10 วิธีป้องกันตัวเองให้รอดจาก "ไวรัสโคโรน่า"



10 วิธีป้องกันตัวเองให้รอดจาก "ไวรัสโคโรน่า"

หลังจากพบผู้ป่วยปอดอักเสบ จากไวรัสโคโรน่า เมื่อวันสิ้นปี 2562 จนถึงนาทีนี้ ยังพบการระบาดไม่หยุด และแนวโน้มรุนแรงขึ้นมี 10 ข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลก และกรมควบคุมโรค ที่ทำได้ไม่ยุ่งยาก

1.ถ้ามีแผนไปประเทศที่โรคระบาดอยู่ ถ้าไม่จำเป็น ให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน
2.หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ ตลาดค้าสัตว์ หรือสินค้าจากสัตว์ เพราะการพบผู้ติดเชื้อกลุ่มแรก มาจากสัตว์สู่คน ที่ตลาดค้าอาหารทะเล และค้าสัตว์ที่เมืองอู่ฮั่น
3.ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่คนหนาแน่น
4.ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอาการทางเดินหายใจ หรือมีอาการเป็นหวัด
5.หากกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง ถ้าเริ่ม มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
6.โทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 เพื่อให้รถจากสถานพยาบาลมารับทันที
7.อยู่ห่างจากคนที่ไอหรือจาม 180 เซนติเมตร เพื่อให้พ้นจากรัศมีน้ำลาย และน้ำมูกที่จะกระจายออกมา
8.ล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ อย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์
9.กินร้อน ช้อนกลาง อาหารปรุงสุก พักผ่อนให้เพียงพอ
10.แม้จะเป็นข้อสุดท้าย แต่สำคัญมาก คือสวมหน้ากากอนามัยในที่ชุมชนคนหนาแน่นไว้ก่อน
ที่ต้องเน้นดูแลตัวเอง เพราะไวรัสโคโรน่า มีรุ่นพี่มา 2 รุ่นแล้วก่อนหน้านี้ จากข้อมูลของ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สรุปได้ว่า เมื่อปี 2545-2546 ไวรัสโคโรน่า "ซาร์" ที่ข้ามสปีชีส์จากค้างคาวผ่านชะมด มาติดถึงคน เริ่มระบาดจากประเทศจีน ไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 ราย เสียชีวิต 10% มาในปี 2555-2557 ไวรัสโคโรน่า "เมอร์ส" ข้ามสปีชีส์จากค้างคาวผ่านอูฐมาติดถึงคน เริ่มจากผู้ป่วยในประเทศซาอุดีอาระเบีย มีผู้ติดเชื้อรวม 1,733 ราย เสียชีวิต 36%



รู้ที่มาที่ไปแล้วว่าไม่ธรรมดา และวิธีป้องกันตัวเอง โอกาสเสี่ยงก็ลดลง ส่วนใครมองว่าไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นแค่หวัด ก็ช่างเขา เพราะสุขภาพเป็นของเรา ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุดไว้ก่อน

-----------------------
ที่มา สารธารณสุข

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต้นตอโรคปอดอักเสบอู่ฮั่น ที่แพร่จากคนสู่คนได้

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต้นตอโรคปอดอักเสบอู่ฮั่น ที่แพร่จากคนสู่คนได้

เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง เมื่อมีข่าวโรคปอดบวมปริศนาแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของประเทศจีน มาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2562 ภายหลังจึงพบว่า ต้นตอของโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบปริศนา เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และในตอนนั้นมีคำยืนยันว่า โรคนี้ไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน สถานการณ์การระบาดในช่วงแรกจึงดูไม่น่าวิตกอะไร
 
          แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน กลับมีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และผู้มีเสียชีวิต ขณะเดียวกันก็พบผู้ป่วยในอีกหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย พร้อมกับรายงานใหม่จากทางการจีนที่ระบุว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ นั่นจึงทำให้เราต้องหันกลับมาสนใจและรู้ให้เท่าทันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
 

