ตำรวจยศ "พ.ต.ต." เครียดเงินเดือนติดลบ ผูกคอตายใต้ต้นมะขาม

ตำรวจยศ "พ.ต.ต." เครียดเงินเดือนติดลบ ผูกคอตายใต้ต้นมะขาม

(14 ต.ค.) เมื่อประมาณ 06.30 น. มีคนผูกคอตายที่บ้านพัก ชุมชนหนองหิน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่ที่ใต้ต้นมะขามหลังบ้านพักทราบชื่อ พ.ต.ต.สุริยน อายุ 58 ปี

สภาพศพใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกเข้ากับต้นมะขามแล้วผูกคอเสียชีวิต สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ ข้างศพมีเก้าอี้ไม้ล้มอยู่ ซึ่งลูกสาวได้นำเอามีดมาตัดเชือก ก่อนจะนำร่างพ่อลงมา แต่พบว่าพ่อเสียชีวิต แล้วจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบ
จากการสอบสวน นางจันทร์ อายุ 57 ปี ผู้เป็นภรรยา ให้การว่า สามีของตนจบนักเรียนพลตำรวจ รุ่น 13 ที่มอดินแดง ซึ่งสามีได้เป็นร้อยตำรวจเอกประจำอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อปี 49 แต่บางครั้งลงไปทำงานภาคใต้บ้าง

ล่าสุด ได้ย้ายมารับตำแหน่งใหม่เป็นสารวัตรที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนก.พ.ปีนี้ ได้อยู่ฝ่ายจริยธรรม โดยวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมาสามีเดินทางกลับมาบ้านพักที่ จ.อุดรธานี และได้บ่นกับตนว่าอยากลาออกเนื่องจากทำงานยากขึ้น และทำไม่ค่อยได้ รวมทั้งหนี้สินด้วย เพราะเงินเดือนของสามีติดลบอยู่ตลอดทุกเดือน บางครั้งมาเอาเงินกับครอบครัวไปใช้จ่ายเวลาเงินไม่พอใช้

โดยสามีก็ไม่ได้เล่าเรื่องงานกับหนี้สินอะไรให้ฟังมากนัก เพราะไม่อยากให้ครอบครัวไม่สบายใจไปด้วย ซึ่งเมื่อคืนนี้สามี นั่งดื่ม และเล่นประทัดกับหลานชาย ตนกับสามีก็ยังพูดคุยกันตามปกติ ซึ่งสามีก็ไม่ได้พูดอะไรที่จะคิดสั้นเลย


จนกระทั่งเวลา 22.00 น. ก็ได้พากันเข้านอน พอตอนเช้าตนตื่นขึ้นมาไม่เห็นสามีอยู่ในห้องนอนจึงได้เดินตามหาบริเวณรอบบ้าน ก็พบว่าสามีได้ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นมะขามอยู่ที่หลังบ้าน ตนจึงได้รีบไปบอกลูกสาว และไปบอกผู้นำชุมชนให้มาช่วยเหลือเอาสามีลงมา แต่พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ แพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพคาดว่าจะเสียชีวิตมาได้ประมาณ 3-5 ชั่วโมง เนื่องจากขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอเสียชีวิตเอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และญาติไม่ติดใจการตายครั้งนี้ จึงได้มอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
เจ้าของ อพาร์ตเมนต์ กุมขมับ! เจอสาวสวยทำห้องเช่าสกปรก ปล่อยขยะเกลื่อนเละเทะ ชาวเน็ตตาดีสงสัยขวดอะไรบนฝาชักโครก?
 
เจ้าของ อพาร์ตเมนต์ กุมขมับ! เจอสาวสวยทำห้องเช่าสกปรก ปล่อยขยะเกลื่อนเละเทะ ชาวเน็ตตาดีสงสัยขวดอะไรบนฝาชักโครก?


ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ ญาดาเพลส อพาร์ทเม้นท์ ให้เช่าบางบัวทองราคาถูก ได้ออกมาแฉพฤติกรรมของสาวหน้าตาดีรายหนึ่ง พร้อมภาพภายในห้องพักที่เต็มไปด้วยขยะมากมาย รวมถึงห้องน้ำที่มีข้าวของเครื่องใช้วางกระจัดกระจายไปทั่ว





โดยเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “หน้าตาออกจะสวย อยู่ห้องเช่า ใครเห็น อย่าให้เช่าเด็ดขาด จากตึก ญาดาเพลส ลำโพง 41” ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้มีเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเกี่ยวภาชนะบางอย่างที่วางอยู่บนฝาชักโครกอีกด้วย
การตักบาตรเทโวเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตักบาตรเทโว หรือเรียกว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ

การตักบาตรเทโวเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตักบาตรเทโว หรือเรียกว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งคำว่า "เทโว” ย่อมาจาก "เทโวโรหณะ” แปลว่า การเสด็จจากเทวโลก การตักบาตรเทโวจึง


 เป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศลเนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็จะมีการจดพิธีการตักบาตรเทโวนี้

 
                     ตักบาตรเทโว หรือตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ในเวลาเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังจากที่พระองค์ทรงจำพรรษาที่นั้นเป็นเวลา 3 เดือน ความสำคัญของวันเทโวโรหณะ เป็นวันที่มีการทำบุญตักบาตรที่พิเศษวันหนึ่ง กล่าวคือ ในพรรษาหนึ่งพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แสดงพระอภิธรรมโปรด พระมารดา และทรงจำพรรษาที่นั้น พอออกพรรษาก็เสด็จลงจากเทวโลกนั้นมายังโลกมนุษย์ โดยเสด็จลงที่เมืองสังกัสส์ ใกล้เมืองพาราณสี ชาวบ้านชาวเมืองทราบข่าวก็พากันไปทำบุญตักบาตรพระพุทธองค์ที่นั้น และเป็นการรับเสด็จพระพุทธองค์ด้วย กล่าวกันว่า ในวันนี้ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ คือ เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างมองเห็นซึ่งกันและกัน จึงเรียกวันนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "วันพระเจ้าเปิดโลก” คือ เปิดให้เห็น กันทั้ง 3 โลกนั้นเอง
 
 
                   การตักบาตรรับเสด็จพระพุทธเจ้าได้ปฏิบัติสืบเนื่อง ต่อกันมาเป็นประเพณี จนถึงเมืองไทย จึงเรียกประเพณีนี้ ว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อให้สะดวกในการสื่อความหมายนิยมสั้นๆ ว่า การตักบาตรเทโว ด้วยเหตุนี้ วันเทโวโรหณะจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันตักบาตรเทโว และเมื่อถึงวันตักบาตรเทโว พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตรกันที่วัด โดยแต่ละที่จะเตรียมของไปทำบุญ ในแบบที่อาจตะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับที่สัดในแต่ละที่ เช่น เตรียมอาหารในตอนเช้า อาหารที่เตรียมเพื่อตักบาตรเป็นพิเศษในวันนี้ คือ ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน วัดบางวัดอาจจะจำลองสถานการณ์วันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกชั้นดาวดึงส์ คือ ประชาชนจะนั่งหรือยืนสองฝั่งทางลงจากอุโบสถ หรือศาลา ให้พระสงฆ์เดินเข้าแถวเรียงลำดับรับบาตรตรงกลาง โดยมีมัคนายก เดินอัญเชิญพระพุทธรูปนำหน้าแถวพระสงฆ์ หลักจากตักบาตรแล้ว มีการอาราธนาศีล สมาทานศีล และรักษาศีล ฟังธรรมและทำสมาธิตามโอกาส เพื่อทำให้จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส แผ่เมตตา และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติ ผู้ล่วงลับ และสรรพสัตว์
 
 
                  โดยในปีนี้ได้มีการจัดงานตักบาตรเทโว ที่ วัดสังกัสรัตนคีรี เขาสะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี โดยภายในงานมี การแสดงแสง สี เสียง พร้อมรับประทานอาหารสำรับคาว-หวาน พิธีตักบาตรเทโว ข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวต้มลูกโยน การแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง ประเพณีตักบาตรเทโวที่วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี เป็นงานประเพณี ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัด และจัดได้สอดคล้องกับตำนานมาก โดยสมมติ ให้มณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง เป็น "สิริมหามายากุฎาคาร” มีบันไดทอดยาวจากมณฑปลงสู่บริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง เปรียบเสมือนบันไดทิพย์ที่ทอดยาวจากสวรรค์ดาวดึงส์ สู่เมืองสังกัสนคร
สลด พ่อค้าไก่ทอดโรงอาหารมหาวิทยาลัยในจ.เชียงใหม่ วูบดับคาร้าน

