ฝุ่น PM 2.5 ร้ายกว่าไวรัส ผ่อนส่งตายปีละ 5 หมื่น


ฝุ่น PM 2.5 ร้ายกว่าไวรัส ผ่อนส่งตายปีละ 5 หมื่นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเผาป่าและไร่อ้อย ส่งผลกระทบค่าฝุ่นจิ๋วสูงขึ้น ทำให้อากาศปกคลุมด้วยหมอกควันไฟ มีแนวโน้มเพิ่มสูง สามารถเห็นท้องฟ้าเป็นสีทอง ที่แตะสีแดงอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ตามโรงเรียนต่างให้นักเรียนสวมหน้ากาก ต้องงดทำกิจกรรม จนจังหวัดถึงทางตัน “ยิ่งแก้ยิ่งหนัก” ส่งผลให้มาตรการขอความร่วมมือห้ามเผา “ล้มเหลว” เพราะยิ่งห้ามยิ่งเหมือน “ยุยง” ให้มีการเผาเพิ่มมากขึ้น

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ในช่วงเช้าและเย็นก็ยังมีปริมาณฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากจราจรหนาแน่น
สาเหตุหลักการเกิดมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง มีแหล่งกำเนิดจาก “รถยนต์” ใช้เครื่องยนต์ดีเซล โดยรถยนต์ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองมากสุด คือ รถปิกอัพ รถบรรทุก และรถบัสขนาดใหญ่
ในปี 2561 กรมการขนส่งทางบกระบุ รถจดทะเบียนใหม่ 3.09 ล้านคัน และเดือน ก.พ.2562 รถจดทะเบียนใหม่ 5.4 แสนคัน รถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ 39.72 ล้านคัน เป็นรถดีเซล 10.93 ล้านคัน ซึ่งปริมาณการจําหน่ายน้ำมันดีเซลในปี 2561 ทั่วประเทศ 23.09 พันล้านลิตร แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7.09 พันล้านลิตร

ปัญหาหลักของฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศนี้ รศ.วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร ม.นวมินทราธิราช อดีตกรรมการควบคุมมลพิษ ให้ข้อมูลว่า รถยนต์จดทะเบียนใหม่นี้ฝ่ายรัฐบาลมีมาตรการตั้งแต่ปรับคุณภาพน้ำมัน และเครื่องยนต์ยูโร 1 เป็นยูโร 4 จนสามารถควบคุมฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ร้อยละ 90

แต่ปัจจัยหลักการเกิดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 คือ รถยนต์เครื่องดีเซลรุ่นเก่า ทั้งรถเมล์ รถปิกอัพและรถบรรทุกใหญ่ มีอายุการใช้งานเฉลี่ยราว 20-30 ปี ออกมาวิ่งอยู่เต็มถนนทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ในการปล่อยควันดำมลพิษออกมามหาศาลมากกว่ารถยนต์รุ่นใหม่ 10 เท่า
แม้ว่ารถยนต์เครื่องดีเซลรุ่นใหม่ ปรับคุณภาพน้ำมันยูโร 4 สามารถลดการปล่อยมลพิษน้อยลงแล้ว แต่หากยังมีรถยนต์เครื่องดีเซลรุ่นเก่าออกวิ่งอยู่ทุกวันแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้ฝุ่นมีปริมาณคงเดิม ประกอบกับในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า อาคาร และถนน ส่งผลให้กระแสลมนิ่งสงบ จนเกิดการสะสมของฝุ่นพิษเพิ่มขึ้นได้อีก
สังเกตจากท้องฟ้า...บางวันมีลักษณะขมุกขมัวด้วยฝุ่นควันพิษเพราะสภาพอากาศกระแสลมสงบนิ่ง ทำให้โอกาสการกระจายตัวของฝุ่นน้อยลงตามมาด้วย
หากคำนวณปริมาณการปล่อยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 จากรถยนต์ในกรุงเทพฯ ใช้ยูโร 4 ในปี 2556 สำหรับรถดีเซลเล็ก มีอัตราปล่อยฝุ่น 0.025 กรัมต่อกิโลเมตร ส่วนรถดีเซลใหญ่ใช้ยูโร 3 อัตราปล่อยฝุ่น 0.4 กรัมต่อกิโลเมตร เคยศึกษาพบว่า รถบรรทุกเล็กนี้วิ่งเฉลี่ยวันละ 200 กิโลเมตรต่อคัน และรถบรรทุกใหญ่วิ่งเฉลี่ยวันละ 100 กิโลเมตรต่อคัน
“รถดีเซลใหญ่ปล่อยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มากกว่ารถดีเซลเล็กประมาณ 10 เท่า แต่รถดีเซลเล็กมีจำนวน 1,373,053 คัน มากกว่ารถดีเซลใหญ่มีอยู่จำนวน 180,000 คัน หรือประมาณ 10 เท่า”
นั่นหมายความว่า...รถดีเซลเล็กมีอัตราการปล่อยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 รวมเฉลี่ยประมาณ 6.8 ล้านกรัมต่อวัน และรถดีเซลใหญ่มีอัตราการปล่อยฝุ่นรวมเฉลี่ย 7.2 ล้านกรัมต่อวัน แต่ละวันมีมลพิษถูกปล่อยสู่อากาศราว 14 ล้านกรัมต่อวัน ทำให้แต่ละเดือนมีควันพิษปล่อยออกมาราว 420 ล้านกรัม
หากยิ่งสภาพอากาศนิ่งสงบ การกระจายของฝุ่นพิษยกระดับการสะสมความสูงไม่เกิน 100 เมตร ถ้าวันใดมีกระแสลมในช่วงกลางวัน อาจทำให้ฝุ่นกระจายยกระดับขึ้นสูง 10 กิโลเมตร สามารถเจือจางได้ดี แต่ช่วงกลางคืน มักมีสภาพอากาศเย็น ลักษณะกดฝุ่นพิษลงมาในระดับการสะสมอยู่ที่ความสูง 100 เมตรเช่นเดิม
“โชคดีพื้นที่กรุงเทพฯมีสถานการณ์ฝุ่นพิษเกิดขึ้นวันต่อวัน ในช่วงกลางวันฝุ่นละอองบางส่วนจะมีการเจือจางหายไปบ้าง ที่แตกต่างจากภาคเหนือ มีการสะสมตลอด 24 ชม. ทำให้มีการนำสถานการณ์นี้ไปเปรียบเทียบกับ “ลอนดอนสม็อก” ในปี 1952 เกิดฝุ่นรุนแรงในประเทศอังกฤษ มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 พันคน” รศ.วงศ์พันธ์ ว่า

มองว่า...สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น เพราะ “ลอนดอนสม็อก” มีอากาศนิ่งติดต่อกันหลายวัน ถูกกลุ่มควันไฟปกคลุมมหาศาล ที่มีแก๊สพิษผสมอยู่ด้วย จนมีผู้เสียชีวิตเฉียบพลันกว่า 1,000 คน แต่ประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียง “ลอสแอนเจลิสสม็อก” มีการเกิดฝุ่นมาจากไอเสียรถยนต์ จนมีการควบคุมรถยนต์จริงจัง
ชาวจีนขนไข่ 2 แสนฟอง ขอพรหลวงพ่อโสธร ช่วยประเทศจีนพ้นวิกฤตโควิด-19




ชาวจีนขนไข่ 2 แสนฟอง ขอพรหลวงพ่อโสธร ช่วยประเทศจีนพ้นวิกฤตโควิด-19

ชาวจีน ขนไข่ไก่สด 2 แสนฟอง ขอพรหลวงพ่อโสธรช่วยแผ่นดินใหญ่ พ้นวิกฤตไข้หวัดมรณะ หรือ โควิด-19 ตามเพื่อนชาวไทยแนะนำ ขณะแม่ค้ายิ้มรับเงินสดก้อนโตคราวเดียวเกือบครึ่งล้านบาท เชื่อหลวงพ่อประทานให้ เป็นรายใหญ่สุดในรอบกว่า 30-40 ปี

วันที่ 18 ก.พ.63 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวิหารหลวงพ่อโสธรหลังใหม่ ภายในวัดโสธรวราราม วรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มีกลุ่มชาวจีนวัยหนุ่มสาวจำนวน 6 คน เป็นชาย 2 หญิง 4 คน ได้ทำการสั่งซื้อของให้แม่ค้านำไข่ไก่สดจำนวนมากถึง 2 แสนฟอง เดินทางมาทำการถวาย เพื่อเป็นการขอพรต่อองค์หลวงพ่อโสธร



