ด่วน!! ผู้เข้ารับการฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูยาเสพติด ชาย 5 คน เรือนจำยโสธร หลบหนีที่ปตท.ดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด



ด่วน!! ผู้เข้ารับการฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูยาเสพติด ชาย 5 คน เรือนจำยโสธร หลบหนีที่ปตท.ดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

วันที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลาประมาณ 11.15 น. ได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยโสธร ว่า ผู้เข้ารับการฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูยาเสพติด ขณะนำส่งจากจังหวัดยโสธรไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ได้หลบหนีจากการควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยโสธร หลบหนีที่บริเวณปั้มน้ำมัน ปตท.ดอกไม้ ต.ดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 5 ราย คือ







ฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่ตำรวจและ พนักงานคุมประพฤติจังหวัดยโสธร กำลังติดตามจับกุมตัว และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ แจ้งเบาะแส โทร. 043 581 635 หรือโทร. 191 สถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ทราบว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยโสธร นำผู้ต้องหา 10 คน ขึ้นรถตู้เพื่อส่งไปคุมประพฤติและฝึกวิชาชีพ ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูยาเสพติด ที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งขณะรถวิ่งไปถึงที่เกิดเหตุก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี

เจ้าหน้าที่จึงลงจากรถตู้ไปซื้อข้าวกลางวันให้กับผู้ต้องหาทั้งหมด เมื่อเปิดประตูรถเพื่อเอาอาหารให้ ผู้ต้องหากลับใช้กำลังดันประตูรถตู้แล้วกรูกันออกมา ต่างฝ่ายต่างฉุดกระชากกัน แต่เจ้าหน้าที่มีเพียง 2 คนจึงสู้แรงกลุ่มผู้ต้องหาไม่ไหว ถูกผลักล้มลงกับพื้น แล้วผู้ต้องหาก็พากันหลบหนีไปได้ 5 คน
ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน นายบุญยัง เนื้อนวล ก็ถูกจับกุมไว้ได้ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าดอนป่าเป้า ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม.





ข้อมูลเว็บ  https://www.jangkhao.com/2430
นักแสดงตัวประกอบขับรถเที่ยวสัมผัสความหนาวที่เชียงใหม่ ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่หัวค่ำ แต่ฝืนทนขับรถทั้งที่ง่วง วูบหลับในรถชนเสาไฟ-คว่ำล้อชี้ฟ้า หวิดดับยกครัว


นักแสดงตัวประกอบขับรถเที่ยวสัมผัสความหนาวที่เชียงใหม่ ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่หัวค่ำ แต่ฝืนทนขับรถทั้งที่ง่วง วูบหลับในรถชนเสาไฟ-คว่ำล้อชี้ฟ้า หวิดดับยกครัว

(7 ธ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.อ.รุ่งเรืองชัย อุปกาละ พนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยห้างฉัตรแม่ตาล กู้ภัยเมืองยาวลำปาง และรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลห้างฉัตร ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย หลังได้จากรับแจ้งอุบัติเหตุรถปิกอัพเสียหลักพลิกคว่ำ เสียหลักชนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ลำปาง-เชียงใหม่


โดยจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 473 ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พบรถกระบะ 4 ประตู สีขาว จอดอยู่ในสภาพพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า ข้าวของเครื่องใช้หล่นกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ และยังพบว่าตัวรถได้ชนกระแทกกับเสาไฟส่องสว่างที่เกาะกลางถนน บริเวณตรงจุดกลับ เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บ ที่พบว่านอนเกลื่อนอยู่ข้างถนน ก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลห้างฉัตรทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถปิกอัพคันดังกล่าวอยู่ระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ โดยมี นายอัครเดชา เสถียรรุ่งโรจน์ อายุ 40 ปี นักแสดงตัวประกอบจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นผู้ขับขี่ โดยขับรถออกจากย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (6 ธ.ค.) เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวเย็น โดยเดินทางมากันทั้ง 5 คน


แต่ระหว่างที่เดินทางมาถึง จ.ลำปาง นายอัครเดช พยายามฝืนขับรถต่อไป ทั้งที่มีอาการง่วงนอน แม้ว่าจะหยุดแวะจอดพักงีบหลับไปครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เพราะอยากจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ที่เหลืออีกประมาณ 90 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้คนขับเกิดอาการหลับใน ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟส่องสว่างและพลิกคว่ำหงายท้องในที่สุด


