11.7.64

5 สมุนไพรพื้นบ้านช่วยต้านโควิด-19

 

 5 สมุนไพรพื้นบ้านช่วยต้านโควิด-19

 ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดสมุนไพรไทยจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของไข้หวัดได้ ซึ่งนายธีระ เชื้อประทุม แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด (ไทยเฮิร์บ) บริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า สมุนไพรไทยนั้นเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน และเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ไทยเฮิร์บจึงขอแนะนำสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นประโยชน์และแนะนำให้ใช้ 5 ชนิด ดังต่อไปนี้


1.ฟ้าทะลายโจร มีการศึกษาวิจัยกันอย่างแพร่หลาย ทั้ง จีน สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย และได้มีการนำเสนอผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยที่ได้รับการรับรองแล้วพบว่า กลไกต้านไวรัสของฟ้าทะลายโจรป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์ เพิ่มภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส รวมถึงลดอาการการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส

 


2.ขิง ซึ่งมีรสเผ็ดร้อน มีคุณสมบัติอุ่น พบฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปแล้วมักนำมากินแก้หวัด ซึ่งขิงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti–oxidant) และสารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) อยู่มากมาย เช่น Gingerol, Shogoal และ Paradoal 


3.มะขามป้อม เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ โดยพื้นบ้านใช้รักษาหลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด หอบหืด ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยสารสำคัญในมะขามป้อมสามารถจับกับขาโปรตีนของไวรัสโควิด-19 และตัวรับ ACE2 ซึ่งมีบทบาทการผ่านเข้าเซลล์ปอด และยังเข้าจับกับเชื้อในหลายตำแหน่งที่มีผลต่อการยับยั้งการสร้างและการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสได้


4.ขมิ้นชัน จากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ ทั้งนี้จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่าสารสำคัญของขมิ้นชัน และ demethoxycurcumine สามารถแย่งจับกับตำแหน่งของไวรัสโควิด-19 ที่มีผลยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้


5.กระเทียม มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน สาร allicin ในกระเทียม มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ป้องกันการหลั่งสาร cytokine ที่ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ชนิด immunoglobulin A (IgA) ซึ่งเป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบมากที่ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร ตามเยื่อเมือกต่างๆ และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ B-cell lymphocyte รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งของสาร interferon ซึ่งเป็นสารที่สร้างในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัส จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ quercetin และ allicin ที่พบสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด-19 ได้

โดยปัจจุบันมีการทำวิจัยและต่อยอดสมุนไพรไทย โดยได้แปรรูปสมุนไพรไทยมาเป็นในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูล ชาผง เพื่อการเข้าถึงที่ง่าย พกพาสะดวก และง่ายต่อการรับประทาน มีวางจำหน่ายตามร้านขายยา โมเดิร์นเทรด และโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 60 สาขาทั่วประเทศแล้ว.

 

30.6.64

คนละครึ่งเฟส 3 พรุ่งนี้ www.คนละครึ่ง.com เริ่มใช้จ่ายวันแรก เช็ควันโอนเงินเข้าได้ที่นี่

 


คนละครึ่งเฟส 3 พรุ่งนี้ www.คนละครึ่ง.com เริ่มใช้จ่ายวันแรก เช็ควันโอนเงินเข้าได้ที่นี่

จากกรณีที่ กระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 บนเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. จนถึงวันนี้ 30 มิ.ย. สิทธิคงเหลืออยู่ที่ 2,383,439 สิทธิ ยังเปิดลงทะเบียนให้ครบ 31 ล้านสิทธิ

วัตถุประสงค์คนละครึ่งเฟส 3 เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม

เริ่มลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3

  • วันที่ 14 มิ.ย. 64
  • ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

วงเงินสิทธิ์-ระยะเวลาการใช้จ่าย “คนละครึ่งเฟส 3” 

  • สามารถใช้สิทธิได้ระหว่าง 1 ก.ค. 64 – 31 ธ.ค. 64
  • เงื่อนไขการใช้สิทธิของประชาชน รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50%  โดยใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาท/วัน โดยที่ยอดรวมการใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” ไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดโครงการ
  • ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 6.00 น. ของทุกวัน
  • ใช้สิทธิได้ที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ เท่านั้น
  • ใช้ได้เวลา 06.00 - 23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธิ คนละครึ่ง นอกเวลาดังกล่าว

 

