เผยข้อมูลน่าตกใจ ยาบ้าขายปลีก เม็ด 10 บาท เสพติดกันทั้งครอบครัว

 
เผยข้อมูลน่าตกใจ ยาบ้าขายปลีก เม็ด 10 บาท เสพติดกันทั้งครอบครัว


ป.ป.ส.8 ลุยค้นยาเสพติดในชุมชนที่กระบี่ รวบ “ผู้เสพยกครัว” แฉกลุ่มค้ารายย่อย นำยาบ้าที่เป็นค่าจ้างเก็บของลอตใหญ่มาขายตัดราคากัน ถูกสุดเม็ดละ 10 บาทเท่านั้น

เวลา 07.00 น. วันที่ 21 พ.ย. นายศิริวัฒนา ชาติภิรมย์ ผอ.บก.ป.ป.ส.ภาค 8 พร้อมด้วย นายไพศาล ศรีเทพ นอภ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จ.กระบี่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ส. และฝ่ายปกครอง ร่วม 40 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่แพร่ระบาดของยาเสพติด 5 เป้าหมาย ในชุมชน หมู่ 2 และหมู่ 3 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม ตามแผนยุทธการ “ปิดล้อมตรวจค้น 1,386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” ของ บก.ป.ป.ส. ภายหลังมีชาวบ้านในชุมชนโรงเลื่อยพัฒนา เขตเทศบาลตำบลคลองท่อม ห่างจาก สภ.คลองท่อม เพียง 200 เมตร ร้องเรียนว่ามีการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่หลายครั้ง



ผลการตรวจค้น พบผู้เสพจำนวน 9 ราย โดย 4 จาก 9 ราย เป็นคนในครอบครัวเดียวกันทั้งหมดคุมตัวไปทำประวัติ พร้อมส่งตัวเข้ารับการบำบัด นอกจากนี้ ยังจับกุมนายธีรวัฒน์ เอกกรกิจ พร้อมของกลาง ยาบ้า 2 เม็ด นายอาจินต์ หรือไก่ ล่องประดิษฐ์ ของกลางยาบ้า 11 เม็ด จับกุมพบนายสมพงษ์ ละเอียดแก้ว อายุ 36 ปี พร้อมของกลางกระสุนปืนลูกซอง 2 นัด ที่บ้านเลขที่ 46/13 ม.3 ต.คลองท่อมใต้

นายศิริวัฒนา กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นชุมชนตามเป้าหมายในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียนพฤติกรรมการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน เข้าไปยัง บก.ป.ป.ส. ประกอบกับ ป.ป.ส.มียุทธการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 1,386 จุดทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ค้ารายย่อย และผู้เสพ นำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งในวันที่ 13 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ทาง บก.ป.ป.ส. จะดำเนินการพร้อมกันอีกครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

“จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มลักลอบค้ายาบ้ารายย่อย นำยาบ้ามาจำหน่ายกันในราคาที่ถูกลงมาก โดยพบราคาถูกสุดอยู่ที่เม็ดละ 10 บาท เท่านั้น ซึ่งยาบ้าที่นำมาจำหน่ายราคาถูกนี้ เป็นยาบ้าที่กลุ่มค้ายาให้เป็นค่าจ้างตอบแทนในการเก็บรักษายาบ้าลอตใหญ่ ทำให้มีการนำมาจำหน่ายในชุมชนราคาถูก ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชนในชุมชน ที่มีเงินเพียงเล็กน้อยก็สามารถซื้อมาเสพได้ ถือเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงมาก ในช่วงหลังมานี้”

---------------------------
ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ


ข้อควรที่เราจะต้องเช็กก่อน แต่งบ้าน เพื่อไม่ให้พลาดจึงทำให้บ้านออกมาน่าอยู่และสวยงาม

ข้อควรที่เราจะต้องเช็กก่อน แต่งบ้าน เพื่อไม่ให้พลาดจึงทำให้บ้านออกมาน่าอยู่และสวยงาม

ทั้งนี้นั้นองค์ประกอบต่างๆ ในการตกแต่งบ้าน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความสวยงามและช่วยทำให้บ้านของเรานั้นดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนกำลังคิดอยากจะแต่งบ้าน อ่านบทความนี้ได้เลย เพราะเราได้หยิบ 3 ข้อที่ควรเช็กก่อน แต่งบ้าน มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนกันจ๊ะ




1.โทนสีของห้อง   โทนสีห้องถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ฉะนั้นก่อนทาสี ควรทดสอบก่อนทาสีจริง เพียงแค่ทาสีลงบนแผ่นตัวอย่าง แล้วนำไปติดบนผนัง ทิ้งไว้ 2 วัน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้มากยิ่งขึ้น



2.รูปแบบและขนาดเฟอร์นิเจอร์   เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน ฉะนั้นก่อนการเลือกซื้อ เราควรคำนึงถึงขนาดของเฟอร์นิเจอร์และขนาดของพื้นที่ในการจัดวางให้ดี เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกซื้อมานั้นตอบโจทย์ต่อการใช้งานมากที่สุด



3.วัสดุของตกแต่ง   การจัดตกแต่งบ้านด้วยของตกแต่งน่ารักๆ ช่วยทำให้บรรยากาศในบ้านนั้นดูสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่หากของตกแต่งมากจนเกินไป อาจส่งผลให้บ้านของเรานั้นดูรกยิ่งขึ้น ฉะนั้นเพื่อความสวยงาม ควรจัดตกแต่งให้พอดีจะดีกว่า





หากเพื่อนๆ คนไหนกำลังคิดอยากจะตกแต่งบ้าน อย่างไรก็อย่าลืมนำ 3 ข้อที่เราหยิบมาฝาก ไปลองปรับใช้กันดูนะจ๊ะ
----------------
ขอบคุณภาพจาก  freepik.com
ลูกคลั่งโมโหแม่ เพียงใช้ให้ช่วยตากผ้า เนื่องจากแม่พิการ จึงเกิดอาการคลั่งกระทืบทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าเเท้ๆๆ

ลูกคลั่งโมโหแม่ เพียงใช้ให้ช่วยตากผ้า เนื่องจากแม่พิการ จึงเกิดอาการคลั่งกระทืบทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าเเท้ๆๆ