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 คน นำส่งโรงพยาบาลห้างฉัตรเป็นการด่วนแล้ว ขณะที่ลูกชาย วัย 14 ปี เปิดเผยว่า พ่อเป็นดาราตัวประกอบในภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง หวังจะพามาเที่ยวเชียงใหม่ แต่พ่อมีอาการง่วงและเพลียแทบจะตลอดทาง กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นในครั้งนี้
------------------------------
ที่มาข่าวสนุก
ย่างสด หนุ่มวัย 32 ปีที่ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ บ่นว่าอากาศหนาวจัดจนนอนไม่หลับ ออกมาก่อไฟผิงคลายหนาว พี่ชายมาพบอีกทีพบว่าล้มฟุบคากองเพลิง ร่างไหม้เกรียมไปทั้งตัว


ย่างสด หนุ่มวัย 32 ปีที่ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ บ่นว่าอากาศหนาวจัดจนนอนไม่หลับ ออกม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ธ.ค.) พ.ต.ต.สมโชค ภูศรีเทศ สว.(สอบสวน) สภ.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตคากองเพลิง สภาพไหม้เกรียม ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านสองชั้น ตั้งอยู่หมู่ 1 ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ พบศพชายไทย สภาพไหม้เกรียม ถูกลากมาไว้บนพื้นปูนหน้าบ้าน ทราบชื่อต่อมา คือ นายวัชพล อายุ 32 ปี พบถูกไฟไหม้ตั้งแต่เหนือหัวเข่าจนถึงศีรษะเสียชีวิตคาที่ห่างกันเล็กน้อย พบร่องรอยของกองไฟ มีเศษไม้ถูกไฟไหม้คงเหลือแต่เถ้าถ่าน ตรวจสอบโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือ ถูกทำร้าย สาเหตุ คาดเกิดจากโรคประจำกำเริบ ทำให้วูบล้มใส่กองไฟที่กำลังผิงคลายหนาว จนถูกไฟคลอกเสียชีวิตเพียงลำพัง


จากการสอบถาม นายอำพล อายุ 38 ปี พี่ชายผู้ตาย อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะที่นอนพักผ่อนกันอยู่ในบ้าน ช่วงประมาณ ตี 4-5 ผู้ตายบ่นว่าอากาศหนาวเย็นมาก จนนอนไม่หลับ จึงใช้ผ้าห่มคลุมกาย ลุกออกจากห้องมาก่อไฟผิงคลายหนาวเพียงลำพัง



พอผ่านมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ตนรู้สึกผิดสังเกตเพราะเห็นแสงไฟลุกแรงผิดปกติ จึงเดินออกมาดู ก็เห็นร่างน้องชายท่อนบนฟุบคากองไฟ และถูกไฟโหมลุกไหม้ตนจึงรีบคว้าข้อเท้าดึงออกมาจากกองเพลิง แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ทัน เนื่องจากถูกไฟไหม้จนเกรียม เสียชีวิตคาที่ จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น ก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุการตาย เพราะน้องชายมีโรคประจำตัว คาดคงเกิดอาการวูบขณะนั่งผิงไฟ
---------------------------------
ที่มาข่าวสนุก

รถทัวร์พานักเรียนโรงเรียนดังศรีสะเกษไปทัศนศึกษา เกิดพลิกคว่ำชนเสาไฟ-พุ่งลงข้างทาง ไปไม่ถึงเขื่อนสิรินธร บาดเจ็บ 38 คน โชเฟอร์สารภาพเกิดหลับใน


รถทัวร์พานักเรียนโรงเรียนดังศรีสะเกษไปทัศนศึกษา เกิดพลิกคว่ำชนเสาไฟ-พุ่งลงข้างทาง ไปไม่ถึงเขื่อนสิรินธร บาดเจ็บ 38 คน โชเฟอร์สารภาพเกิดหลับใน