โดยขอให้ประเทศจีน รอดพ้นจากภัยพิบัติไข้หวัดมรณะ หรือ โควิด-19 และกลับมามีความสงบสุขเหมือนดังเดิมอีกครั้ง หลังจากได้เกิดวิกฤตการณ์ไข้หวัดมรณะโควิด 2019 หรือ ไข้หวัดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ที่กำลังระบาดจากมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน ก่อนแพร่ระบาดไปเกือบทั่วทั้งโลก มีผู้ติดเชื้อกว่า 70,000 ราย และทำให้มีผู้คนเสียชีวิตนับพันคน

นายซาง ช่าว เจ้า หรือ เจ้า หงส์ ฉาง อายุ 44 ปี ชาวเฉิงตู ประเทศจีน กล่าวว่า เดินทางนำไข่ไก่สดจำนวนมากถึง 2 แสนฟอง มาถวายเพื่อขอพรจากหลวงพ่อโสธรในวันนี้นั้น เพื่อต้องการขอให้หลวงพ่อช่วยให้ประเทศจีนกลับมาสงบสุขอีกครั้ง โดยขอให้คนจีนรอดพ้นจากปัญหาภัยพิบัติ ที่กำลังเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไข้หวัดโควิด 2019 ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว


ส่วนตัว เชื่อว่าหลวงพ่อโสธรมีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่เป็นชาวไทยทางภาคเหนือว่า หลานสาวเป็นคนมีบุตรยาก เมื่อได้เข้ามาขอพรจากหลวงพ่อโสธรแล้ว ทำให้สามารถมีบุตรได้ในทันที จนปัจจุบัน เด็กที่ได้รับจากการประทานพรจากหลวงพ่อไป มีอายุ 8 ปีแล้ว จึงมีความเชื่อและศรัทธาในองค์หลวงพ่อ ส่วนไข่ที่นำมาถวายต่อองค์หลวงพ่อแล้ว จะได้มอบให้แก่ทางวัดนำไปแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้ ผู้ขาดโอกาส หรือมูลนิธิที่ต้องการต่อไป

ขณะที่ นางจิตรสินี พานทอง อายุ 40 ปี แม่ค้าขายไข่ไก่แก้บน กล่าวว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากชาวจีนกลุ่มนี้ที่หน้าร้านแผงขายไข่ต้ม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับปากทางสามแยกเข้าวัดบางพระ ถ.เทพคุณากร ริมเส้นทางเข้าวัดหลวงพ่อ จึงได้ทำการระดมไข่ไก่มาจาก ฟาร์มถึง 2 แห่ง คือ จาก “ประวีณฟาร์ม” และ “จริยาไข่สดฟาร์ม” ใน ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา รวม 6 ร้อยกว่าตั้งหรือกว่า 6 พันแผง ใช้เวลาในการรวมรวมนานถึง 3 วัน จนครบจำนวน ก่อนที่จะโทรศัพท์ประสานกลับไปบอกต่อทางผู้สั่งซื้อว่า ได้ระดมหาไข่ไก่จำนวนมากถึง 2 แสนฟองครบแล้ว
 
กลุ่มชาวจีนผู้สั่งซื้อจึงได้เดินทางมาแก้บนในวันนี้ ซึ่งในครั้งแรกที่คนจีนกลุ่มนี้มาสั่งซื้อนั้น ก็ยังไม่แน่ใจ จึงได้ขอเงินมัดจำเอาไว้จำนวนหนึ่ง (15,000) เนื่องจากต่างคนก็ต่างยังไม่ไว้ใจกันมากนัก เพราะเกรงว่าจะถูกหลอก หากสั่งระดมไข่ไก่มาเตรียมไว้แล้วเขาไม่มารับ



ขณะที่ฝ่ายเขา ก็เกรงว่าเราจะเบี้ยวเขาเช่นเดียวกัน หากจ่ายเงินไว้ก่อนจนครบ จึงได้จ่ายเป็นเงินมัดจำเอาไว้จำนวน 1.5 หมื่นบาท แต่มาในวันนี้เขาได้นำเงินสดๆ จำนวนเกือบ 4 แสนบาทมาจ่ายให้จนครบ จึงรู้สึกดีใจมาก เหมือนกับหลวงพ่อช่วยประทานเงินมาให้เรารับทรัพย์ใหญ่ก้อนโตตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้เลย และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30-40 ปี ที่จะมีคนนำไข่ไก่จำนวนมากถึง 2 แสนฟอง มาถวายหรือแก้บนหลวงพ่อ
 