ยายวัย 72 ปี ป่วยพิการเดินไม่ได้ ตัดสินใจแจ้งจับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน หลังคลั่งทำร้ายร่างกายอ่วม เพียงแค่วานใช้ให้ตากผ้าช่วยเท่านั้น

เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) ร.ต.อ.ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุจาก นางสมฤดี อายุ 72 ปี ผู้พิการเดินไม่ได้ ระบุว่าถูก นายเจตน์จรัส อายุ 38 ปี ลูกชายแท้ๆ ทำร้ายร่างกายทุบตีจนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้า ปากแตก และเจ็บบริเวณหน้าอก เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนั้น จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์

จากการสอบสวน นางสมฤดี เปิดเผยว่า ได้อาศัยอยู่กับลูกชายที่คอนโดมิเดียมแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง ก่อนเกิดเหตุตนได้วานใช้ให้ลูกชายตากผ้าให้หน่อย เนื่องจากตนเป็นผู้พิการทำไม่ถนัด แต่ปรากฏว่าลูกชายเกิดอารมณ์โมโหเข้ามาทำร้าย เพราะว่าไปใช้เขาช่วยตากผ้า จึงตรงปรี่เข้าทำร้ายร่างกาย ทั้งตบ ทั้งถีบ ทำให้หักแขนและบาดเจ็บหลายแห่ง

นางสมฤดี ยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยทำร้ายร่างกายตนแบบนี้ มาประมาณ 8-9 ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตัดสินใจมาเข้าแจ้งความดำเนินคดีเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่ง รพ.บางบัวทอง เพื่อทำการตรวจร่างกาย และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจเดินทางไปพา นายเจตน์จรัส เพื่อสอบปากคำ แต่พบว่าพูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง หลังจากนี้จะนำตัวส่งตรวจว่ามีอาการทางประสาท หรือเสพยาฯหรือไม่ต่อไป
สวนน้ำอาจนคร วอเตอร์ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท เปิดให้บริการ สวนน้ำขนาดใหญ่ รีสอร์ท พร้อมอาหารเครื่องดื่ม วงดนตรี


สวนน้ำอาจนคร วอเตอร์ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท เปิดให้บริการ สวนน้ำขนาดใหญ่ รีสอร์ท พร้อมอาหารเครื่องดื่ม วงดนตรี 

 
       บริษัท อาจนคร วอเตอร์ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท จำกัด เป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดร้อยเอ็ดและพื้นที่ใกล้เคียง ให้บริการเครื่องเล่นสไลเดอร์,ให้บริการที่พักรีสอร์ทสุดโรแมนติก นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับ อาทิเช่น สปา สำหรับการผ่อนคลาย และบริการร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของสวนน้ำแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีบริการดนตรีสดสุดประทับใจ ให้นักท่องเที่ยวได้อิ่มเอมกับบรรยากาศซึ่งเป็นเสน่ห์สุดพิเศษ ด้วยสภาพแวดล้อม การเดินทาง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวเพียงเล็กน้อย







สถานที่ตั้ง  281 หมู่ที่ 15 ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด 45160
โทรศัพท์: 081-355-2411, 043-033505 ((ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2043  ติดปั๊มแก๊ส ก่อนถึงปั้ม ปตท.เข้าอาจสามารถ ))

บทความนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1,078 ครั้ง 
---------------------------------------------------------------
สนใจลงบทความรีวิวธุรกิจกับบล็อกข่าวอาจสามารถ
แจ้งปัญหา/ถามตอบ/ลงโฆษณา
khaoatsamart@gmail.com


มาดูไอเดีย รีวิวร้านกาแฟในสวน O2 Kaffee&Bistro คาเฟ่สวนมะพร้าวน้ำหอมจะหอมสมชื่อขนาดไหนไปดูกัน


มาดูไอเดีย รีวิวร้านกาแฟในสวน O2 Kaffee&Bistro คาเฟ่สวนมะพร้าวน้ำหอมจะหอมสมชื่อขนาดไหนไปดูกัน



ร้านกาแฟในสวนสวย ธุรกิจในฝันของใครหลายๆคน ที่ครั้งนึงเคยวาดหวังไว้ว่าจะต้องมีให้ได้ หลายคนสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ หลายคนความฝันเมื่อโตขึ้นก็เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ธุรกิจร้านกาแฟในสวน เมื่อได้ยินคำนี้ เราคงจะนึกถึงการได้นั่งจิบชา กาแฟ ท่ามกลางบรรยากาศ เหมือนราวกับอยู่ในเทพนิยายของชาวตะวันตก ที่มีโต๊ะ เก้าอี้ สีขาวนวล วางอยู่ตรงกลาง โดมเสาไม้หินอ่อนสไตล์โรมัน ห้อมล้อมด้วย เถาวัลย์ ไม้เลื้อย และรายรอบไปด้วยดอกไม้ ต้นไม้ นานาพรรณ
 
แต่สำหรับในบ้านร้านกาแฟในสวนสไตล์ยุโรปนั้นคงจะพบเห็นกันบ่อยแล้ว แต่จะมีสักกี่ร้านที่กล้าคิด กล้าทำ ให้แปลกแตกต่างออกไปจากภาพแบบเดิมๆ เช่นเดียวกันร้านกาแฟในสวนที่จะกล่าวถึงนี้ ไม่ใช่สวนสวย ดอกไม้เบ่งบาน ในแบบทั่วไป แต่มันคือสวนมะพร้าว ถูกสรรค์สร้างเป็น “ร้านกาแฟในสวนมะพร้าว” ดื่มด่ำกับกาแฟรสเลิศพร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชมสวนมะพร้าวในแบบไทยๆ นั่งห้อยขารับลมตรงร่องน้ำ เดิมชมสวน พร้อมกับฟังเสียงนก เสียงน้ำ สไตล์บ้านสวน ให้ความรู้สึกนึกย้อนไปเหมือนสมัยก่อน ไร้เสียงรถยนต์ ไร้ฝุ่นควัน ไร้ตึกรางบ้านช่อง สองข้างทางมองเห็นแต่ทิวทุ่ง เสียงนกร้อง ลมโชยผ่านตัวไปเบาๆ จะหาที่พักผ่อนเติมพลังให้ตัวเองแบบนี้ในปัจจุบันคงหาได้ยากแล้ว