(6 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.ธวัชชัย สำราญสุข สารวัตรสอบสวน สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ 2 ชั้น พลิกคว่ำ เกิดเหตุบริเวณถนนสถิตย์นิมานกาล ทางหลวงหมายเลข 217 (สวนป่าบ้านสนามชัย) ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พรศักดิ์ เหลือนาค รอง ผกก.สส.สภ.พิบูลมังสาหาร
 

      จุดเกิดเหตุพบรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทาง แบบ 2 ชั้น ซึ่งเป็นคณะนำนักเรียนและครูจากโรงเรียนสตรีสิริเกศ อ.เมืองจ.ศรีสะเกษ ที่เดินทางไปทัศนศึกษา เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 10 คน ได้รับบาดเจ็บปานกลาง 28 คน รวม 38 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งตัวไปที่โรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนรินทร์ อายุ 61 ปี โชเฟอร์ประจำรถคันที่เกิดเหตุ ได้ให้การว่า คณะครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ จ.ศรีสะเกษ ได้ไปทัศนศึกษาที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีคณะครูและนักเรียนเดินทางมากับรถโดยสาร 2 ชั้น แบบไม่ประจำทาง โดยจ้างมาทั้งหมด 3 คัน เดินทางมุ่งหน้าไปทัศนศึกษาที่เขื่อนสิรินธร โดยวิ่งตามกันมาเป็นขบวนแต่เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ตอนเวลาประมาณ 08.30 น. นายนรินทร์ ยอมรับว่าตัวเองมีอาการหลับในกลางทาง กว่าจะรู้สึกตัวก็พบว่ารถเสียหลักและพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ก่อนตัวรถจะเกิดพลิกคว่ำ เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
-----------------------
ที่มาข่าวสนุก
หยุดนี้หนาวกว่าเดิม! กรมอุตุฯ เตือนพรุ่งนี้กทม.เหลือ 13 องศา เหนือ-อีสานลดอีก 8 องศา


หยุดนี้หนาวกว่าเดิม! กรมอุตุฯ เตือนพรุ่งนี้กทม.เหลือ 13 องศา เหนือ-อีสานลดอีก 8 องศา


กรมอุตุฯ / กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ”อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)” ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562

ระบุว่า ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส
บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.

กองทัพรับไม่ได้ สั่งสอบข้อเท็จจริง สาวโพสต์หยามพลทหารรับใช้!


กองทัพรับไม่ได้ สั่งสอบข้อเท็จจริง สาวโพสต์หยามพลทหารรับใช้!

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพการเหยียดหยามและนำพลทหารไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ทหารใหม่มาทำดี เอาหน้าไม่รู้เวลา ฉันจะออกไปข้างนอก โดนด่าไปอีก 3 คน ให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลยนะ!! 555” ทำให้โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า ถือเป็นการกระทำส่วนบุคคล ที่สังคมต้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งที่มา และวัตถุประสงค์ของผู้เผยแพร่ ว่าเกิดขึ้นเมื่อไรและมีวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นเรื่องเหยียดหยามเกียรติภูมิทหารที่กองทัพก็ไม่สามารถยอมรับได้ โดยกำลังติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานกันไป และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย




 พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า การทำงานของทุกเหล่าทัพในภาพรวม มีการแบ่งมอบงานและหน้าที่กันชัดเจนในหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานกำลังรบ หน่วยงานสนับสนุนการรบ หน่วยงานสนับสนุนการช่วยรบ ซึ่งมีงานด้านธุรการที่เกี่ยวข้องในทุกหน่วยงาน โดยมีนายทหาร นายสิบและพลทหาร จากฝ่ายธุรการร่วมกันทำหน้าที่  ซึ่งตำแหน่ง “พลทหารบริการ” ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานตามภารกิจดังกล่าว   ดังนั้น การทำหน้าที่ของทหารหมุนเวียนกัน ดูแลพื้นที่ภายในหน่วยและช่วยเหลือกันเองด้านธุรการ จึงถือเป็นหน้าที่ของทหารทุกระดับ