โอนเงิน 2 รอบ

  • โดยแบ่งจ่าย เงินเยียวยาคนละครึ่งเฟส 3 รอบที่ 1 วันที่ 1 ก.ค.64 จำนวน 1,500 บาท สำหรับผู้ยืนยันยัวตนสำเร็จ

รอบที่ 2 วันที่ 1 ต.ค.64

  • จำนวน 1,500 บาท สำหรับผู้ยืนยันยัวตนสำเร็จ
  • ใช้จ่ายผ่านแอปฯเป๋าตัง

ขณะที่ นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  คนละครึ่เฟส 3 ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเข้าร่วมโครงการจำนวน 28.56 ล้านสิทธิ ซึ่งเมื่อตรวจสอบผู้ลงทะเบียนซ้ำและผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลไม่ถูกต้อง พบว่ามีประชาชนได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จำนวน 25.42 ล้านคน

 

 

8.6.64

เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง เฟส 3 รับเงิน 3,000 บาท เริ่ม 14 มิ.ย.


 


คลังเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่ง เฟส 3” 31 ล้านสิทธิ ผ่านเว็บไซต์-แอปเป๋าตัง เริ่ม 14 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ส่วน “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ลงทะเบียน 21 มิ.ย. คาดใช้จ่าย 1 ก.ค.นี้

วันที่ 1 มิถุนายน 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 กำหนดผู้เข้าร่วมโครงการไม่เกิน 31 ล้านคน ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 22.00 น. ของทุกวัน โดยผู้ที่เคยใช้จ่ายผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” แล้ว สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ได้เลย ส่วนประชาชนที่ไม่เคยใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com คาดว่าจะเริ่มใช้จ่าย 1 ก.ค.-31 ธ.ค.64

สำหรับโครงการดังกล่าว จะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผมทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ทั้งนี้ ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 1,500 บาทต่อคน ในแต่ละรอบ รอบละ 3 เดือน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

ขณะที่โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นโครงการใหม่ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านผู้มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผู้ได้รับสิทธิไม่เกิน 4 ล้านคน ที่ชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการ

โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนในรูปของบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) โดยวงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน

สำหรับสิทธิ e-Voucher จะคืนเป็นวงเงินใน g-Wallet ทุกต้นเดือนถัดไป โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ ซึ่งประชาชนสามารถใช้จ่ายเงินเพื่อนำมาคำนวณสิทธิได้ในช่วงเดือน ก.ค.-30 ก.ย. 64 และใช้ e-Voucher ได้ในช่วงเดือน ส.ค.-31 ธ.ค.64 โดยวงเงินสำหรับการดำเนินโครงการรวม 28,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นเงิน 268,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 64 เวลา 06.00 น.-22.00 น. โดยผู้ที่เคยใช้จ่ายผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” แล้ว สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ตามต้องการ ส่วนประชาชนที่ไม่เคยใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ของโครงการ

16.5.64

หมอเตือน! ฉีดวัคซีนครบ แต่ยังมีความเสี่ยง ย้ำต้องเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์เพี้ยน

 


หมอเตือน! ฉีดวัคซีนครบ แต่ยังมีความเสี่ยง ย้ำต้องเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์เพี้ยน

“หมอธีระวัฒน์” โพสต์ FB แม้ ฉีดวัคซีน โควิด-19 ครบ 2 เข็ม แต่ยังต้องเฝ้าระวัง สายพันธุ์เพี้ยน อินเดีย แอฟริกา หลังพบกรณีตัวอย่างที่สิงคโปร์

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุว่า “วัคซีน และ คงวินัย รักษาระยะห่าง คนไทยได้วัคซีนครบ 2 เข็มแล้วก็ตามอย่ามั่นใจ สายพันธุ์เพี้ยน อินเดีย แอฟริกา ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ครบ 2 เข็มในสิงคโปร์ยังติดเชื้อได้”

นอกจากนี้ยังระบุ อีกกว่า สายพันธุ์ที่ต้องจับตาสูง จนถึงกลายเป็นสายก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง? 12/5/64 15/5/64 ในสิงคโปร์ พบสายอินเดียในชุมชนเองแล้ว และที่ติดสายอินเดียเป็นคนได้วัคซีน ไฟเซอร์ โมเดอนา ครบ 2 แล้ว โควิด ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาจนกลายเป็นที่เรียกว่าสายพันธุ์ ที่ต้องจับตามองด้วยความกังวลสูง ( variant of high global concern ) ไปจนถึงที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่อง (high consequence) ล้วนแล้ว แต่เกิดจากการระบาดที่รุนแรงแรงกว้างขวางจนเกิดการวิวัฒน์ ให้มีความเก่งกาจขึ้น (gain of function)