O2 Kaffee&Bistro ตั้งอยู่ในซอยวัดไร่ขิง อำเภอสามาพราน จังหวัดปทุมธานี จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากการที่คุณยิ่งยงต้องการที่จะขายผลผลิตที่มีในสวนของตัวเอง ทั้งที่แบบแปรรูปแล้วและผลไม้สดไปยังลูกค้าโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงได้เนรมิตร้านกาแฟสวนมะพร้าวนี้ขึ้นมา เดิมทีหวังแค่ให้เป็นสถานที่รองรับลูกค้าที่เข้าเลือกซื้อผลผลิตในไร่ แต่ทว่ากลายเป็นร้านกาแฟได้รับความนิยมมากกว่า มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสายทุกวัน ยิ่งเป็นวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ลูกค้ายิ่งหนาแน่นมากกว่าเดิม แม้ว่าสวนของคุณยิ่งยงจะอยู่เข้าไปลึกมากจากถนนสายหลักก็ตาม
 
จุดเด่นของร้านกาแฟ O2 Kaffee&Bistro อยู่ที่แพ ลูกค้าให้ความสนใจในการนั่งกินรับประทานอาหารบนแพเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีนั้นมีแพไว้รองรับลูกค้าเพียงแค่ 1 แพเท่านั้น แต่เพียงแค่สัปดาห์เดียวที่เปิดตัวร้านออกไป จำนวนลูกค้าที่เข้ามาไม่เพียงพอต่อแพที่มี ลูกค้าต้องรอคิวเป็นเวลานาน จึงตัดสินใจเพิ่มเป็น 5 แพ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอ คุณยิ่งยงจึงได้เพิ่มเป็น 28 แพในที่สุด แม้จะเพิ่มขึ้นจำนวนมากแล้วก็ลูกค้าก็ยังต้องต่อคิวกันอยู่ เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามาในสวนต่อวันนั้นหลักพันคน ยิ่งเป็นวันหยุดแล้วด้วยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแพในสวนมากกว่า 6 พันคน ต่อเดือนมีลูกค้าเข้ามาร่วมหมื่นคนเลยทีเดียว

ปัจจุบัน O2 Kaffee&Bistro เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 09:00 – 19:00 น. โดยท่านที่ต้องการเดินทางไปใช้บริการสามารถไปต่อจองคิวนั่งแพได้ที่ร้าน โดยทางร้านไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไป ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ รวมทั้งลุกค้าท่านอื่นๆที่เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากพื้นที่มีบริเวณกว้างอาจเกิดการพลัดหลง สูญหาย หรือได้รับบาดเจ็บ ตกร่องสวน เป็นต้น รวมทั้งเพื่อรักษาความสะอาดของสวนและไม่ส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงนั่นเอง



ความสำเร็จของร้าน O2 Kaffee&Bistro ล้วนมาจากความตั้งใจล้วนๆ แม้จะไม่ได้มีความรู้ความชำนาญในการทำอาหาร แต่ก็ใช้ใจในการทำ ควบคุมคุณภาพและรักษาระดับการบริการให้เสมอต้นเสมอปลาย อาศัยการบอกต่อแบบปากต่อปากของลูกค้า จนเกิดการแชร์ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ ในที่สุด O2 Kaffee&Bistro ร้านกาแฟในสวนมะพร้าวน้ำหอมก็ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึงปี
 -----------------------------------
ข้อมูลติดต่อ O2 Kaffee&Bistro
ที่อยู่ : ซอยวัดไร่ขิง16 อำเภอสามาพราน จังหวัดปทุมธานี 73210
สอบถามโทร 089-7533559,081-874538
Facebook : https://web.facebook.com/O2-Kaffee-Bistro
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : O2-Kaffee-Bistro
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดรับสมัครสรรหาข้าราชการดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร 12,778 อัตรา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดรับสมัครสรรหาข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ.2563 จำนวน 12,778 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน - 24 ธันวาคม 2562

**เป็นการรับสมัครสรรหาจากผู้ที่รับราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
**สำหรับการรับสมัครสอบท้องถิ่น ที่รับสมัครจากบุคคลทั่วไปขณะนี้ยังไม่เปิดรับสมัคร


1. ประกาศเรื่อง รับสมัครสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา
เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ
เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ
เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์
เอกสารหมายเลย 8 การกำหนดหลักอาวุโส

2. ประกาศเรื่อง รับสมัครสรรหาพนักงานเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา
เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ
เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ
เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์
เอกสารหมายเลข 8 การกำหนดหลักอาวุโส

3. ประกาศเรื่อง รับสมัครสรรหาพนักงานส่วนตำบลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา
เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ
เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ
เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์
เอกสารหมายเลข 8 การกำหนดหลักอาวุโส

4. ประกาศเรื่อง รับสมัคสรรหาพนักงานเมืองพัทยาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก
เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา
เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ
เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ
เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์
เอกสารหมายเลข 8 การกำหนดหลักอาวุโส

การรับสมัครสรรหา
สมัครได้ทางระบบอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน - 24 ธันวาคม 2562 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://www.dlalocalapp2563.com/
คนขับปอร์เช่กลิ่นเหล้าคลุ้ง ขับชนสาว 24 เสียชีวิต แต่ตำรวจไม่ตรวจแอลกอฮอล์

คนขับปอร์เช่กลิ่นเหล้าคลุ้ง ขับชนสาว 24 เสียชีวิต แต่ตำรวจไม่ตรวจแอลกอฮอล์

เกิดอุบัติเหตุท้องที่ สภ.ปากคลองรังสิต รถเก๋งปอร์เช่ชน จยย.หนุ่มบาดเจ็บสาหัส สาววัย 24 เสียชีวิต ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ บอกคนขับปอร์เช่กลิ่นเหล้าคลุ้ง ไม่ยอมมาดูคนเจ็บ ทั้งยังเรียกเพื่อนมารับไปเซเว่นฯ หน้าตาเฉย ที่แปลกก็คือ ตำรวจไม่ตรวจแอลกอฮอล์ 
จากอุบัติเหตุเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 16 พ.ย.62 บริเวณถนนหลักหก ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เกิดเหตุรถยนต์ปอร์เช่ หมายเลขทะเบียน ษณ 86 กรุงเทพมหานคร ข้ามเลนไปชนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้ารีเบล ป้ายแดง จนทำให้นายวริศ ศรีลาชัยมณีกุล อายุ 31 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บาดเจ็บสาหัส แขนหักผิดรูป ขาขาด และนางสาวอันธิกา ทูลไธสง อายุ 24 ปี คนซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา


นายวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณตี 4 ตนเองได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวบริเวณหน้าบ้านจึงวิ่งออกมาดู พบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ริมทาง ใกล้รถจักรยานยนต์มีผู้หญิงกับผู้ชายนอนอยู่ 2 คน ผู้ชายนอนร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนผู้หญิงนอนนิ่งไม่ได้สติ
ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถเก๋งปอร์เช่จอดนิ่ง ล้อรถหลุด กลิ้งไปไกลหลายเมตร สภาพด้านหน้าขวามีรอยชน ตนจึงรีบวิ่งไปดูคนเจ็บที่นอนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ ช่วยโทรศัพท์เรียกญาติของผู้บาดเจ็บมาที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถปอร์เช่ไม่ยอมมาช่วยคนเจ็บเลย ยืนอยู่แต่ตรงรถตัวเอง แถมยังเรียกเพื่อนให้มารับ และขับรถพาไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อแถวนั้นอีก
“คนที่มายืนดูเหตุการณ์ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า รวย แต่ไม่มีน้ำใจ แทนที่จะมาดูคนเจ็บสักหน่อย ซึ่งตอนเดินไปใกล้ๆ คนขับรถปอร์เช่ เหมือนจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมาด้วย ส่วนสาเหตุการชน ดูจากร่องรอยแล้วน่าจะเกิดจากรถปอร์เช่ข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์”

ด้าน นายธนกฤต ธัญญธนภัทร พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมีลูกเพียงคนเดียว ลูกสาวประกอบอาชีพเปิดร้านอาหารกับแฟนหนุ่ม เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องมาเสียลูกไปด้วยเหตุการณ์แบบนี้รู้สึกเสียใจมาก ตอนนี้รู้สึกโกรธว่า ทำไมผู้ก่อเหตุไม่เคยมาดูแลอะไรเลย แม้แต่วันรดน้ำศพก็ยังไม่มาขอขมาศพ ตนเองต้องเป็นฝ่ายโทรไปบอกอาการของลูกอยู่ตลอดเวลา
“อีกเรื่องที่รู้สึกไม่สบายใจคือ การทำหน้าที่ของตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เพราะวันเกิดเหตุก็ไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของผู้ก่อเหตุ ตำรวจอ้างว่าผู้ก่อเหตุไม่มีกลิ่นเหล้า ไม่จำเป็นต้องตรวจ ทั้งยังปิดห้องคุยกันเองระหว่างตำรวจกับผู้ก่อเหตุ และประกันรถยนต์อีกด้วย ไม่อนุญาตให้เข้าไปฟัง จึงอยากขอความเป็นธรรม อยากให้ตำรวจทำคดีแบบตรงไปตรงมา”
ปิดโรงงานยุติการผลิต!!!  คณะกรรมการบริษัทห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ มีมติให้หยุดการผลิตที่โรงงานสาขาระนอง

ปิดโรงงานยุติการผลิต!!!  คณะกรรมการบริษัทห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ มีมติให้หยุดการผลิตที่โรงงานสาขาระนอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับการหยุดการผลิตสินค้า ลงวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา มีมติให้หยุดการผลิตสินค้าที่โรงงานสาขาระนอง ตั้งอยู่เลขที่ 93/17-18 หมู่ที่ 5 ถนนสะพานปลา ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ปัจจัยที่ส่งผลให้ทางบริษัทฯ ต้องหยุดการผลิตที่สาขาระนองเนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประกอบการเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ต้นปี 2562 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออกของบริษัทฯ

เนื่องจากบอร์ดเห็นว่า การหยุดการผลิตที่โรงงานสาขาระนองจะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุน และสามารถบริหารต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างโอกาสการแข่งขันในด้านราคาขายกับคู่แข่งทางการตลาดได้ สำหรับในด้านแหล่งวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตที่โรงงานสาขาระนองนั้น จัดหาได้น้อยลงเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงได้มีมติให้หยุดการผลิตที่โรงงานสาขาระนอง ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 62 เป็นต้นไป
สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเลิกจ้างพนักงานที่สาขาระนอง โดยบริษัทฯ จะจ่ายชดเชยค่าจ้างตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และคาดว่าเงินชดเชยค่าจ้างที่ต้องจ่ายให้กับพนักงานรวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 20-22 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบในด้านการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงงานที่จังหวัดสงขลาสามารถรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม พบว่า ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ หยุดการผลิตที่โรงงานจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมาด้วย
------------------------------------

Google AdSense คืออะไรแล้วเราจะได้เงิยยังไง

Google AdSense คืออะไรแล้วเราจะได้เงิยยังไง

         Google adsense คือ​ อีกหนึ่ง​ช่องทาง​ของ​ รายได้เสริม, หาเงินผ่านเน็ต, ทํางานผ่านเน็ต ซึ่งเป็นโฆษณา ที่มีผู้ต้องการ จะลงโฆษณาเว็บไซต์ของตัวเอง ยกตัวอย่าง เช่น​ มีเว็บไซต์ของทางโรงแรมแห่งหนึ่ง ต้องการจะประชาสัมพันธ์ หรือ​โฆษณา​ โรงแรมของตน เพื่อ​ให้เป็นที่รู้จัก​กับนักท่องเที่ยวทั่วไป ก็จะไปติดต่อกับทาง  Google​ เพื่อจะลงโฆษณาโรงแรมของตน หลังจาก​นั้น​ ทาง​Google​ ก็จะทำการหาเว็บไซต์ หรือ​  Blog​ที่มีการเขียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง​กับ​ การท่องเที่ยว​ หรือ​ โรงแรม​เพื่อลงโฆษณาทันที ไม่ว่าจะเป็น โฆษณา ด้วย รูปภาพ ข้อความ หรือ ลิงค์ต่างๆ 