“ขอยืนยันว่า กระทรวงกลาโหม คำนึงถึงเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของทหารในทุกระดับ และไม่มีนโยบายให้นำ “พลทหารบริการ” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการใช้งานทหารบ้านนอกค่ายทหาร  ซึ่งอาจมีบ้างเป็นการชั่วคราวด้วยความสมัครใจของทหาร  ทั้งนี้หากมีบุคคลใดใช้พลทหารผิดไปจากวัตถุประสงค์ และมีการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องมีผู้รับผิดชอบและถือเป็นความผิดส่วนบุคคลทั้งทางวินัยและอาญาตามมูลฐานความผิด”โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว  
---------------------
ที่มาข่าวสด
ภาพสะเทือนใจ เผาแล้วเหยื่อฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก ตั้งเรียง 3 ศพบนเชิงตะกอน



ภาพสะเทือนใจ เผาแล้วเหยื่อฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก ตั้งเรียง 3 ศพบนเชิงตะกอน

วานนี้ (4 ธ.ค.62) ที่สุสานวัดดงหนองเป็ด ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย บรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านของ นายอุดม กิมสี อายุ 57 ปี พนักงานเทศบาล ต.บ้านดู่ ฝ่ายจัดเก็บรายของกองคลังของเทศบาล ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งถูก นายนวราธร อายุ 27 ปี  ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตพร้อมกับ นางณัชชา กิมสี อายุ 51 ปี ภรรยาและ น.ส.เสาวรส กิมสี หรือ น้องแป้ง อายุ 29 ปี เสียชีวิตรวม 3 ศพ ภายในบ้าน หมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย



โดยมีผู้ไปพบศพในวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ร่วมทำพิธีทางศาสนาให้นายอุดมและครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายศพไปทำการเผาตามประเพณีของชาวล้านนาพร้อมกันทั้ง 3 ศพ หลังจากที่ได้รับศพจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์และมาทำบำเพ็ญกุศลในคืนวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมาเพียงคืนเดียว
 
โดยการฌาปนกิจศพมีนายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เดินทางมาเป็นประธาน มีข้าราชการหลายหน่วยงานโดยเฉพาะในเทศบาลตำบลบ้านดู่  ประชาชน ตลอดจนเพื่อนๆของ น.ส.เสาวรส เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าต่างพากันร้องให้ปริ่มจะขาดใจโดยเฉพาะเพื่อนของ น.ส.เสาวรส ที่เกาะโลงร้องไห้ต่อการจากไปของเพื่อนสาวที่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

นางดารา อายุ 46 ปี น้องสาวของนางณัชชาหนึ่งในผู้เสียชีวิตกล่าวว่าตนและญาติๆ รู้สึกเสียใจต่อการจากไปของนางณัชชาและครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะทั้งหมดเป็นดีแต่ถูกคนใจอำมหิตฆ่าได้ลงคอ ซึ่งแค่เรื่องหึงหวงชู้สาวก็ไม่น่าจะฆ่ากันทั้งครอบครัวแบบนี้  ซึ่งทางญาติไม่ขออโหสิกรรมให้กับทางผู้ก่อเหตุครั้งนี้ และอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ลงโทษให้ถึงที่สุด เป็นไปได้ก็อยากให้ประหารชีวิตไปเลย หากเปรียบแล้วหนึ่งชีวิตก็คงไม่เท่ากับ 3 ชีวิตที่ต้องสูญเสียไป

ทางด้าน นายนวราธร อายุ 27 ปี ผู้ต้องที่ก่อคดีในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านดู่ได้ควบคุมตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมและทำการบันทึกการให้การทั้งไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นยังตั้งข้อไว้เพียง 1 ข้อหาคือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และในช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้มีการนำตัวส่งไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงรายเป้นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินดคีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นทางตำรวจได้คัดค้านไม่ให้มีการประกันตัวเนื่องจากเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีหรืออาจไปก่อเหตุซ้ำอีกได้



รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าในช่วงเช้าก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจศพ ได้มีตัวแทนของฝ่ายผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาไหว้ขอขมาศพทั้ง 3 คน แทนผู้ต้องหาที่ยังถูกกักขังอยู่ พร้อมมอบเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือในการทำพิธีบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ด้วย
----------------------------
ที่มาข่าวสนุก
ด่วนสั่งเด้ง ตำรวจทางหลวงหาดใหญ่ หลังชาวเน็ตจับโป๊ะกรีดยางรถประชาชน