พ่อค้าขายไก่ทอดในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ ถูกพบว่าเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุอยู่หลังร้าน เบื้องต้นคาดว่าโรคประจำตัวอาจกำเริบ
เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิต ภายในร้านขายไก่ทอดในอาคารหลังหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายชุมพล อนุกูล อายุ 58 ปี มีอาชีพขายไก่ทอด ในโรงอาหารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ พบศพผู้ตายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ภายในบริเวณห้องครัวหลังร้าน สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก็อต กางเกงยีนส์ขายาว จากการ ตรวจชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 6-12 ชั่วโมง





       จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายเข้ามาเตรียมไก่ทอดบริเวณภายในร้านเพื่อส่งขายตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. เพียงลำพัง โดยตลอดทั้งวันผู้ตายแพคไก่ส่งขายให้กับลูกค้าและในเวลา 17.00 น. ทางรปภ. ได้เดินทางมาเปิดไฟภายในอาคารซึ่งก็พบว่าผู้ตายก็ยังทำงานตามปกติกระทั่งเวลาประมาณ 20.40 น. เจ้าหน้าที่ รปภ.ได้เดินตรวจผ่านบริเวณร้านของผู้ตายพอดีเพราะว่ายังเปิดหน้าร้านไว้ จึงเดินเข้าไปเพื่อทักทายตามปกติ แต่เมื่อเข้าไปภายในหลังร้านพบว่าผู้ตายนอนคว่ำหน้าอยู่ จึงเข้าไปปลุกแต่ปลุกยังไง ผู้ตายก็ไม่ตื่นจึงโทรเรียก 1669 ให้ส่งทีมแพทย์เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งแผนก่อพบว่า นายชุมพลได้เสียชีวิตลงแล้ว

อย่างไรก็ตามทาง ร.ต.อ. สมโภช น้อยคง รอง สว.สอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์เมืองเชียงใหม่ เผยว่าจากการพูดคุยกับญาติของผู้ตายในเบื้องต้นนั้นได้ให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนว่าผู้ตายมีประวัติป่วยเป็นโรคความดันสูงและต้องทานยาเป็นประจำ ภายหลังจากเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปให้แพทย์ ภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งก่อนที่จะมอบร่าง ให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป
สุดสลด! ฆ่ายกครัว 3 ศพ พ่อกระหน่ำยิงลูก-เมีย ก่อนจ่อขมับตายตาม เผยปมฆ่าโหด น้องสะใภ้เล่านาทียิง เดินเข้าไปจ่อยิงลูกในมุ้งก่อนเข้าไปฆ่าเมียที่กำลังทำกับข้าวในครัว แล้วจ่อขมับยิงตัวตายตาม


สุดสลด! ฆ่ายกครัว 3 ศพ พ่อกระหน่ำยิงลูก-เมีย ก่อนจ่อขมับตายตาม เผยปมฆ่าโหด น้องสะใภ้เล่านาทียิง เดินเข้าไปจ่อยิงลูกในมุ้งก่อนเข้าไปฆ่าเมียที่กำลังทำกับข้าวในครัว แล้วจ่อขมับยิงตัวตายตาม

ฆ่ายกครัว 3 ศพ / เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ร.ต.อ.อุทิศ เหล่าหา สารวัตรสอบสวน สภ.บางเลน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุมีคนถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม ขอให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวนสภ.บางเลน แพทย์เวรโรงพยาบาลบางเลนรอพิสูจน์หลักฐาน 7 เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ รุดไปตรวจสอบ



ที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องครัว พบศพ นายประยูร ปฐมทอง อายุ 59 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สภาพศพนอนเสียชีวิตจมกองเลือดในสภาพตะแคงซ้าย สวมใสเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงิน สวมกางเกงขายาว จากการตรวจสอบพบบาดแผลที่บริเวณขมับขวา ถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงจำนวน 1 นัด ที่มือขวาของนายประยูรยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.กำไว้แน่น บนพื้นบ้านภายในครัวยังพบปลอกกระสุนตกอยู่อีกจำนวน 6 ปลอก เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน


ใกล้กับศพของนายประยูร ยังพบศพของ นายภิญโญ ปฐมทอง อายุ 38 ปี ลูกชายนายประยูร สภาพศพนอนตะแคงขวาเสียชีวิตจมกองเลือด สวมใส่เสื้อยืดสีแดงกางเกงสีน้ำตาล จากการตรวจสอบบาดแผลพบว่าถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าใส่ที่ขาหนีบ 1 นัด หน้าอกขวา 1 นัด ราวนมซ้าย 1 นัด หัวเข่าซ้าย 1 นัด