จับตา! จีเอ็ม หั่นราคา เชฟโรเลต ล้างสต็อก 4,000 คัน บริษัท จีเอ็ม เตรียมขายรถยนต์ เชฟโรเลต 4,000 คัน ลดสูงสุด 50% เพื่อระบายสต็อก หลังยุติทำตลาดในไทย



จับตา! จีเอ็ม หั่นราคา เชฟโรเลต ล้างสต็อก 4,000 คัน บริษัท จีเอ็ม เตรียมขายรถยนต์ เชฟโรเลต 4,000 คัน ลดสูงสุด 50% เพื่อระบายสต็อก หลังยุติทำตลาดในไทย


ภายหลัง บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ จีเอ็ม (GM) ประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟเรล็ตในไทยภายในปี 2563 พร้อมกับการขายโรงงานผลิตรถยนต์ และเครื่องยนต์ที่จังหวัดระยองให้กับเกรทวอลล์ มอเตอร์ส กลุ่มธุรกิจยานยนต์รายใหญ่จากจีน

ล่าสุด 18 ก.พ. 63 มีรายงานข่าวว่า เชฟโรเลต (Chevrolet) เตรียมขายรถยนต์ 4,000 คัน ลดราคาสูงสุด 50% เพื่อให้สามารถระบายสต็อกได้รวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา เชฟโรเลตก็มีการจัดแคมเปญด้านราคาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เชฟโรเลต จัดแคมเปญด้านราคาอย่างต่อเนื่อง รถในกลุ่มปิกอัพ โคราโด ลดราคาประมาณ 6-7%, รถพีพีวี เทรลเบลเซอร์ รุ่น 4×2 แอลที ฟีนิกซ์ ลดราคา 13% พร้อมแถมชุดแต่งรอบคัน และ แคปติวา แอลที 5 ที่นั่ง โดยลด 14%

ทั้งนี้ ต้องรอดูความคืบหน้าในการประชุมร่วมกับ ดีลเลอร์ เพราะรถในสต็อก ทั้งหมด ส่วนหนึ่งก็กระจายอยู่ตามดีลเลอร์ต่างๆ แล้วในขณะนี้
ด่วน! เกิดเหตุยิงในห้างกลางกรุง ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดับคาที่ 1 บาดเจ็บ 1 ด่วน! คนร้ายบุกห้างดังกลางกรุง ยิงคนดับ 1 บาดเจ็บ




ด่วน! เกิดเหตุยิงในห้างกลางกรุง ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดับคาที่ 1 บาดเจ็บ 1 ด่วน! คนร้ายบุกห้างดังกลางกรุง ยิงคนดับ 1 บาดเจ็บ



เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันในห้างเซ็นจูรี่พลาซ่า ถ.พญาไท โดยที่เกิดเหตุเป็นคลินิกเสริมความงาม บริเวณชั้น 4 เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย
 

ในที่เกิดเหตุ เป็นผู้หญิง ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกอาวุธปืน อีก 1 รายเป็นผู้หญิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใคร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นที่เกิดเหตุแล้ว
----------------------
ข่าวสด
"อีสาน" เย็นลงอีก 3-5 องศาฯ "ใต้" ฝนเพิ่ม อ่าวไทยคลื่นสูง 2-3 เมตร



"อีสาน" เย็นลงอีก 3-5 องศาฯ "ใต้" ฝนเพิ่ม อ่าวไทยคลื่นสูง 2-3 เมตร  อุตุฯ เผย "ภาคอีสาน-เหนือ" มีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดย "ภาคอีสาน" มีลมแรงอุณหภูมิลดลง 3-5 องศาฯ ส่วน "ภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก" อุณหภูมิลดลง 1-3 องศาฯ "ภาคใต้" มีฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูง 2-3 เมตร 


เมื่อวันที่ 18 ก.พ.63 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลมแรงและอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปควรงดจากฝั่ง