 

ตั้งแต่ สายอังกฤษ แอฟริกาใต้บราซิลฟิลิปปินส์และจนอินเดีย ที่ถูกจัดจากองค์การอนามัยโลกให้ทั่วโลกจับตา และในอีกไม่ช้าไม่นาน ถ้าสถานการณ์คุมไม่ได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งก็จะเกิดมีสายใหม่เกิดขึ้นอีก ในส่วนของสายอินเดีย ที่มีการตรวจพบมานานพอสมควรในประเทศไทย หลายรายด้วยกันแล้ว ในสถานกักตัว

ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากหมอและนักวิทยาศาสตร์อินเดียและหลายกลุ่ม ในไวร้สสายนี้มานานพอสมควร ที่ว่าสามารถ “จับลึก” นั่นก็คือไถลลงไปจับกับหลอดลมส่วนลึกและถุงลมแทนที่จะเป็นโพรงจมูกและลำคอ “จับแน่น” ทำให้มีความสามารถในการติดเชื้อได้เก่งขึ้นและจากนั้นแพร่ได้ง่ายขึ้น “หลีกหนี” การมองเห็นการเฝ้าระวังตรวจตราของระบบป้องกันและภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีน ทั้งนี้ยังหมายควบรวมไปถึงภูมิคุ้มกันที่ได้จากการติดเชื้อครั้งแรกจากโควิดธรรมดา และเมื่อติดเชื้อสายใหม่นี้ สามารถมองเห็นจับได้

แต่ไม่ยับยั้งไวรัสและกลับจับไวรัสไปส่งให้ เซลล์ที่มีหน้าที่ป้องกันไวรัส โดยมีหน้าที่ทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อ แต่กลับปล่อยสารอักเสบขึ้นมาแทนเลยเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อและต่อทุกระบบในร่างกาย ถือเป็น “บาป” ที่ภูมิคุ้มกันไม่รู้จักปรับตัวพัฒนาขึ้นมาสู้กับของใหม่ (original antigenic sin: ที่ทราบกันมาตั้งแต่ปี 1960) และในลำดับต่อไป ถ้าไวรัสมีการปรับเปลี่ยนส่วนท่อนต่างๆ ที่ปกติออกแบบมาอยู่แล้วเพื่อก่อโรคให้มีความรุนแรง และกลับรุนแรงขึ้นไปอีก จนมีปัญหาในการรักษาและรวมไปกระทั่งถึงดื้อยาที่ใช้ได้ผลอยู่ในปัจจุบัน จะกลายเป็น สายที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างสูง

ทั้งหมดนี้สามารถชนะได้ด้วยวัคซีนพร้อมกับมีวินัยทั้งทางบุคคล และทางสังคมอย่างเข้มข้น พยายามสงบการระบาดให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามสายใหม่เหล่านี้ ต้องเล็ดลอดเข้ามาไม่ช้าก็เร็ว และแพร่ระหว่างคนไทยสู่คนไทย แต่ทั้งหมดเพื่อเป็นการซื้อเวลา เพื่อรอวัคซีนพัฒนารุ่นที่สองต่อไป

 

7.5.64

สายคีโตห้ามพลาด ผักอะไรบ้างที่ควรกินและไม่ควรกิน อยากรู้ต้องอ่าน

 


สายคีโตห้ามพลาด ผักอะไรบ้างที่ควรกินและไม่ควรกิน อยากรู้ต้องอ่าน

 สำหรับสาวๆ หลายคนที่ใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายพร้อมทั้งการสร้างหุ่นดี ย่อมต้องคุ้นเคยกับคำว่าคีโต หรือ Ketogenic Diet ซึ่งถือเป็นการลดน้ำหนักในรูปแบบหนึ่งที่เน้นการกินไขมัน และการลดน้ำหนักในรูปแบบนี้ยังมีกฎเหล็กหนึ่งข้อก็คือ การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตพร้อมทั้งงดน้ำตาล วันนี้เราจึงรวบรวมผักที่สาวๆ ที่กินคีโตควรทานและไม่ควรทานมาฝากกันค่ะ

 