นอกจากนี้ ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือนางฉวี ปฐมทอง อายุ 54 ปี ภรรยาของนายประยูร ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง เพื่อช่วยเหลือชีวิตแต่นางฉวี ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้าน นางซ่อนกลิ่น กลิ่นบัวขาว อายุ 50 ปี น้องสะใภ้ ที่อาศัยอยู่ใกล้กัน เปิดเผยว่า ในช่วงเช้ามืดนางฉวีกำลังจะจัดเตรียมของเพื่อเดินทางไปทำบุญที่วัด โดยเตรียมกับข้าวอยู่ในครัว ก่อนเกิดเหตุนายประยูรถืออาวุธปืนออกจากมุ้งที่นอน แล้วเดินเข้าไปหานายภิญโญที่นอนกางมุ้งอยู่ใกล้กัน แล้วยิงใส่ขานายภิญโญจนได้รับบาดเจ็บ ขณะนั้นนายประเสริฐ สามีของนางซ่อนกลิ่นซึ่งอยู่บ้านติดกัน  ได้ยินเสียงปืนจึงเดินเข้ามาหาในบ้าน และพยายามเข้าห้ามปราม เนื่องจากกลัวว่าจะเสียชีวิตกันทั้งหมด แต่นายประยูรไม่ฟัง กลับหันมามองด้วยความโกรธ จึงรีบเดินออกจากบ้าน แล้วรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
 
จากนั้นนายประยูรออกมาที่ครัว เข้ามาหานางฉวี แล้วยิงปืนใส่นางฉวีไปจำนวน 2 นัด ด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่ถือมา จนกระทั่งนางฉวีล้มลงนอนอยู่กับพื้น นายภิญโญ ที่ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บเดินตามมาที่ครัวพร้อมเข้าห้ามนายประยูรและตะโกนว่า “พ่อจะทำบ้าอะไร อย่ายิงแม่นะ”

นายประยูร จึงหันกระบอกปืนยิงลูกชายซ้ำจนเสียชีวิต พร้อมกับพูดว่า “พี่รักฉวีนะ พี่จะตามไปอยู่ด้วย” แล้วใช้อาวุธปืนจ่อขมับยิงตัวเองจนล้มลงแน่นนิ่งเสียชีวิต หลังเกิดเหตุแล้วญาติช่วยกันนำตัวนางฉวี นำส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่นางฉวีทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นทราบว่า นายประยูรมีอาการเครียดกับปัญหาครอบครัว เนื่องจากนายภิญโญ ลูกชาย เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและติดยาเสพติดอย่างหนัก ประกอบกับทุกวันนี้ไม่มีงานทำ ภายหลังยังมีอาการเครียด และเป็นโรคเกี่ยวกับระบบสมอง ต้องพบแพทย์รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลศรีธัญญา ยังต้องกินยาควบคุมอาการป่วยมาโดยตลอด 
 
ภายหลังนายภิญโญไม่ได้ทำงานแต่ยังกลับไปดื่มกินเหล้าและสูบบุหรี่หนัก ทำให้มีปากเสียงกับนายประยูรผู้เป็นพ่อหลายครั้งหลายหน คาดว่ามูลเหตุจูงใจที่นายประยูรยิง นั้นเกิดจากความเครียด ทำให้ตัดสินใจยิงทั้งลูกเมียและยิงตัวเองตาม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบหลักฐานสำคัญ ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นการวางแผนก่อนแล้ว ที่จะฆ่ายกครัวครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบจดหมายจำนวน 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนถึงนายภิญโญลูกชาย และนางฉวีภรรยา ว่า เสียใจและขอโทษที่ต้องทำ แบบนี้ ส่วนฉบับที่ 2 เขียนถึงลูกชายอีกคนของนายประยูรที่ทำงานอยู่ที่กทม. โดยในจดหมายเขียนระบุไว้เกี่ยวกับเรื่องการแบ่งทรัพย์สินที่ดิน ที่มีอยู่ที่ต่างจังหวัด เพื่อให้มาจัดสรรแบ่งให้กับใครบ้าง