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงมีอยู่ ส่วนภาคเหนืออากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้าและลมอ่อน ทำให้ตอนเช้ามีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควัน ส่วนตอนบ่ายจะดีขึ้นเนื่องจากอากาศยกตัวได้ดี
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านตะวันออกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอุณหภูมิลดลง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ทางด้านตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-10 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ภาคกลาง มีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 พื้นที่ และมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
-------------------------
กรมอุตุฯ
บอกลาความจน! ป้าเมืองย่าโมดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 รวย 12 ล้านบาท


บอกลาความจน! ป้าเมืองย่าโมดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 รวย 12 ล้านบาท


     ล่าสุดเพจเฟสบุ๊ค บัวใหญ่ พ่ะน่ะ BYPN ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ขออนุญาตเจ้าของรูปลงแสดงความดีใจนำเด้อครับดีใจนำแม่ใหญ่ ปั้ง บ้านหนองหัวข้างนำเด้อรางวัลที่1 ลงบัวใหญ่แล้วเด้อพี่น้อง“ หลังจากภาพถูกเผยแพร่ออกไปต่างก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างชื่นชมแสดงความยินดีกับคุณป้าที่ถูกรางวัลที่ 1 ในครั้งนี้
ระทึก! ชายบุรีรัมย์ใช้อาวุธปืนยิงรัวกว่า 40 นัด ขังตัวเองในบ้านพร้อมญาติ



ระทึก! ชายบุรีรัมย์ใช้อาวุธปืนยิงรัวกว่า 40 นัด ขังตัวเองในบ้านพร้อมญาติ เกิดเหตุชายคุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงกว่า 40 นัด แล้วขังตัวเองใว้ในบ้านพร้อมญาติ ที่บริเวณชุมชนวัดขุนก้อง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยิงปืนใส่เป็นระยะ

  
 
(16 ก.พ.) เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ สภ.นางรอง รับแจ้งเหตุชายคุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงกว่า 40 นัด แล้วขังตัวเองใว้ในบ้านพร้อมญาติ ที่บริเวณชุมชนวัดขุนก้อง ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยมีเสียงปืนยังดังเป็นระยะ เจ้าหน้าที่พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ในบ้านที่เกิดเหตุ แต่ก็ผู้ก่อเหตุได้ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้แล้ว 
หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
หนุ่มทะเลาะแฟน ก่อนจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิตคาห้องพักย่านห้วยขวาง


หนุ่มทะเลาะแฟน ก่อนจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิตคาห้องพักย่านห้วยขวาง สลดรับวันวาเลนไทน์ ชายหนุ่มทะเลาะกับแฟน และมีการทำร้ายกันก่อนที่จะจุดไฟเผาตัวเองจนลุกลามไหม้ห้องพัก ไฟคลอกร่างเสียชีวิตภายในห้องพักย่านห้วยขวาง ควบคุมเพลิงได้แล้ว ตร.เร่งสอบ

 เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 14 ก.พ.63 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุ ชายหนุ่มทะเลาะกับแฟนสาว และมีการทำร้ายกันจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ชายหนุ่มจะจุดไฟเผาตัวเองจนเกิดเพลิงลุกไหม้ห้องพัก ไฟคลอกร่างย่างสดเสียชีวิตภายในห้องพักย่านประชาอุทิศ ซอย 20 เขตห้วยขวาง เบื้องต้นทางตำรวจกำลังสอบสวน ส่วนเพลิงไหม้ จนท.ดับเพลิงควบคุมเพลิงได้แล้ว

ผวาทั้งรพ. หนีตายอลหม่าน ลุงโทรขู่ ยิงหมอ-พยาบาล ตายให้หมด ก่อนบุกถึงที่


ผวาทั้งรพ. หนีตายอลหม่าน ลุงโทรขู่ ยิงหมอ-พยาบาล ตายให้หมด ก่อนบุกถึงที่ 

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. มีชาวระนองรายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดระนองคะ เที่ยงคืนลูกไม่สบายน้อง3ขวบลูกมาโรงพยาบาล ตึกฉุกเฉิน แล้วมีคนโทรมาที่ตึกฉุกเฉินขู่จะมายิงพยาบาลกับหมอให้ตายให้หมด พยาบาลบอกว่า มันโทรมาขู่ตั้งแต่ผลัดบ่ายแล้ว ทำให้หมอ คนไข้ พยาบาลกลัว กลับบ้านกันหมด นี่หรือคะ ประเทศไทย