ผัก 4 ชนิดที่ควรทานสำหรับสาวๆ ที่กินคีโต

ในส่วนของผักที่สาวๆ ที่กินคีโตควรทานนั้น จำเป็นต้องเป็นผักที่มีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตน้อย ซึ่งผักที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะกับการกินคีโตมีดังนี้


1.แตงกวา
แตงกวาคือผักที่มีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตน้อย น้ำตาลน้อย และมีน้ำเยอะ จึงถือเป็นผักที่จัดอยู่ในกฎเหล็กของการกินคีโต อีกทั้งยังเป็นผักที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย และช่วยรักษาความสมดุลภายในร่างกายอีกด้วย


2.มะเขือยาว
มะเขือยาวเป็นผักที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตน้อย และเป็นผักที่มีสรรพคุณมากมาย ทั้งในเรื่องของการช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลผ่านลำไส้ การช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติและยังเป็นผักที่ช่วยให้การกินคีโตไม่น่าเบื่อ เพราะมะเขือยาวสามารถนำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายเลยทีเดียว


3.พริกหวาน
เนื่องจากพริกหวานปริมาณ 100 กรัมให้คาร์โบไฮเดรตเพียงแค่ 5 กรัมเท่านั้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่กินคีโตอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยลดไขมันไม่ดีออกจากร่างกายได้อีกด้วย


4.ผักใบเขียวทุกชนิด
ผักใบเขียวทุกชนิด นอกจากจะมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตน้อยแล้ว ยังให้คุณค่าทางโภชนาการสูง พร้อมทั้งปริมาณแคลอรี่ต่ำ

 

 

ผัก 2 ชนิดที่ไม่ควรทานสำหรับสาวๆ ที่กินคีโต

สำหรับผักที่ไม่แนะนำให้สาวๆ ที่กินคีโตทาน เนื่องจากมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตสูง และขัดกับกฎเหล็กของการกินคีโต อีกทั้งยังอาจทำให้ร่างกายหลุดจากกระบวนการกินคีโตมีดังนี้


1.ข้าวโพด
ข้าวโพด 100 กรัม มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากถึง 17 กรัม จึงไม่ควรทานหากกำลังอยู่ในช่วงของการกินคีโต เพราะถือเป็นผักที่มีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตสูงเลยทีเดียว


2.พืชตระกูลหัวทุกชนิด
พืชตระกูลหัวทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นเผือก ฟักทอง มันฝรั่ง หรือมันเทศ ล้วนเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตชั้นดี เมื่อทานเข้าไปร่างกายก็จะได้รับปริมาณของคาร์โบไฮเดรตสูง จึงแนะนำให้สาวๆ ที่กินคีโตหลีกเลี่ยงการทานผักตระกูลนี้จะดีที่สุด


แม้ว่าจะมีประเภทผักที่แนะนำให้ทานสำหรับคนกินคีโตตามที่เราได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทานผักทั้ง 4 ชนิดนั้นได้อย่างไม่จำกัด แต่ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม และที่สำคัญควรเน้นการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เพื่อให้การกินคีโตมาพร้อมกับการมีสุขภาพร่างกายที่ดีนั่นเอง

 


 เรามีผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกใว้คอยดูแลคุณเลือกเลย


 

5.5.64

เปิดรายละเอียดโครงการ "เราชนะ" รอบล่าสุด หลัง ครม. อนุมัติจ่าย "เงินเยียวยา" เพิ่ม 1,000 บาท 2 สัปดาห์

 


 เปิดรายละเอียดโครงการ "เราชนะ" รอบล่าสุด หลัง ครม. อนุมัติจ่าย "เงินเยียวยา" เพิ่ม 1,000 บาท 2 สัปดาห์

ที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค. 2564 เห็นชอบ มาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วง "โควิด-19" ในระยะเร่งด่วน โครงการ ​"เราชนะ" จำนวนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 32.9 ล้านคน เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ให้กรอบวงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท โดยให้การใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.64

ทั้งนี้ รายละเอียดการลงทะเบียนรับเงินเราชนะ รอบใหม่ ยังไม่เคาะวันและเวลาที่แน่นนอน แต่จากข้อมูลการลงทะเบียนเราชนะในรอบก่อนหน้านี้ มีเงื่อนไขผู้ที่มีคุณสมบัติ และขั้นตอนการลงทะเบียน ที่คาดว่าจะใช้ขั้นตอนที่ไม่แตกต่างจากเดิม ดังต่อไปนี้

     คุณสมบัติ "เราชนะ"