สมมุติ​ว่า​ เรามีเว็บไซต์ หรือ​ เขียน บล็อก​ (Blog) หรือ Blogger เกี่ยวกับ​การ​ท่องเที่ยว​ หรือ​ โรงแรม​  ธุรกิจ หรือรีวิวสินค้า อยู่​ในขณะนั้น​ก็จะมีโฆษณา​ของโรงแรม หรือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทความนั้นๆมาอยู่ในหน้าเว็บ หรือ​ บล็อก​ของ​เรา​โดยอัตโนมัติ​ (แต่​ เราต้องมีบัญชี ของ​
google adsense​ ก่อน)

แล้วเราจะมีรายได้จาก Google adsense​ ได้อย่างไร

ข้อนี้ง่ายมาก (แค่คลิกเราก็ได้เงิน) คือ​ในกรณีที่​มี​ผู้​ชม​เข้ามาเยี่ยมชม เว็บไซต์​ หรือ​ บล็อก​ ของ​เรา​แล้ว​เห็นโฆษณา ของ​ โรงแรม​ ที่​ลงไว้​ จึงเกิดความสนใจ ก็​ คลิกไปที่โฆณา นั้น​ เพียงแค่นี้ เราก็ได้เงิน จาก​ทาง​ Google​ แล้ว​แต่​จะจ่ายเท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าของโฆษณา ที่ได้ทำการตกลงกับ กูเกิ้ล​ไว้นั่นเอง และ​ เราจะได้รับเงิน จากทาง​ กูเกิ้ล​ ก็ต่อเมื่อ​ยอดสะสม​ จากการ​ คลิกโฆษณา ครบ​ $100 (100 เหรียญสหรัฐ​ หรือ​ ประมาณ​สามพันกว่าบาท ตามอัตรา​การแลกเงินในขณะนั้น)  ซึ่ง​ทาง​ อากู๋​ (Google) จะจ่ายเป็นเช็ค​ ในนามของเรา (ตามบัญชีที่เราได้สมัครไว้)  ส่งตรงถึงที่บ้านเลยทีเดียว

ตัวอย่างของบล็อกที่มี โฆษณามาลงแล้ว​ เช่น​ www.dooideas.com

เพียงง่ายๆ​แค่นี้​ งั้นอย่ารอช้า มาเขียน​ บล็อก​ กันดีกว่าสรุป​ง่ายๆ​ว่า​ Google adsense​ ก็ ผู้ที่ลงโฆษณา แล้วผลการโฆษณาเหล่านั้นมาแสดงบนเว็บคนหารายได้อย่าเราๆด้วยแอดเซนที่มาติดบนBlogเรานั้นเอง Google จะแบ่งเปอร์เซต์ให้เราจนกว่าจะครบยอดแต่ห้ามผิดกฏของgoogle เท่านั้นเอง

สรุป วิธีนี้ ก็ได้เงินเหมือนกัน แต่ จะเร็ว หรือ ช้า ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของบล็อกนะครับ ว่าจะน่าสนใจ จนมีผู้คนเข้ามาอ่านมากน้อยแค่ไหน อันนี้ต้องอยู่ที่เจ้าของบล็อก หรือ เว็บไซต์ แล้วล่ะครับผม
------------------------

ขอบคุณรูปภาพจาก / Source. Money By bykst, pixabay.com
ขอบคุณ​ที่ติดตาม
ถูกหวย 6 ล้านได้วันเดียว! สาวน้ำตาตก โร่แจ้งความ แฟนหนุ่มหอบรางวัลที่ 1 หนี หลังตกลงกันว่าจะแบ่งคนละครึ่ง สุดท้ายบอกให้แค่ 2 ล้าน จนทะเลาะกัน แฟนหนุ่มหยิบลอตเตอรี่ออกจากห้องไป เตรียมให้กองสลากระงับการขึ้นเงิน


ถูกหวย 6 ล้านได้วันเดียว! สาวน้ำตาตก โร่แจ้งความ แฟนหนุ่มหอบรางวัลที่ 1 หนี หลังตกลงกันว่าจะแบ่งคนละครึ่ง สุดท้ายบอกให้แค่ 2 ล้าน จนทะเลาะกัน แฟนหนุ่มหยิบลอตเตอรี่ออกจากห้องไป เตรียมให้กองสลากระงับการขึ้นเงิน


ถูกหวย วันที่ 17 พ.ย. ที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ น.ส.พรธิดา ชำนาญเวช อายุ 23 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี มาพร้อมพี่สาวและญาติ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วีระพล สุดสายแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พระประแดง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายวิจักร วรรณประสิทธิ์ อายุ 34 ปี แฟนหนุ่ม หลังเบี้ยวเงินรางวัลที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ จำนวน 6 ล้านบาท

 
น.ส.พรธิดา กล่าวว่า ตนกับ นายวิจักร ทำงานอยู่โรงงานที่เดียวกันย่านถนนปู่เจ้า และอยู่กินกันมาประมาณ 3 ปี โดยเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนกับ นายวิจักร ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 พ.ย.62 ที่ถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 1 ใบ ไปขึ้นเงินที่ร้านจำหน่ายสลากที่บริเวณตลาดครุใน พร้อมกับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จะออกประจำงวดวันที่ 16 พ.ย.62 จำนวน 2 ใบ จากนั้นตนกับ นายวิจักร ก็ใช้ชีวิตตามปกติ

จนมาเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ตนกับ นายวิจักร ก็ทราบว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อมา 2 ใบนั้น ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ คือหมายเลข 017223 จากนั้นเวลา 17.00 น. จึงพากันเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.พระประแดง เป็นหลักฐาน พร้อมกับเซ็นลายมือชื่อของตนและนายวิจักร ไว้ที่ด้านหลังของสลากที่ถูกรางวัล จากนั้นได้ถ่ายรูปคู่ร่วมกันพร้อมกับสลากรางวัลที่ 1 ที่ สภ.พระประแดง