ด่วนสั่งเด้ง ตำรวจทางหลวงหาดใหญ่ หลังชาวเน็ตจับโป๊ะกรีดยางรถประชาชน


จากกรณีคลิปเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์บ้านเรา กับการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ที่ตั้งด่านตรวจจับรถกระบะคอกบรรทุกพริกคันหนึ่ง มีการยึดกุญเเจรถ ปะทะคารมณ์กันเดือดระหว่างคนขับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย มีเสียงดังสนั่นมาจากรถกระบะ เเละเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บวิ่งมาอย่างสะบักสะบอม ทำให้ประชาชนอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันเเน่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

โดยทางเพจ เกรียงไกร ไทยอ่อน ได้เผยคลิปไลฟ์สดเหตุการณ์จากผู้ใช้เฟซบุ๊ค พรศักดิ์ ศัก   เดือด!!! เสียงดังระเบิดตูม ยิงยางรถหรือป่าว ซวยแน่ตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ถนน เพชรเกษม รัตภูมิ อำเภอรัตภูมิ จ. สงขลา เดินวนๆๆจนได้เรื่อง ซึ่งรถกระบะคอกขนของได้โดนด่านตำรวจเรียก ซึ่งคนขับก็ได้ลงจากรถมาพบเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง มีการท้าทายให้ถ่ายคลิป ยืนตรงให้ประชาชนถ่ายรูปชัดๆกันเลย  มีการยึดกุญเเจรถอีกด้วย จากนั้นคนขับได้เดินไปยังบริเวณป้อมตำรวจ ซึ่งก็มีการพูดเจรจากันระหว่าง คนขับกระบะกับเจ้าหน้าที่ 

 

ขณะที่อยู่บริเวณป้อมตำรวจทางหลวงนั้น อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงระเบิดตู้ม เสียงดังสนั่น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายที่เรียกจับกระบะ จะวิ่งมาด้วยความเจ็บปวด มีอาการบาดเจ็บบางอย่างบริเวณท้อง เสื้อผ้าชุดตำรวจขาด ซึ่งเมื่อผู้ถ่ายคลิปรีบวิ่งไปดูที่รถตัวเองเเล้ว ก็พบว่ายางหลังซ้ายเกิดระเบิด มีรอยฉีกเเนวยาวที่เเก้มยางด้านบนติดกับซุ้มล้อ ในคลิปเห็นได้ว่ามีเศษใบสั่งปลิวเกลื่ยน เเละมีหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วงหล่นอยู่ที่ล้อหลังอีกด้วย  ทำให้ทางเพจเกรียงไกร ไทยอ่อน  สันนิษฐานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกรีดที่ยางจนเกิดการระเบิดขึ้น  คนขับกระบะก็ไม่พอใจ เพราะทำให้เสียทรัพย์คือยางรถและสินค้าในรถอีก300,000กว่าบาท

 

 หลังคลิปเผยเเพร่ลงไปในโลกออนไลน์ได้มีชาวเน็ต ต่างเข้ามาวิจารณ์จับผิดการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งพบว่า ที่เสื้อกั๊กของตำรวจทางหลวงได้มีคัตเตอร์เหล็กเหน็บไว้อยู่ รวมทั้งจากเศษใบสั่งที่ขาดกระจุยปลิวว่อนเกลื่อนถนน รวมทั้งหมวกตำรวจที่ร่วงเเละเสื้อผ้าที่ขาด น่าจะเกิดจากการที่ตำรวจนายนี้ไปกรีดจนยางเกิดระเบิด

 อย่างไรก็ตามล่าสุดนั้น เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.62  สถานีตำรวจทางหลวงหาดใหญ่ ได้ชี้เเจงว่า กระบะยางระเบิดเป็นเพราะอุบัติเหตุบริเวณด่านตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในส่วนของรถนั้น ทางตำรวจก็ได้เปลี่ยนยางให้เเล้ว การระเบิดอาจจะเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อาทิ ยางหมดสภาพ บรรทุกเกิดอัตรา จะมีการสอบสวนต่อไป