ที่มาข่าวสด

คอหวยตะลึง! เข้า เกาะคำชะโนด เจองูเขียวโผล่ทักทาย ตีเลขเด็ด-แห่ส่องขันน้ำมนต์

คอหวยตะลึง! เข้า เกาะคำชะโนด เจองูเขียวโผล่ทักทาย ตีเลขเด็ด-แห่ส่องขันน้ำมนต์

เกาะคำชะโนด วันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากเกาะคำชะโนดวังนาคินทร์ดินแดนพญานาคราชพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา บ้านโนนเมือง หมู่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่าวันนี้ใกล้วันออกพรรษามีนักท่องเที่ยวเดินทางกราบไหว้พ่อปู่และแม่ย่าจำนวนมากเพื่อเข้ากราบไหว้ขอพรปู่ย่าเพื่อความเป็นสิริมงคลนักท่องเที่ยวส่วนมาก ที่กราบไหว้ขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีประทุมมา หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจะเดินทางต่อไปที่ จ.หนองคาย เพื่อไปดูไปชมปรากฎการธรรมชาติ บั้งไฟพญานาค ในวันเพ็ญ 15 ค่ำ ที่จะเกิดขึ้นที่แม่น้ำโขง

สำหรับที่เกาะคำชะโนดวันนี้แน่นไปด้วยผู้มีศรัทธาในพ่อปู่พญานาคราชไม่ว่าจะเป็นด้านเข้าภายในเกาะคำชะโนดนักท่องเที่ยวเดินเข้าสะพานเพื่อกราบไหว้แน่นมาก ต้องใช้เวลาเดินเข้ากราบไหว้กว่าจะถึงศาลพ่อปู่และย่าต้องใช้เวลานาน พอเดินใกล้ถึงศาลปู่ย่านักท่องเที่ยวต่างแตกตื่นงูเขียวตัวใหญ่ยาว ชูคออยู่ยอดต้นชะโนดลักษณะทักทายนักท่องเที่ยวเชื่อกันว่าปู่จะมาให้โชควันออกพรรษา

หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวเข้ากราบไหว้ปู่ย่าเสร็จแล้วคอหวยไม่พลาดแวะส่องขันน้ำมนต์ตรงทางเข้าต้นมะเดื่อยักษ์ คอหวยส่องเห็นเลข 14 ชัดเจน แต่เด็กมองเห็นเป็นเลข 37 มองต่างมุมหลังจากนักท่องเที่ยวไหว้ขอพรปู่ย่าเสร็จแล้วเดินออกนอกเกาะแวะเสี่ยงโชค แม่ขายลอตเตอรี่บอกว่า เลขที่ขายเกลี้ยงไปแล้วคือ 13, 31 และ 98, 89 ไม่มีขาย สาเหตุที่หมดเป็นเลขมงคล
‘ผมไม่เกี่ยวแค่มาซื้อส้มตำ’ ตามจับ โจ๋ปาบึ้ม งานหมอลำเมืองร้อยเอ็ด ชาวบ้านเจ็บอื้อ





‘ผมไม่เกี่ยวแค่มาซื้อส้มตำ’ ตามจับ โจ๋ปาบึ้ม งานหมอลำเมืองร้อยเอ็ด ชาวบ้านเจ็บอื้อ


โจ๋ปาบึ้ม / เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายอนิรุทธิ์ ลุนภูงา อายุ 31 ปี ชาวกทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ที่ จ.34/2548 ลงวันที่ 27 เม.ย.2548 ข้อหา“ร่วมกันทำ มี ใช้วัตถุระเบิด ร่วมกันพยายามฆ่า” ได้ริมถนนไอยรา 1 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ทั้งนี้ในการจับกุมทราบว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2548 เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นขว้างระเบิดใส่ชาวบ้าน บริเวณหน้าเวทีหมอลำในงานวัดสว่างศรีวิชัย หมู่บ้านส่งแทน หมู่ที่ 6 ต.กูกาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก


ต่อมาจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอนิรุทธิ์ กับพวกอีก 2 ราย จึงขออนุมัติศาลออกหมาย และตามจับผู้ร่วมก่อเหตุไปได้แล้ว 2 ราย เหลือเพียง นายอนิรุทธิ์ ที่อยู่ระหว่างหลบหนี กระทั่งชุดสืบสวนของกก3.บกป.สืบทราบว่า นายอนิรุทธิ์หลบหนีมาทำงานที่ตลาดไท จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว


สอบสวน นายอนิรุทธิ์ ให้การภาคเสธ ว่า ขณะนั้นตนเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯ ในช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่ปิดภาคเรียน จึงเดินทางกลับไปเที่ยวบ้านเกิด ยอมรับว่าเห็นเพื่อน 2 คนกำลังนั่งประกอบระเบิดกันอยู่ ตนเพียงแค่ไปซื้อส้มตำมานั่งกิน และพูดคุยกับเพื่อนๆ พอช่วงหัวค่ำก็ออกไปเที่ยวที่งานหมอลำภายในวัดสว่างศรีวิชัย และตั้งวงดื่มสุรากัน

จนกระทั่งตนนั้นเมาไม่ได้สติ พอวันรุ่งขึ้นก็ทราบว่าเพื่อนทั้ง 2 คนถูกจับคดีปาระเบิด จึงรีบเดินทางไปเยี่ยม แล้วก็รีบกลับกรุงเทพฯทันที กระทั่งมาทราบว่าตนถูกดำเนินคดีด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.เกษตรวิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ที่มาข่าวสด
ปิกอัพซิ่ง เบียดบิ๊กไบก์ พุ่งชนรถมางานศพพังยับ 9 คันรวด เก๋งถูกไฟไหม้ สาหัส 3 คน

ปิกอัพซิ่ง เบียดบิ๊กไบก์ พุ่งชนรถมางานศพพังยับ 9 คันรวด เก๋งถูกไฟไหม้ สาหัส 3 คน



ปิกอัพซิ่ง วันที่ 12 ต.ค. ร.ต.อ.อดุลย์ ชูเสน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชะเมา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถชนกัน 9 คัน และมีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ที่ถนนสายนคร-ชะเมา หน้างานศพ ตรงข้าม สภ.ชะเมา หมู่ 6 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งท่าเรือ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ท่าเรือ

ที่เกิดเหตุพบว่ามีรถยนต์ ทั้งรถเก๋งและรถกระบะที่จอดอยู่ริมถนนดังกล่าวได้รับความเสียหายรวม 9 คัน นอกจากนี้ยังพบรถเก๋งกำลังถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้น้ำฉีดสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ แต่พบว่าไฟไหม้รถเสียหายทั้งคัน ส่วนรถคันต้นเหตุที่พุ่งชนรถคันอื่นๆ เป็นรถกระบะมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กม-2186 สงขลา ซึ่งจอดอยู่ริมถนน สำหรับผู้บาดเจ็บทราบว่ามี 3 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำส่ง ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช ไปก่อนหน้านี้แล้ว
 
 จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะมิตซูบิชิ สีดำ คันต้นเหตุได้ขับมาตามถนนด้วยความเร็วสูง แล้วเบียดกับรถบิ๊กไบก์คันหนึ่ง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ไม่ได้ชะลอควารมเร็ว ก่อนแซงซ้ายก่อนจะเสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ริมถนนที่หน้างานศพตรงข้ามโรงพักถึง 9 คันรวด จนให้เกิดความเสียหายอย่างยับเยิน และมีรถเก๋งที่จอดอยู่ถูกชนจนไฟลุกไหม้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสรวม 3 คน ขณะที่คนขับรถต้นเหตุได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและถูกควบคุมตัวดำเนินคดีแล้ว


ที่มาข่าวสด
อพยพแสนชีวิต ไฟป่าแคลิฟอร์เนีย “อากาศแห้ง-ลมแรง” โหมเพลิงลุกลาม

อพยพแสนชีวิต ไฟป่าแคลิฟอร์เนีย “อากาศแห้ง-ลมแรง” โหมเพลิงลุกลาม

อพยพแสนชีวิต – เมื่อ 12 ต.ค. เอเอฟพี รายงานความคืบหน้าเหตุไฟป่ารุนแรงในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้อพยพกว่า 100,000 คนแล้ว

ไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นทางตอนใต้ของรัฐ ซึ่งจุดที่รุนแรงที่สุด เรียกว่า แซดเลอร์ริดจ์ กินพื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร สร้างความเสียหายให้ชุมชนย่านซานเฟอร์นันโดวัลเลย์ ห่างจากนครลอสแองเจลิส หรือแอลเอ ไปทางเหนือราว 30 ก.ม.