1. เป็นบุคคลที่มี สัญชาติไทย อายุ 18 ปี ณ วันที่ ครม. เห็นชอบโครงการ

2. ไม่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33

3. ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทน จากหน่วยงานของรัฐโดยตรง

4. ไม่เป็นข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535

5. ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ

6. ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ตามปีภาษี 2563

7. มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

20.4.64

เราชนะ ครม. เคาะแจกเงิน 7,000 บาท อีก 2.4 ล้านคน

 


 เราชนะ ครม. เคาะแจกเงิน 7,000 บาท อีก 2.4 ล้านคน

ที่ประชุม ครม. เคาะแจกเงิน เราชนะ จำนวน 7,000 บาท อีก 2.4 ล้านคน เพิ่มเวลาใช้ถึงสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ขยายกลุ่มเป้าหมายจำนวน 33.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านคน จากเป้าหมายเดิมที่ 31.1 ล้านคน โดยใช้กรอบวงเงินไม่เกิน 213,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,042 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาโครงการเราชนะ ให้ไปสิ้นสุดในสิ้นเดือน มิ.ย. 64 จากเดิมที่จะหมดเขตในวันที่ 31 พ.ค. นี้

 

19.4.64

เตรียมลุ้น!! ครม. เคาะเยียวยาโควิดรอบใหม่ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเร็วขึ้น

 


 เตรียมลุ้น!! ครม. เคาะเยียวยาโควิดรอบใหม่ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเร็วขึ้น

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 20 เมษายนนี้ จะหารือถึงมาตรการเยียวยาโควิด-19 ซึ่งจะนำงบประมาณที่เหลืออยู่ 240,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 1,000,000 ล้านบาท มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเดิมทีจะออกโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ต่อจากโครงการเราชนะในช่วงเดือนมิถุนายน แต่อาจจะต้องเปลี่ยนแผนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบให้เร็วขึ้น

ด้าน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เตรียมหารือร่วมกับเอกชน 40 รายใหญ่ของไทยในวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเน้นการประสานงานกับรัฐฯ ให้กระจายวัคซีนโควิด-19 ให้มากและรวดเร็วที่สุดรวมถึงแนวทางช่วยเหลือธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาโดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอและจะส่งรายงานการประชุมให้คณะรัฐมนตรีรับทราบด้วย

เช่นเดียวกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เร่งให้รัฐบาลนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ให้เร็วที่สุด โดยภายในไตรมาส 3 ต้องครอบคลุมคนไทยไม่น้อยกว่า 70% รวมถึงเร่งออกมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างที่เคยทำมา เช่น คนละครึ่ง, เราชนะ และ ม.33เรารักกัน

ส่วนมาตรการคุมการระบาดที่รัฐประกาศและยืนยันว่าจะไม่ล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวนั้น ถือว่าเป็นผลดี ไม่สร้างความผิดหวังให้กับภาคเอกชน แต่สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนเป็นการเคอร์ฟิวไปในตัวอยู่แล้วเพราะประชาชนกังวลและตื่นกลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา อีกทั้งเมื่อปิดสถานที่ต่างๆ เร็วขึ้น ประชาชนก็ไม่รู้จะออกไปที่ใดในช่วงเวลากลางคืน ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลประเมินในเชิงลึกทุกๆ 3 วัน ไม่ต้องรอ 14 วัน

 

CR.ข่าว matichon

 

รวมวิธีกำจัด SMS ขยะ เว็บพนัน เตือนห้ามคลิกลิ้งก์พวกนี้เด็ดขาด!

 


 รวมวิธีกำจัด SMS ขยะ เว็บพนัน เตือนห้ามคลิกลิ้งก์พวกนี้เด็ดขาด!

สิ่งหนึ่งที่อำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและบอกข่าวสารที่ราคาไม่แพงนั่นคือข้อความ SMS ซึ่งหลายคนบอกว่าถ้ามันมีเยอะจนบางอันเป็น SMS Spam ที่เป็นขยะและมีความอันตราย จะลบออกไปมันก็เข้ามาอีก

 


 

โทร *137 เนื่องจากปัญหาเรื่องของ SMS กลายเป็นประเด็นใหญ่ทำให้ กสทช. ได้ออกเบอร์ให้คุณกดจากมือถือแล้วจะจัดการกับ SMS ได้ระดับหนึ่งนั่นคือ *137 แล้วโทรออก

 