 
เมื่อเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ตนกับ นายวิจักร จึงได้เดินทางกลับมาที่ห้องพักในซอยสุขสวัสดิ์ 64 จากนั้นก็คุยกันว่าจะไปขึ้นเงิน จะแบ่งกันคนละครึ่ง คือคนละ 3 ล้านบาท โดย นายวิจักร ยังได้โทรบอกทางครอบครัว และตนก็ได้บอกกับครอบครัวตนเช่นกัน พร้อมกับวางแผนว่าจะใช้เงินอย่างไร
จนมาวันนี้เวลาประมาณ 19.30 น. นายวิจักร บอกตนว่าจะให้แค่ 2 ล้านบาท ตนก็ได้ถาม นายวิจักร ว่าทำไมให้แค่นี้ ไหนคุยตกลงกันแล้วว่าจะแบ่งกันคนละครึ่ง เมื่อพูดคุยกันสักพัก นายวิจักร เริ่มเสียงดังจนมีปากเสียงกัน ก่อนที่ นายวิจักร จะบอกตนว่าถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ไม่ให้ อยากได้ไปฟ้องเอาและออกไปจากห้องพัก


ตนเห็นแล้วไม่เป็นธรรมใหนตกลงกันแล้วว่าจะแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะต่างคนต่างมีครอบครัวก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน ตนจึงได้ไปหาพี่สาวเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ พี่สาวดูแล้วไม่ถูกต้องและกลัวว่า นายวิจักร จะไปขึ้นเงินแล้วเอาไปใช้คนเดียว ก่อนตัดสินใจมาแจ้งความดังกล่าว และจะเดินทางไปที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อระงับการจ่ายเงินที่ถูกรางวัลก่อน

-------------------------------
ที่มาข่าวสด




 “กิ่งแก้ว” นักโทษประหารหญิง ยิงเป้าไม่ยอมตาย


 “กิ่งแก้ว” นักโทษประหารหญิง ยิงเป้าไม่ยอมตาย เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีการแชร์กันอย่างต่อเนื่อง เล่ากันเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับคดีของนักโทษประหารหญิงนาม "กิ่งแก้ว" ที่ถูก “ยิงเป้า” นับสิบนัดแต่ไม่ยอมตาย โดยเธอถูกประหารในช่วงปี 2522 หรือ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ...


สิ่งที่เป็นเรื่องน่าสนใจของเรื่องนี้ คือ "เล่าต่อ" กันอย่างเป็นตุเป็นตะ บรรยายบรรยากาศขณะประหารเป็นคุ้งเป็นแคว ว่า มีเสียงกรีดร้อง มีการพูดทำนองว่าไม่ได้ทำผิด มีการบอกว่ามีการพยายามฆ่าเธอด้วยวิธีอื่น ซึ่งสิ่งที่เล่าๆ ต่อกันนั้น ไม่มีใครยืนยันได้เลย แถมต่อมา ยังเอาชื่อของเธอมาหลอกคนย่านบางขวาง กลายเป็น "ผีกิ่งแก้ว" ตำนานคุกบางขวางไปเสียอีก 
ความจริง จะเป็นเช่นนั้นหรือ.. 3 นาทีคดีดัง โดย ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สืบเสาะ พยายามถามผู้เกี่ยวข้อง และได้เดินทางไปถึงกรมราชทัณฑ์ สอบถามกับ นายณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนล่าสุด เพื่อสอบถามว่าแท้ที่จริงเป็นอย่างไร ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ยอมรับว่า การที่ "กิ่งแก้ว" โดนยิงกว่า 10 นัด แล้วไม่ตาย มันมีสาเหตุแต่ถ้าจะเอาบรรยากาศการประหารนักโทษในวันนั้นจริงๆ ทีมข่าวฯ จึงได้สืบเสาะและไปพบกับ "อดีตผู้คุมเรือนจำบางขวาง" คนหนึ่ง ซึ่งจะมาเล่าบรรยากาศการประหารในวันนั้นให้ฟัง ซึ่งเรื่องจริงกับเสียงบอกเล่าแตกต่างกันขนาดไหน ลองรับชมรับฟังกันได้เลย...

อุ้มฆ่า 6 ขวบ รีดค่าไถ่ สู่จุดจบ “กิ่งแก้ว”

เหตุฆาตกรรมหนูน้อย 6 ขวบ คือ จุดเริ่มต้นของคดีอุกฉกรรจ์ จนกลายเป็นนักโทษประหารหญิง คนที่สองของไทยในช่วงเดือนตุลาคม 2521 เกิดคดีเรียกค่าไถ่เด็กชายวัย 6 ขวบ ลูกชายเจ้าของร้านอาหารชื่อดังย่านปทุมวันคนหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในคนร้ายแก๊งลักพาตัวไม่ใช่ใครที่ไหน ได้แก่ “นางกิ่งแก้ว ลอสูงเนิน” อดีตสาวใช้มหาภัยนั่นเอง

วันหนึ่งเธอถูกไล่ออกจากร้าน ด้วยความเจ็บแค้นจึง-วางแผนร้ายด้วยการ “ลักพาตัว” ลูกชายของเจ้าของร้านไป ด้วยการทำทีไปรับตัวที่โรงเรียนอย่างที่เคยทำตอนที่ทำงาน
แค่เพียงไม่นาน ก็มีจดหมายลึกลับจ่าหน้าซองถึง “บิดา-มารดา” เด็กชายผู้เคราะห์ร้าย โดยขอค่าไถ่ 2 แสนบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนมากโข ในสมัยเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว

“ให้นำเงิน 2 แสน หิ้วขึ้นรถไฟสายกรุงเทพ-ปากช่อง เที่ยว 6 โมงเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2521 ระหว่างทาง ปากช่อง-จันทึก ทางซ้ายมือจะปักธงสีขาวไว้เป็นสัญญาณ ให้โยนเงินค่าไถ่ทิ้งไว้ตรงนั้น”แผนการร้ายแยบยลถูกวางไว้ โดยมีคำขู่ทิ้งท้ายไว้ “หากเลยกำหนดจะฆ่าเหยื่อทันที!”