ไฟป่ามีความรุนแรง ทำให้ทางการสหรัฐต้องระดมกำลังนักผจญเพลิงกว่าพันนาย พร้อมกำลังสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินดับเพลิงที่ใช้ทั้งน้ำและสารเคมียับยั้งไฟ แต่ด้วยกระแสลมแรงทำให้ไฟยังคงลุกลามด้วยอัตราเร็วถึง 3 ตร.กม.ต่อชั่วโมง

บรรดาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่า สามารถควบคุมเพลิงได้เพียงร้อยละ 13 และคาดว่าจะต้องใช้เวลานานหลายวันจึงจะควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากอากาศแห้งแล้งมากและมีลมแรง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เรียกว่า ลมซานตาแอนา ต้นเพลิงเกิดที่เมืองซิลมาร์ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของต้นเพลิง

นายราล์ฟ เทอร์ราซาส ผู้อำนวยการสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยแอลเอ กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นนั้นกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดเดาได้ หากได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ให้อพยพ ขอให้อพยพทันที ห้ามรีรอเด็ดขาด เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิต


ภาพ – เอเอฟพี
กรมบัญชีกลาง เผยตัวเลขผู้โดนตัดสิทธิ ชิมช้อปใช้ เกือบ 200,000 คนแล้ว

กรมบัญชีกลาง เผยตัวเลขผู้โดนตัดสิทธิ ชิมช้อปใช้ เกือบ 200,000 คนแล้ว

ชิมช้อปใช้ – เมื่อวันที่ 12 ต.ค. กรมบัญชีกลางเผยจำนวนผู้ที่ถูกเรียกสิทธิ์คืนจากมาตรการ “ชิมช้อปใช้” เนื่องจากไม่เปิดใช้สิทธิภายใน 14 วันตามกำหนด โดยมีผู้ถูกตัดสิทธิ จึงอยากย้ำให้ผู้มีสิทธิ์ที่เหลือ รีบเปิดใช้สิทธิ์ภายในวันที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิและสามารถใช้จ่ายต่อไปได้จนจบมาตรการ

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ในการลงทะเบียนใช้สิทธิตามมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ซึ่งเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. – 11 ต.ค. 62 และมีผู้ไม่ได้ไปใช้สิทธิ และถูกเรียกสิทธิคืนแล้ว จำนวน 199,660 ราย

จึงอยากย้ำให้ผู้มีสิทธิที่เหลือ รีบเปิดใช้สิทธิกระเป๋า G-Wallet 1 ภายในวันที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิให้สามารถใช้จ่ายต่อไปได้จนจบมาตรการในวันที่ 30 พ.ย. กรณีที่ใช้สิทธิกระเป๋า G-Wallet 2 ภายใน 14 วัน แต่ไม่ได้ใช้สิทธิกระเป๋า G-Wallet 1 ถึงแม้กระเป๋า G-Wallet 1 จะถูกระงับสิทธิ แต่สิทธิในกระเป๋า G-Wallet 2 ยังสามารถเติมเงินเพิ่ม และใช้ได้ต่อจนถึง 30 พ.ย.

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการแล้วจำนวน 95,200 ร้านค้า เป็นร้านค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 13,915 ร้านค้า และร้านค้าที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 81,285 ร้านค้า สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ยังสามารถสมัครได้จนถึงวันที่ 15 ต.ค. 62 โดยร้านค้าในเขตกรุงเทพมหานครสมัครได้ที่กรมบัญชีกลาง

ที่มาข่าวสด

จู่โจมจับระทึก! กลางเมือง แก๊งทวงหนี้ ดอกเบี้ยโหด ไม่จ่ายเจอขู่-ตื้บ บุกพังบ้าน เผยมีนายทุนใหญ่ภาคเหนือหนุนหลัง ค้นรถเจอสัญญาเงินกู้ รายชื่อลูกหนี้อื้อ

จู่โจมจับระทึก! กลางเมือง แก๊งทวงหนี้ ดอกเบี้ยโหด ไม่จ่ายเจอขู่-ตื้บ บุกพังบ้าน เผยมีนายทุนใหญ่ภาคเหนือหนุนหลัง ค้นรถเจอสัญญาเงินกู้ รายชื่อลูกหนี้อื้อ

แก๊งทวงหนี้ / เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร นำโดย พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพิจิตร และตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติการจู่โจมปิดล้อมจับกุม นายณัฐวัฒน์ หรือเจ๋ง ช่วยเจริญ อายุ 31 ปี ชาว ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย และนายอยุทธ์ หรือนายมิกซ์ ปาทาน อายุ 23 ปี 16 ถนน โกษาเหล็ก ตำบล ทะเลชุบศร อำเภอ เมือง จังหวัดลพบุรี