ต่อมาเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 15 ก.พ. ทางโรงพยาบาลระนอง ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าระงับเหตุบุคคลต้องสงสัย ที่มาป่วนถึงโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลต้องวิ่งหลบภายในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน โดยมียามรักษาการณ์ได้เข้าเจรจานำตัวออกมาข้างนอกก่อน เพราะกำลังมีเคสด่วนผู้ป่วยรีเฟอร์มาจาก รพ.กะเปอร์ ก่อนส่งเข้ารักษายังห้องไอซียู


สอบถามประชาชนที่เดินอุ้มลูกลงจากตึกอุบัติเหตุเพื่อที่จะกลับบ้าน เปิดเผยว่า ลุงน่าจะเป็นแผลแล้วรอนาน และไม่มีคนล้างแผลให้แก แล้วแกโวยวายบอกว่าเป็นทนายด้วยส่วนที่ภายในตึก หน้าห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน รอง สวป.สภ.เมืองระนอง หัวหน้าชุดรถสายตรวจ พร้อมกำลังได้เข้าคุมสถานการณ์ พร้อมเจรจากับลุงวัย 60 ปีเศษ ทราบชื่อคือนายสมศักดิ์ ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีความประสงค์ที่จะมาล้างแผลที่เกิดจากโรคเบาหวานเรื้อรัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเกลี้ยกล่อมให้นายสมศักดิ์ยอมกลับบ้านโดยดี โดยนายสมศักดิ์บอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะต้องกลับไปทำงานที่บ้านอีก พร้อมทั้งชักชวนร้อยเวรสายตรวจไปเที่ยวบ้านด้วยกันด้วยความยินดี ก่อนจะเดินไปขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน โดยมีรถยนต์สายตรวจตามหลังดูแลความปลอดภัยส่งให้ถึงบ้านพัก

ทางยามรักษาการณ์ รพ.ระนอง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีโทรศัพท์เข้ามาป่วนที่ห้องประชาสัมพันธ์แล้วหลายรอบ และโทรข่มขู่หมอว่า เดี๋ยวมึงกับกูเจอกัน แล้วกูยิงหัวเลย ที่กูขอยาแล้วไม่ได้ โดยเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ รพ.ระนองได้ไปแจ้งความที่โรงพักมาแล้วรอบหนึ่ง พอลุงมาจริงต้องรีบโทรแจ้งตำรวจทันที แพทย์พยาบาลต้องหลบทันทีเพราะเกิดความกลัว ซึ่งแกมาโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนเช้า ตอนบ่ายแล้ว และมีการล้างแผลพันผ้าให้เป็นที่เรียบร้อย แต่แกแกะออกแล้วจะมาทำใหม่อีก

ยามรักษาการณ์ บอกอีกว่า ต่อมาลุงถือกระเป๋ามาสองใบ ใบแรกสีแดงมีขนมและกาแฟ ส่วนกระเป๋าสีดำไม่ทันได้ดู ซึ่งหมอกลัวว่าจะใส่ปืนมา เพราะโทรมาขู่ว่าจะยิงหมอด้วย ซึ่งตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าลุงโทรมาขู่ก่อนหน้านี้ จึงพาแกเข้าไปในห้องอุบัติเหตุ ทำให้หมอตกใจวิ่งไปหลบซ่อนภายในซอกตึก
จากนั้นมีรถจาก รพ.กะเปอร์ มาส่งคนไข้ ซึ่งเป็นคนไข้หนักที่ต้องส่งขึ้นห้องไอซียู ตนจึงบอกให้ลุงออกมานั่งคอยข้างนอกก่อน กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาที่โรงพยาบาล และเกลี้ยกล่อม ก่อนพากลับบ้าน โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น



ไวรัสโคโรนา: จีนยอมรับบุคลากรแพทย์ติดโรคกว่า 1,700 คน ลาโลกแล้ว 6 ราย



ไวรัสโคโรนา: จีนยอมรับบุคลากรแพทย์ติดโรคกว่า 1,700 คน ลาโลกแล้ว 6 ราย

นายเชิง อี้-ซิน รองประธานคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน แถลงวันนี้ (14 ก.พ.) ว่าบุคลากรการแพทย์ของจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ไปแล้วทั้งสิ้น 1,716 ราย ซึ่งตัวเลขนี้นับถึงวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา และจีนสูญเสียบุคลากรเหล่านี้ไปแล้ว 6 คน