ต่อมา ในเพจ เกรียงไกร ไทยอ่อน โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า ผีกรีดยาง ตูมเดียว ซวยเลยมึง โดย ระบุว่า ทำไมต้องทำขนาดนั้น เวรกรรมมันตามทัน ไม่มีใครเขาทำแบบนั้น เป็นไงหล่ะมันก็กระแทกหน้าอกมึงไง ให้เสียงบรรยายโดยอดีตอัยการ ธนกร โพธิดารา

 ------------------------------

ที่มาข่าว ทีนิวส์/ เพจเกรียงไกรไทยอ่อน

เริ่มจ่ายแล้ว! 6 ธ.ค.นี้ รัฐบาลอนุมัติค่าเก็บเกี่ยวข้าว 500 ต่อ ไร่ (รายละเอียด)

เริ่มจ่ายแล้ว! 6 ธ.ค.นี้ รัฐบาลอนุมัติค่าเก็บเกี่ยวข้าว 500 ต่อ ไร่ (รายละเอียด)

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาเพจพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความว่า สิ้นสุดการรอคอย รัฐบาลเคาะจ่ายค่าเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว โดยการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวเฉพาะเกษตรกรรายย่อย อัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับ มาตรการดังกล่าว จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกຮຮมการนโยบายข้าว ที่รัฐฯเป็นประธานอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินผ่านธกส.ถึงมือชาวนาได้ตั้งแต่วันที่ 6 ธค 62 ถึง 30 กย 63


นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการโดยสนับสนุนต้นทุนการผลิต ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการจ่ายเงินให้เกษตรกรจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2563 เนื่องจากมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรมากกว่าที่คาดการณ์

สำหรับเงินช่วยเหลือนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนที่นา ของชาวนาที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ สมมตุิว่ามี 10 ไร่ ก็ได้ 5,000 บาท ตามจำนวนที่ขึ้นทะเบียนไว้จริง แต่ไม่เกิน 20 ไร่

----------------------------
ข่าวทีนิวส์
ลูกทรพีฆ่าแม่! ชะแลงงัดเข้าบ้านงื้อมีดฟันแทงยับนับ 10 แผล ขณะนอนกอดหลาน 2 คน



ลูกทรพีฆ่าแม่! ชะแลงงัดเข้าบ้านงื้อมีดฟันแทงยับนับ 10 แผล ขณะนอนกอดหลาน 2 คน


วันที่ 5 ธ.ค. ร.ต.อ.อสีสุข แจ้งโทน รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ภูเรือ จ.เลย รับแจ้งเกิดเหตุลูกชายใช้มีดทำร้ายแม่จนเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย จึงประสานแพทย์ ร.พ.ภูเรือ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.อ.อุทัย โคตรมณี รองสวป. ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัย



ที่เกิดเหตุพบศพนางบัวไข อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนชั้น 2 สภาพศพนอนคว่ำหน้ามีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าบริเวณท้ายทอยและศีรษะซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ โดยพบมีดเล่มยาวซุกซ่อนอยู่บริเวณหลังตู้เสื้อผ้า
ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายผู้ตาย อายุ 38 ปี หลังก่อเหตุวิ่งหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้ไม่ไกลบ้านพัก สภาพคล้ายคนเมายาเสพติด พูดจาไม่รู้เรื่อง

สอบสวนญาติให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายนอนอยู่กับหลาน 2 คนบนชั้น 2 ลูกชายได้ใช้ชะแลงงัดเข้ามาในบ้าน จากนั้นใช้มีดเล่มยาวฟันจนเสียชีวิต สาเหตุน่าจะมีอาการจากยาเสพติด เนื่องจากผู้เป็นแม่อยากให้ลูกเลิกเสพยา จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งร.พ. แล้วควบคุมตัวลูกชายไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

---------------------------
ที่มาข่าวสด
จีนยังสูญหาย 3 ชีวิต ถนนทรุดตัวเป็นหลุม ดูดกลืนทั้งรถ-คน


จีนยังสูญหาย 3 ชีวิต ถนนทรุดตัวเป็นหลุม ดูดกลืนทั้งรถ-คน 



จีนยังสูญหาย 3 ชีวิตเอเชียไวร์ เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุถนนทรุดตัวและเป็นหลุมลึกขนาดกว้าง 30 เมตร ที่นครกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ส่งผลให้รถบรรทุกกวาดถนนและสกูตเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังวิ่งบนถนนพลักตกลงไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนเดินผ่านไปมา