ซึ่งทั้ง 2 คน อยู่ในแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบให้นายทุนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย หลังจากก่อเหตุใช้วาจาข่มขู่บังคับขู่เข็ญ รวมถึงทำลายทรัพย์สินภายในบ้านลูกหนี้ และใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายลูกหนี้ เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว และลูกหนี้ต้องยอมหาเงินมาชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่กู้ยืมไป



โดยเหตุเกิดในตลาดเทศบาลเมืองตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยพฤติกรรมการทวงหนี้อย่างเหี้ยมโหดและไม่เกรงกลัวต่อความผิดกฎหมายบ้านเมือง เนื่องจากจะมีนายทุนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ทำหน้าที่คอยจ่ายเงินเพื่อเคลียร์กับหน่วยงานต่างๆ ไว้แล้ว และจากการตรวจค้นรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า โคโรล่า หมายเลขทะเบียน ธก714 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นพาหนะกระทำความผิด พบเงินสดที่เก็บจากลูกหนี้จำนวน 18,780 บาท เอกสารสัญญาเงินกู้ สมุดรายชื่อลูกหนี้และของกลางอื่นๆ อีกรวม 20 รายการ



จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า นำเงินสดมาให้ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย และผู้มีรายได้น้อย ในย่านชุมชนเขตเทศบาลเมืองตะพานหินพิจิตร กู้ยืม พร้อมกับเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 ต่อวัน และถ้าหากลูกหนี้รายใดไม่มีเงินจ่ายต้นและดอกเบี้ย ขั้นแรกก็จะถูกใช้วาจาข่มขู่ขืนใจ และประทุษร้ายต่อร่างกาย รวมถึงรื้อค้นทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ร้านค้า เพื่อให้ลูกหนี้เกิดความหวาดกลัวและยอมหาเงินมาชำระต้นและดอกเบี้ยแบบรายวัน
 
โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้รับร้องทุกข์ไว้หลายรายจึงต้องทำการวางแผนจับกุมแก๊งทวงหนี้โหดมารับโทษตามกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะพานหิน ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยผิดกฎหมาย ปล่อยสินเชื่อโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันประทุษร้ายข่มขืนใจผู้อื่น นอกจากนี้ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผลดำเนินคดีกับนายทุนรายใหญ่ ตามคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อไป 



ที่มาข่าวสด
พ่อแม่แยกทางกัน…ไม่มีเวลาท้อ กัดฟันสู้ ส่งเสียตัวเอง

พ่อแม่แยกทางกัน…ไม่มีเวลาท้อ กัดฟันสู้ ส่งเสียตัวเอง



ปู่กับย่าอายุได้ 70 กว่าปี เลี้ยงเบทมาตั้งแต่ยังเล็กเพราะพ่อแม่แยกทางกัน พ่อยังแวะมาหาเบทอยู่บ่อยๆและมีครอบครัวใหม่ตอนเบทเรียน ป.6 ทำให้เบทน้อยใจและเสียใจมาก ครั้งนึงเบทเคยเห็นพ่อยืมเงินคนข้างบ้านเพื่อเอามาจ่ายค่าเทอม
 
จากเหตุการณ์วันนั้นทำให้เลิกเสียใจน้อยใจพ่อ และตั้งใจว่าจะทำงานหารายได้เพื่อส่งเสียตัวเองให้ได้ ปิดเทอมที่ผ่านมาเบทขับมอเตอร์ไซค์ออกไปทำงานเกิดอุบัติเหตุขาหัก รถพังจนต้องขายทิ้ง


หลังจากนั้นไม่นานปู่ก็ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนทำให้ขาหักข้อเท้าแตกไปทำงานไม่ได้แล้ว ซ้ำยังได้ข่าวร้ายว่าแม่ถูกจับคดียาเสพติดต้องโทษจำคุก 8 ปี เบทจึงออกหางานรับจ้างแถวบ้าน เช่น รับจ้างขนของ ปลูกข้าว เป็นพนักงานดูแลความปลอดภัยที่สระว่ายน้ำ





 และไปทำงานที่โรงงานอบลำไยขนลำไยสดตะกร้าละ 30 กิโลกรัม ส่วนย่ารับจ้างแกะลำไย เบทให้กำลังใจตัวเอง ไม่ท้อ ไม่ถอย และทำวันข้างหน้าให้ดีกว่าเดิม หากวันนึงเก็บเงินได้ก็อยากสร้างบ้านให้ปู่