 2 ล้านเหรียญ โดยก่อนที่เธอจะมาเลือกช่องทางออนไลน์นั้น Hocking เคยถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์หลายเจ้ามาก่อน
อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ Guy Kawasaki นักเขียนหนังสือ 13 เล่ม และเล่มที่เป็น Bestsellers คือ how to self-publish an ebook หรือการตีพิมพ์อีบุ๊คด้วยตนเอง โดยในเล่มนำเสนอกลยุทธและการปฏิบัติที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านเพื่อลงมือเขียนหนังสือ รวมทั้งยังมี Template การเขียนที่พร้อมใช้งานให้กับผู้ซื้ออีกด้วย
ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตามแต่ ลำพังแค่ Passion นั้นไม่เพียงพอที่จะให้คุณก้าวไปต่อ การลงมือทำทุกวัน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องต่างหาก ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้า
       สุดท้ายคุณไม่ต้องกังวลหรอกครับ ถ้าคุณล้มเหลวครั้งแรก หรือล้มเหลวอีกหลายครั้งก็ตาม ที่คุณต้องทำคือลองให้มันถูกสักครั้งก็พอแล้วคุณก็ต้องประสบผลสำเร็จสักอย่าง...
ส่วนตัวโดยผู้แปลและเรียบเรียง
ผมคิดว่าทุกคนที่มีความรักและทุมเทให้กับงานที่ตัวเองรักและชอบแล้วมันสามารถทำให้คุณประสบผลสำเร็จแน่นอนครับ อาจจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับทักษะและวิธีการ อย่างตัวผู้เขียนเองก่อนจะออกมาทำธุรกิจอยู่บ้าน ก็เคยทำธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เคยเป็นพนักงานบริษัทเงินเดือนก็ไม่ได้มากมาย แต่ด้วยอาศัยความชอบ ก็ศึกษางานออนไลน์ ควบคู่กันมาเรื่อยๆ พอถึงระดับหนึ่งจึงตัดสินใจลาออก มาทำงานแบบธุรกิจ ฟีแลนด์ อยู่บ้าน อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข....
Previous Post
Next Post

post written by:

0 ความคิดเห็น:

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น