 

เหตุเกิดตรงสี่แยกถนนกวางโจวกับถนนโยตงราว 09.30 น. เวลาท้องถิ่นของวันที่ 1 ธ.ค. มีผู้สูญหาย 3 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่าพันนายปฏิบัติการค้นหามากกว่า 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีท่อน้ำประปาหลักในหลุมลึก



ขณะที่หลุมลึกเองเต็มไปด้วยน้ำโคลนไม่กี่นาทีหลังเกิดเหตุ คาดว่าผู้สูญหายทั้งสามถูกฝังใต้โคลนใต้ดิน รัฐบาลท้องถิ่นออกคำสั่งปิดระบบน้ำประปาและอพยพร้านค้าในละแวกใกล้เคียง

รายงานระบุว่า จำนวนผู้สูญหาย 2 คน อยู่ในรถบรรทุกทำความสะอาดถนน คนขับเป็นชาย อายุ 51 ปี และลูกชายวัย 26 ปี ซึ่งเพิ่งแต่งงานและมีลูกวัยเพียง 1 เดือน
 
นางหยู ผู้เป็นภรรยาของสามีวัย 26 ปี บอกกับ เป่ย์จิงเดลี ว่า เธอเคยไปนั่งรถบรรทุกทำความสะอาดถนนไปกับพ่อสามีตอนออกไปทำงาน แต่ตอนที่เธอตั้งครรภ์ สามีออกไปทำงานแทนเธอ

“ดิฉันสอบถามความคืบหน้าในการค้นหา และได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่จะเริ่มถมพื้นที่ของถนนที่ยุบตัวเพื่อไม่ให้หลุมลึกขยายออกไปอีก” นางหยูกล่าว

--------------------------------------
ภาพ – เอเชียไวร์
หนุ่มซิ่งฟอร์จูนเนอร์มาอย่างแรงหลุดโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 2 ท่อน และตู้โทรศัพท์สาธารณะก่อนจะสิ้นฤทธิ์ไปเกยรถเก๋งที่จอดอยู่ข้างทาง โชเฟอร์เจ็บเล็กน้อย

หนุ่มซิ่งฟอร์จูนเนอร์มาอย่างแรงหลุดโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 2 ท่อน และตู้โทรศัพท์สาธารณะก่อนจะสิ้นฤทธิ์ไปเกยรถเก๋งที่จอดอยู่ข้างทาง โชเฟอร์เจ็บเล็กน้อย


เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 5 ธ.ค.62 พ.ต.ท.มงคล ศิริเวช สว.(สอบสวน) สภ.แสนสุข ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนเสาไฟฟ้าบนถนนลงหาดบางแสน ซอย 2 ช่วงทางโค้งแยกรังเร ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยกู้ภัยไตรคุณธรรม พบรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขย 6060 ชลบุรี สภาพรถทั้งคันขึ้นเกยอยู่บนรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กว 782 ชลบุรี ที่จอดอยู่ข้างทาง เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก ตู้โทรศัพท์สาธารณะพังยับเยิน บนถนนมีรอยหลุดโค้งมาชัดเจน พบร่างนายณัฐพงศ์ สิทธิสาร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 / 27 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี คนขับรถฟอร์จูนเนอร์ ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก สอบถามถึงสาเหตุกลับไม่ตอบ แต่ดูอาการคล้ายมึนเมาหรือมึนเพราะโดนรถเหวี่ยงไม่ทราบได้
สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า รถฟอร์จูนเนอร์ขับมาด้วยความเร็วมาก หลุดโค้งเพิ่งชนเสาไฟฟ้ารถสะบัดไปชนตู้โทรศัพท์สาธารณะแล้วรถพุ่งเกยบนรถเก๋งที่จอดอยู่ข้างทาง โดยที่ยังไม่ทราบเจ้าของรถเป็นใคร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอสอบสวนนายณัฐพงศ์ คนขับรถฟอร์จูนเนอร์อีกครั้ง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

-----------------------------
ที่มาข่าวไทยรัฐ