ติดต่อแจ้งผู้ให้บริการ

วิธีที่ 2 จะเป็นการโทรบอก Call Center ร้องเรียนเรื่องข้อความขยะที่เข้ามา ก็ได้ แต่ถ้าใครพบว่าข้อความดังกล่าวตรงกับธนาคาร หรือ แหล่งข้อมูลที่คุณรู้จักสามารถโทรแจ้งหน่วยงานเหล่านั้นได้เลยครับ

ใช้โปรแกรมคัดแยก SMS ขยะ

วิธีนี้ถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว เมื่อใช้ 2 วิธี ยังมีความเสี่ยงในการทำให้ข้อความขยะเข้ามา การใช้โปรแกรมรับ SMS ในมือถือที่มีตัดกรองก็จะเป็นคำตอบที่ดี แต่ว่าจะมีรายละเอียดดังนี้

 

 


 

สำหรับ Android แนะนำให้โหลด Google Message หากมีข้อความที่คุณไม่รู้จักเข้ามา คุณสามารถกดให้ข้อความเหล่านั้นเป็นข้อความขยะ โดยการกดค้างที่ข้อความ หลังจากนั้นกดปุ่มบนที่เป็นรูปเครื่องหมายห้าม เท่านี้ข้อความดังกล่าวจะแยกออกเป็น Spam และจะถูกลบออกไปเองในเวลา 30 วัน

 

ส่วน iOS นั้นให้คุณเข้าไปที่ตั้งค่า (Setting) > ข้อความ (Message) แล้วเลือกเปิดที่ข้อความที่ไม่รู้จัก แต่ไม่ได้หมดแต่เพียงเท่านั้น ถ้ามีข้อความจากแหล่งที่เราไม่รู้จัก ก็จะเข้ารวมกลุ่มข้อความเหล่านี้เข้าเป็นกลุ่มเดียวกันแล้วลบออกเป็นข้อความขยะได้เลย

นอกจาก SMS เหล่านี้ที่เข้ามาจะรบกวนแล้ว หากกดลิงก์ไปอาจจะถูกล้วงข้อมูลได้ ดังนั้นใครที่รับได้ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะกดเข้าไปให้ดี การป้องกันตามวิธีที่นำเสนอไปนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีเบื้องต้น แต่อีก 1 ที่ควรทำเลยคือ การไม่ให้เปิดเผยข้อมูลเบอร์ศัพท์กับบริการที่เราสมัคร โดยเฉพาะ บัตรเครดิต เป็นต้นครับ


8.4.64

ป่วนทุกวงการ! ผู้ป่วยโควิดเต้นหน้าเวทีหมอลำดัง แนะกลุ่มเสี่ยงกักตัว สังเกตอาการ

 


 ป่วนทุกวงการ! ผู้ป่วยโควิดเต้นหน้าเวทีหมอลำดัง แนะกลุ่มเสี่ยงกักตัว สังเกตอาการ

วันที่ 8 เม.ย.2564 เพจเฟซบุ๊ก รพ.สต.วงพักเกวียน จังหวัดชัยภูมิ โพสต์แจ้งระบุว่า เนื่องจากคืนวันที่ 7 เมษายน 2564 มีวงหมอลำของระเบียบวาทะศิลป์ มาแสดงที่บ้านบัวพักเกวียน และได้มีผู้คนเดินทางมาจากต่างพื้นที่เพื่อมาชมหมอลำ รวมถึงมีผู้ป่วยผลตรวจยืนยืนว่าเป็นโรคโควิด-19 ซึ่งผู้ป่วยทราบผลภายหลัง ได้มาร่วมชมหมอลำด้วย” ขณะนี้รอยืนยันไทม์ไลน์



ดังนั้นฝากแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบว่าหากใครได้ร่วมชมหมอลำดังกล่าว ให้ทำการสังเกตอาการตัวเอง 14 วัน หากพบอาการผิดปกติ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หอบเหนื่อย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทราบทันที

สาธารณสุขอำเภอภูเขียว ระบุว่า กลุ่มเสี่ยง คือผู้ร่วมงานบริเวณด้านหน้าเวทีฝั่งขวา หลังเครื่องมิ๊กเสียง ช่วงเวลา 21.00-22.00 น. โดยประมาณ ของวันที่ 7 เมษายน 2564
แนะนำแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงกักตนเองเบื้องต้น 5 วัน เพื่อสังเกตอาการ เมื่อครบ 5 วันหากมีอาการให้ติดต่อ รพ.สต.ใกล้บ้าน เพื่อทำการตรวจ ที่ ARI คลินิก โรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ และกักตัวจนครบ 14 วัน