นอกจากนี้ นายเชิงกล่าวต่อไปว่า บุคลากรการแพทย์เหล่านี้ อยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่กระจายโรคไวรัสโคโรนาในตอนแรก ประมาณ 1,500 คน หรือประมาณ 87.5%

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนเพิ่มมาตรการใหม่ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคลากรการแพทย์ติดเชื้อมากไปกว่า่นั้น อย่างเช่น การให้บุคลากรเหล่านี้ได้พักผ่อนมากขึ้น และสร้างความมั่นใจว่าจะมีอุปกรณ์มากพอรักษาคนไข้

ด้านกระทรวงการคลังจีนเผยว่า บุคลากรการแพทย์ ที่ได้รับคำสั่งให้ไปรักษาผู้ป่วยโรคนี้ ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยง 28-42 ดอลลาร์ (870-1,300 บาท) ต่อวัน
ขอขอบคุณ
ภาพ :STR / AFP
ระทึก! หนุ่มกระโดดจากชั้น 4 ห้างดังย่านรังสิต บาดเจ็บสาหัส


ระทึก! หนุ่มกระโดดจากชั้น 4 ห้างดังย่านรังสิต บาดเจ็บสาหัส หนุ่มวัย 34 ปี กระโดดจากชั้น 4 ห้างดังย่านรังสิต บาดเจ็บสาหัส พยานเผยนาทีระทึก รปภ.ช่วยรอบแรกไว้ได้ แต่รอบสองช่วยเหลือไม่ทัน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.10 น. หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองคูคต รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บตกจากที่สูง ที่เกิดเหตุภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต พื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายเครื่องเสียงชื่อดังซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของห้างสรรพสินค้าพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย นอนหมดสติมีบาดแผลที่ศีรษะ ขาหักทั้งสองข้าง อาการสาหัสทราบชื่อต่อมานายอัมฤทธิ์ อายุ 34 ปี โดยภายในตัวพบบัตรผู้ป่วยจิตเวช หน่วยกู้ภัยให้ความช่วยเหลือ รพ.แพทย์รังสิต อย่างเร่งด่วน เพราะอยู่ใกล้เคียงที่สุด
จากการสอบถามพยานไม่ขอเปิดเผยชื่อ เปิดเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บได้พยายามจะทำร้ายตนเองด้วยการกระโดดบริเวณช่องบันไดเลื่อน แต่รอบแรกเจ้าหน้าที่ รปภ. ช่วยเหลือไว้ได้ รอบสองช่วยเหลือไม่ทัน ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บกระโดดลงมาจากชั้นที่ 4 ร่างร่วงลงมากระแทกพื้นชั้นล่างได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ
ล่าสุด น้องสาวของนายอัมฤทธิ์ ผู้บาดเจ็บ ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการบาดเจ็บแล้ว แต่ยังไม่พร้อมให้ข้อมูล
เครียดพิษเศรษฐกิจดิ่งเหว ชนวนสาดกระสุน 40 นัด ผู้ก่อเหตุขอโทษสังคม



เครียดพิษเศรษฐกิจดิ่งเหว ชนวนสาดกระสุน 40 นัด ผู้ก่อเหตุขอโทษสังคม

สอบปากคำเสี่ยร้านขายเสื้อผ้ากีฬา มือสาดกระสุน 40 นัด ทำวุ่นทั้งซอยจุฬาลงกรณ์ 10 สารภาพเครียดพิษเศรษฐกิจดิ่งเหว ปัญหาครอบครัว หนำซ้ำเมื่อวานเพิ่งเสพยาไอซ์ ตำรวจค้นบ้านเจอปืน 4 กระบอก เตรียมถอนใบอนุญาตครอบครองทั้งหมด

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 ก.พ. ร.ต.ท.อังกูร จรัสเมธาวิทย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุมีชายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวนหลายนัด บริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 10 ถ.บรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สปพ. พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.กัมปนาท สงวนศักดิ์ รอง ผกก.ป.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อัครพล จั่นเพชร รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน หน่วยอรินทราช
 