พ่อเหยื่อได้ทำตามที่คนร้ายวางไว้ แต่ที่ผิดแผนคือ เขามองไม่เห็นสัญญาณธงขาวที่ว่า จึงนั่งรถไฟเลยไป จากนั้นได้พยายามย้อนกลับมาดู พร้อมขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสีคิ้ว ช่วยตามหา แต่..ทุกอย่างดูจะสายเกินไป

ต่อมา ตำรวจตามรวบ นางกิ่งแก้วได้ สิ่งที่ได้จากปากของเธอในวันนั้นคือ “ไม่สามารถนำเด็กชายมาคืนได้ เพราะได้ฆ่าทิ้งไปแล้ว”จากบันทึกโดยหนังสือพิมพ์ ระบุคำสารภาพที่ให้ไว้กับเจ้าหน้าที่ว่า เธอยอมรับว่ามีความแค้นกับนายจ้าง หลังจากถูกไล่ออก เด็กชายวัย 6 ขวบ คือ ลูกชายคนที่ 5 ของเจ้าของร้านอาหารชื่อดัง ย่านปทุมวัน

หลังจากได้ตัวเด็กแล้ว ก็พาขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี “จันทึก” จากนั้นพามาพักที่บ้านญาติ โดยมีชายโฉดร่วมขบวนการอีก 2 คนแต่เมื่อถึงเวลานัดส่งเงิน รถไฟกลับผ่านไปเฉยๆ จึงวานแผนฆ่าเหยื่อทันที
นางกิ่งแก้ว เล่านาทีสังหารไว้ว่า ช่วง 1 ทุ่มของวันที่ 17 ต.ค.21 หลังจากนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาให้หนูน้อยกิน แล้วมีไอศกรีม ข้าว และกล้วย ด้วย

“เด็กชายหลับบนตักฉันที่บนบ้าน จากนั้น นายปิ่น นายเสริม (คนที่ร่วมขบวนการ) บอกว่า ให้ฆ่าเด็กซะ ถ้าไม่ฆ่า เด็กจะเป็นพยานแล้วจะไปกันไม่รอด”


ก่อนจะลงมือ นายเสริมกับนายปิ่น ได้นำยาพิษมาให้ บอกให้กิ่งแก้วเอาให้เด็กกิน แต่กิ่งแก้วไม่ยอม “ถ้าจะให้กินขอกินเองดีกว่า”กิ่งแก้ว อุ้มเด็กชายออกไปที่บริเวณหลุมดินที่ขุดไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งห่างจากตัวบ้านประมาณ 50 เมตร โดยเป็นพื้นที่ไร่ข้าวโพดนายปิ่นเดินตามออกมา จากนั้นเอาเหล็กแหลมที่ใช้แทงปลาส่งให้กิ่งแก้ว “ฉันไม่กล้าแทง”

นายปิ่นจึงบีบบังคับให้ทำ นางกิ่งแก้วจึงหลับตาแล้วลงมือจ้วงแทงหนูน้อย 6 ขวบ ขณะที่นอนหลับอยู่บนตัก เมื่อแทงแล้วเด็กยังไม่เสียชีวิตทันทีก็ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด นายปิ่นจึงจับมือกิ่งแก้วแทงซ้ำอีกจนเสียชีวิตที่ผ่านมา นางกิ่งแก้ว เคยมีประวัติเข้าโรงพยาบาล เพราะเคยมีอาการคลุ้มคลั่ง แก้ผ้าแล้วอาละวาด ใครเข้าใกล้ไม่ได้เพราะป่วยเป็นโรคประสาทในขณะถูกคุมขังที่ สน.บางรัก นางกิ่งแก้ว พยายามฆ่าตัวตาย หลังถูกนายตำรวจคนหนึ่งกระเซ้าว่า “โทษแบบนี้ไม่พ้นถูกประหาร” เมื่อได้ยินดังนั้น จึงเกิดสติแตก แต่ก็มีคนมาห้ามปรามไว้

ที่สุดแล้ว มีรายงานว่า นางกิ่งแก้ว นายเสริม และนายปิ่น ถูกประหารชีวิตในที่สุด ในวันที่ 13 มกราคม 2522 โดยถูกประหารในเวลาไล่เรียงกัน ได้แก่ 17.40 น. นางกิ่งแก้วคือคนแรก ในเวลา 17.55 ประหารชีวิตนายเสริม เวลา 18.20 น. ประหารชีวิตนายปิ่น เพชฌฆาต คือ นายประถม เครือเพ่ง

ส่วนเรื่อง "ผีกิ่งแก้ว" ที่บอกว่าเป็นตำนานคุกบางขวางนั้น มีคำยืนยันจากผู้คุมว่า "ไม่เป็นความจริง" เพราะเขาอยู่เฝ้า เข้าเวรมาตลอด แต่ไม่เคยได้ยินเสียงร้องตามที่ลือกัน ซึ่งต้นเรื่องอาจจะมาจาก 3 ล้อ ที่ขับผ่านแถวนั้น อุปโลกน์ขึ้น เพื่อเรียกเงินค่าจ้างเท่านั้นเอง..

 ---------------------------
ที่มาไทยรัฐ
เฮี้ยนจัด! วิญญาณลูกชายเข้าฝันพ่อ บอกถูกฆ่าอำพราง ญาติขุดศพส่งผ่าพิสูจน์



เฮี้ยนจัด! วิญญาณลูกชายเข้าฝันพ่อ บอกถูกฆ่าอำพราง ญาติขุดศพส่งผ่าพิสูจน์

กรณีหนุ่มวัย 25 ปี น้อยใจคิดว่าแม่ไม่รัก หายออกบ้าน 5 วัน กระทั่งมีชาวบ้านไปเป็นศพผูกคอกับต้นยูคาลิปตัส ท้ายหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดทางครอบครัวและญาติๆพากันขุดศพผู้ตายขึ้นมาเพื่อส่งไปผ่าพิสูจน์ หลังจากที่แม่แท้ๆของผู้ตาย เห็นสภาพศพของลูกชายและไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย อีกทั้งวิญญาณของผู้ตายก็ไปเข้าฝันพ่อแท้ๆ และญาติพี่น้องอีก 4 คน โดยบอกเป็นแนวทางเดียวกันว่า ไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆาตกรรม โดยกลุ่มคนจำนวนหนึ่งและนำศพมาแขวนคอไว้เพื่ออำพรางคดี

วิญญาณลูกชายเข้าฝันพ่อ / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านสวนไม่มีเลขที่ ที่บ้านโคกสำราญ ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านของ นายราวี เจริญรัตน์ อายุ 25 ปี หนุ่มเบญเพส ที่ถูกพบเป็นศพผูกคอเสียชีวิต โดยพบกับ นางพัชรี สนิทพจน์ อายุ 51 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของผู้ตาย และเลี้ยงผู้ตายมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ



นายพัชรี เปิดเผยว่า หลังจากวันที่พบศพหลานชายเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ตอนแรกตนก็คิดว่า หลานคงน้อยใจแม่และประกอบกับฤทธิ์สุรา ทำให้ก่อเหตุสลดนี้ขึ้น แต่หลังจากนำศพลงมาแล้วทางญาติจึงนำไปฝังที่ป่าช้าบ้านโคกสำราญ ห่างจากหมู่บ้านราว 1 กม. โดยใช้ปูนก่อทำเป็นอุโมงค์ ตามประเพณีของหมู่บ้าน

แต่หลังจากฝั่งศพแล้วเสร็จภายในคืนนั้น พ่อของผู้ตายคือนายอุดร เจริญรัตน์ อายุ 48 ปี ซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเนื่องจากพ่อกับแม่ของผู้ตายแยกทางกัน ก็โทรมาหาและบอกว่าลูกชายมาเข้าฝัน บอกว่าขอให้พ่อช่วย บอกว่าลูกชายไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆ่า

จากนั้นจึงปรึกษากันกับทางแม่ของผู้ตาย ประกอบกับแม่ของผู้ตาย คือนางบุญนุช มีเสมอ ก็ไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย จึงเดินทางมาที่จ.ชลบุรี เพื่อมาดำเนินการขออนุญาตขุดศพขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย. เพื่อนำศพส่งไปผ่าพิสูจน์ ที่รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยทางรพ.บอกกับญาติว่า การผ่าพิสูจน์นั้นกว่าจะรู้ผลก็ต้องเป็นเวลาเป็นเดือน
ต่อมาคืนวันที่ 11 พ.ย. เถ้าแก่ที่ผู้ตายเคยทำงานด้วยที่จ.ขอนแก่น ก็ฝันเหมือนกันว่า ผู้ตายมาหาขอร้องให้ช่วยโดยบอกว่า เขาถูกฆ่า
ต่อมาอีกวันลูกสาวของตนซึ่งเป็นลูกพ่อลูกน้องกับผู้ตาย ซึ่งไปมีครอบครัวอยู่ที่ จ.สระแก้ว ก็ฝันเหมือนกันว่า ผู้ตายมาหาบอกว่าถูกกลุ่มคนจำนวน 5 คน รุมทำร้ายจนตาย และนำศพมาแขวนคอไว้ นอกจากนั้น ยังมีป้าของผู้ตายซึ่งอยู่ ที่บ้านภูเขาขามบ้านเดียวกันกับพ่อของผู้ตาย ก็ฝันเช่นเดียวกัน
นางพัชรี กล่าวต่อว่า หลังจากที่นำศพหลานชายลงมาจากต้นไม้ก็มีข้อผิดสังเกตหลายอย่าง คือ 1.กิ่งไม้ที่ใช้ผูกคอนั้นกิ่งเล็กมาก ถ้าผูกคอตายจริง ก่อนสิ้นใจน่าจะดิ้นทุรนทุรายอยู่บ้าง กิ่งไม้เล็กแค่นั้น คงไม่สามารถรับน้ำหนักได้คงต้องคงแน่นอน 2.การที่คนจะขาดใจตายโดยการผูกคอตายนั้น ลิ้นก็น่าจะจุกปาก แต่ศพหลานยังอยู่ในสภาพปกติ 3.ไม่มีร่องรอยการดิ้นทุรนทุรายก่อนสิ้นใจเลย ทั้งๆ ที่เท้าทั้ง 2 ข้างของผู้ตายก็ยืนอยู่บนพื้นดินไม่ได้ลอยแต่อย่างใด 4.รองเท้าและเสื้อที่ผู้ตายสวมใส่ก็ถูกถอดวางไว้อย่างเป็นระเบียบข้างๆ กับศพ ซึ่งค่อนข้างผิดวิสัยของคนที่จะฆ่าตัวตาย


“ส่วนตัวเชื่อ 100% ว่าหลานชายถูกฆาตกรรมแน่นอน จึงอยากขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ ขอให้ช่วยตามความคืบหน้าให้ด้วย เพราะครอบครัวเป็นชาวบ้านธรรมดา มีฐานะยากจน จึงเกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า” นางพัชรี กล่าว
ด้าน นายบุญเรือง ตาทอง อายุ 54 ปี ตำแหน่งสารวัตรกำนัน ม.4 ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าผู้ตายจะฆ่าตัวตาย เพราะมีหลายส่วนที่ผิดสังเกต เช่นที่บริเวณใบหน้าของผู้ตายมีร่องรอยเหมือนถูกตียุบลงบริเวณดั่งจมูก มีบาดแผลบริเวณริมฝีปากคล้ายๆปากแตก และมีชาวบ้านที่เห็นศพบอกว่าฟันหน้าของผู้ตายก็หายไป 2-3 ซี่ ทั้งๆ ที่ก่อนตายก็มีฟันครบ เพราะก่อนวันที่จะหายตัวไป ผู้ตายยังมาพูดคุยกันกับตนตามประสาคนรู้จัก และผู้ตายก็เคารพตน เหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
นายโกสิน สนิทพจน์ อายุ 21 ปี น้องชายผู้ตาย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าพี่ชายจะฆ่าตัวตาย เพราะผู้ตายเป็นคนร่าเริง รักสนุก มีเพื่อนฝูงเยอะ ถึงจะชอบดื่มเหล้าแต่ก็ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตาย และที่น่าสงสัยที่ครอบครัวสงสัยกัน



อีกข้อก็คือหลังจากที่ผู้ตายหายตัวไป มีเพื่อนของผู้ตายมาตามหาที่บ้าน แม่จึงบอกว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน 2 วันที่ ตอนนี้ทางบ้านก็เป็นห่วง ขอให้เพื่อนคนนี้ช่วยตามหาด้วย เพื่อนของผู้ตายก็รับปากบอกว่าจะช่วยหา กระทั่งก่อนวันที่พบศพพี่ชาย 1 วัน กลุ่มเพื่อนๆ ของพี่ชายก็ถูกตำรวจจับในคดียาเสพติด จากนั้นในวันรุ่งขึ้นก็มีคนไปพบศพพี่ชาย
---------------------------
ที่มาข่าสด