ที่เกิดเหตุเข้าไปในซอย 500 เมตร เป็นอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น เลขที่ 925 ร้านเบสท์สปอร์ต จำหน่ายเสื้อผ้ากีฬา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเชือกโปลิศไลน์ สีเหลืองดำ มาปิดกั้นบริเวณปากซอยและท้ายซอย เพื่อไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเสี่ยงอันตราย โดยบริเวณดังกล่าวมีประชาชนให้ความสนใจยืนสังเกตการณ์จำนวนมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์ให้หลบอยู่หลังเสา หรือเข้าที่มีกำบังอยู่เป็นระยะ สถานการณ์ขณะนั้นยังไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
พ.ต.ท.กัมปนาท กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ปิดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้แล้ว เบื้องต้นเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ยิงออกมาจากอาคารดังกล่าวหลายนัดตั้งแต่เวลา 04.00 น. และหยุดยิงช่วง 05.00 น. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และตัวผู้ก่อเหตุก็ยังอยู่ภายในอาคารหลังดังกล่าว

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่และไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังภายใน ภาพรวมยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่คนเดียว เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและยังไม่ทราบสาเหตุ ยืนยันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จากการสอบถามพยาน บอกว่า ผู้ก่อเหตุเคยกระทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง มีภรรยา แต่ภรรยาไม่อาศัยอยู่ด้วย

นายพงศกร ทองดี อายุ 20 ปี กล่าวว่า ตนและกลุ่มเพื่อนประมาณ 7 คน นั่งเล่นเกมกันที่ลานจอดรถตามปกติเหมือนกันทุกคืน ที่ห่างจากร้านผู้ก่อเหตุราว 500 เมตร จากนั้นเวลาประมาณ 04.00 น.ได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะไม่รู้ว่ามาจากทิศทางใดแต่เสียงมาจากด้านบน พวกตนรีบวิ่งหนีไปหลบซ่อน จากนั้นได้โทรเรียกตำรวจให้มาตรวจสอบ คาดว่าจำนวนการยิง 40 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายเอกชัย จารึกศิลป์ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 833 ถ.พระราม 6 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. เก็บตัวเงียบอยู่ภายในอาคารเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานหน่วยอรินทราช 26 เข้ามาระงับเหตุ โดยใช้เวลา 30 นาที คนร้ายจึงยินยอมให้เข้าควบคุมแต่โดยดี ก่อนคุมตัวมายังห้อง ศปก.สน.ปทุมวัน โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์ จาก รพ.ตำรวจ มาตรวจร่างกาย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายเอกชัย เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ามีความเครียดปัญหาเรื่องธุรกิจกับครอบครัว หนำซ้ำเมื่อวานนี้เพิ่งเสพยาไอซ์เข้าไป ทางตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ มาทำการตรวจเลือด และปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่านายเอกชัย มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองจำนวน 4 กระบอก แต่ที่พบในบ้านหลังนี้มี 2 กระบอก ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ 2 กระบอก คือโคลท์ ขนาด .45 และกล็อก ขนาด 9 มม. โดยเริ่มยิงปืนภายในบ้านตั้งแต่ช่วง 03.30 น. เรื่อยมาถึง 05.00 น. ก่อนจะเงียบหายไป

พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ให้พี่ชายผู้ต้องหาเข้าไปที่เรียกกล่อมเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าตัวจึงสงบอารมณ์และยอมมอบตัวกับตำรวจ เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่านายเอกชัย ครอบครองอาวุธปืนที่จดทะเบียนทั้งหมด 4 กระบอก ใช้ในตอนเกิดเหตุ 2 กระบอก โดยยิงแบบไร้ทิศทางประมาณ 30-40 นัด จากนี้จะเสนอขอเพิกถอนใบอนุญาตถือครองอาวุธปืนของผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่อันตรายต่อประชาชน โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างตรวจสอบปลอกกระสุนปืนในพื้นที่เกิดเหตุ เบื้องต้นจากการพูดคุยกับผู้ต้องหาพบว่ามีอาการปกติและอารมณ์เย็นลง ระบุว่าสาเหตุที่ยิงนั้นเป็นเพราะมีปัญหาส่วนตัว เรื่องครอบครัวและธุรกิจการค้า จากนี้จะส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายหาสารเสพติด และสภาพทางจิตที่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะนำตัวมาฝากขังเตรียมส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ดำเนินการต่อไป