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 คืออะไร

          จริง ๆ แล้ว ไวรัสโคโรนา เป็นไวรัสชนิดหนึ่งในตระกูลโคโรนาที่พบมานานกว่า 50-60 ปีแล้ว มีลักษณะคล้ายมงกุฎ จึงตั้งชื่อว่า "โคโรนา" ที่แปลว่า มงกุฎ สามารถก่อให้เกิดโรคได้ทั้งในสัตว์และมนุษย์ ซึ่งในมนุษย์จะก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบเพียง 6 สายพันธุ์ย่อย ที่ทำให้เกิดการระบาดในมนุษย์ ในจำนวนนี้มีอยู่ 2 สายพันธุ์ที่เป็นการติดเชื้อจากสัตว์มาสู่คน ทำให้มีอาการรุนแรง นั่นคือ "โรคซาร์ส" (SARS - Severe Acute Respiratory Syndrome) หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง ที่ระบาดในฮ่องกง เมื่อปี 2002 และ "ไวรัสเมอร์ส" (MERS: Middle East respiratory syndrome) หรือโรคทางเดินหายใจอักเสบตะวันออกกลาง เมื่อปี 2012 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากมาแล้ว ส่วนอีก 4 สายพันธุ์ แค่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่ก่ออันตรายเท่าสายพันธุ์อื่น ๆ

          แต่ไวรัสโคโรนาที่เป็นต้นเหตุของโรคปอดบวมในเมืองอู่ฮั่นนั้น เป็นสายพันธุ์ย่อยที่ 7 ซึ่งยังไม่เคยพบการระบาดมาก่อน จึงเรียกชื่อว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) หรือ Novel coronavirus 2019

ไวรัสโคโรนา
ภาพจาก AFP PHOTO / BRITISH HEALTH PROTECTION AGENCY

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มาจากไหน

          สำหรับต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ 7 นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าต้องมีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์ชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างเช่นโรคเมอร์สที่มีอูฐเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่มนุษย์ โดยจากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ส่วนใหญ่มีประวัติสัมผัสอาหารทะเลที่ตลาดค้าอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่น จึงคาดว่าตลาดแห่งนี้อาจเป็นต้นกำเนิดของโรคดังกล่าว และทางการได้สั่งปิดตลาดนี้แล้ว

          อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ไม่ได้ขายสัตว์ทะเลอย่างเดียว แต่ยังขายสัตว์ปีก นก ไก่ฟ้า งู กระต่าย รวมไปถึงสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ อีกมาก จึงยังไม่ทราบว่า ต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) มาจากสัตว์ชนิดใดกันแน่ แต่นักวิจัยหลายหน่วยงานในประเทศจีน พบว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อยู่ในตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส คือ HKU9-1 ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ในค้างคาวชนิดกินผลไม้ จึงตั้งสมมติฐานว่า ค้างคาวอาจเป็นพาหะของไวรัส และอาจมีตัวกลางไม่ทราบชนิดเป็นตัวแพร่เชื้อจากค้างคาวไปสู่คน

          
ทั้งนี้ มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Medical Virology พบว่า พันธุกรรมของ 2019-nCoV มีความใกล้เคียงกับงูมากที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสโคโรนา น่าจะส่งผ่านจากค้าวคาวมาสู่งู ก่อนที่จะส่งผ่านเชื้อจากงูเข้าสู่มนุษย์ จนเกิดการระบาดของโรคขึ้น แต่นักวิจัยยังไม่สามารถระบุได้ว่าเชื้อไวรัสสามารถปรับตัวให้เข้ากับโฮสต์ที่เป็นสัตว์เลือดเย็น และโฮสต์ที่เป็นสัตว์เลือดอุ่นได้อย่างไร

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ติดต่อกันได้อย่างไร

          ในช่วงแรกของการระบาดยังไม่พบการติดเชื้อจากคนสู่คน เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ที่ตลาดขายส่งปลาและอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่น โดยมีประวัติสัมผัสสัตว์ การระบาดจึงจำกัดอยู่ในวงแคบ

          กระทั่งกลางเดือนมกราคม เริ่มมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศจีนกว่าร้อยราย ทั้งที่ไม่เคยไปเมืองอู่ฮั่นเลย แต่ติดไวรัสมาจากคนในครอบครัว รวมทั้งยังพบเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ดูแลคนไข้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ในที่สุดแล้ว คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) จึงต้องออกมายืนยันว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

          ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว โรคติดต่อทางเดินหายใจสามารถแพร่เชื้อได้จากการสัมผัสผู้ป่วย สัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ การไอ จาม รวมทั้งการหายใจรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ไวรัสโคโรนา

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อาการเป็นอย่างไร รุนแรงแค่ไหน

          ณ ปัจจุบัน ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังไม่ถือว่ารุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับโรคซาร์ส และเมอร์ส เพราะทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่เป็นหวัดเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงปอดอักเสบ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ของผู้ป่วยแต่ละคน

          โดยหลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะเวลาฟักตัว 2-14 วัน ดังนั้นถึงแม้จะได้รับเชื้อมาแล้วก็ไม่ใช่ว่าป่วยทันที อาจต้องรอถึง 14 วัน จึงแสดงอาการให้เห็น ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป คือ
  • มีไข้สูง 
  • ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ 
  • หากเป็นมากขึ้นจะมีอาการปวดเมื่อยตามตัว เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ท้องเสีย  อาเจียน และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างอาการปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือปอดบวม จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ในผู้ที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง
 
 

ใครคือกลุ่มเสี่ยงของโรค

          ทุกคนสามารถติดเชื้อไวรัสดังกล่าวได้ แต่มีบุคคลบางกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย และเมื่อป่วยแล้วอาจมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป เช่น
  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ผู้ที่มีภาวะคุ้มกันบกพร่อง
  • คนดูแล หรือใกล้ชิดผู้ป่วย
  • บุคลากรทางการแพทย์ 

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 รักษาได้ไหม

         ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เพราะมีไข้สูง และไอ คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดจึงได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อและทำการรักษาอย่างทันท่วงทีจนหายเป็นปกติได้ โดยแพทย์จะรักษาตามอาการ เพราะยังไม่มียารักษาโดยตรงหรือวัคซีนป้องกัน หากผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายจะกำจัดเชื้อไปได้เอง

          แต่ในบางคนอาจมีอาการหนักและทรุดลงอย่างรวดเร็วซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงของร่างกาย ภูมิต้านทาน รวมทั้งจำนวนเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยแต่ละคนมีอาการแตกต่างกัน ทั้งนี้ จากข่าวที่ปรากฏพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว
 

พบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่ไหนแล้วบ้าง ?

          จากข้อมูลวันที่ 23 มกราคม 2563 พบผู้ติดเชื้อในประเทศจีน กว่า 600 ราย เสียชีวิตแล้ว 18 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในมณฑลหูเป่ยมากที่สุด นอกนั้นกระจายไปตามเมืองต่าง ๆ เช่น ปักกิ่ง กวางตุ้ง เซี่ยงไฮ้ เจ้อเจียง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติเคยเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น

          ด้วยเหตุนี้ ทางการอู่ฮั่นจึงได้สั่งปิดเมืองและหยุดให้บริการขนส่งทางสาธารณะทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนเดินทางออกนอกอู่ฮั่น ซึ่งคาดว่าการกักกันโรคครั้งนี้จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้

          
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านสาธารณสุขของต่างประเทศคาดการณ์ว่า การแพร่กระจายที่รวดเร็วเช่นนี้ น่าจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศจีน มีจำนวนมากกว่าตัวเลขที่รายงานออกมา โดยศูนย์วิเคราะห์โรคติดเชื้อโลกแห่งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ในประเทศอังกฤษ ระบุว่า ขณะนี้อาจมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,700 ราย

          ​​​​​​​ขณะที่ในต่างประเทศ ก็พบนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หลายราย ทั้งในประเทศไทย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, มาเก๊า, สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, เวียดนาม
ไวรัสโคโรนา

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทย

          จนถึงวันที่ 23 มกราคม 2563 มีรายงานพบผู้ป่วย 4 ราย เป็นชาวจีน 3 ราย และชาวไทย 1 ราย ทั้งหมดเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงคือ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และไม่ใช่การติดเชื้อจากคนสู่คน ซึ่งชาวจีน 2 รายได้รับการรักษาในประเทศไทยจนหายดีและเดินทางกลับประเทศจีนแล้ว ส่วนผู้ป่วยชาวไทยรักษาตัวที่จังหวัดนครปฐม อาการดีขึ้น แต่แพทย์ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะผู้ป่วยมีโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมรับมือโรคนี้อย่างเต็มที่ โดยมีมาตรการการเฝ้าระวังดังนี้
          - ทำการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ใน 4 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต
          - ขอความร่วมมือให้โรงพยาบาลทำการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น
          - การเฝ้าระวังในชุมชน โดยให้ความรู้ประชาชน เมื่อพบนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้แจ้งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค DDC Hotline 1422

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ป้องกันได้ไหม ?

          เราสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้เบื้องต้นเหมือนกับการป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจทั่วไป เช่น

               - สวมหน้ากากอนามัย
               - ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอหรือจามด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน
               - หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่นาน 20 วินาที หรือเจลล้างมือ
               - ไม่ใช้มือสกปรกแคะจมูก หรือหยิบอาหารเข้าปาก
               - อย่านำมือที่ยังไม่ล้าง สัมผัสใบหน้า
               - หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัด แหล่งชุมชน บริเวณที่มีคนอยู่เยอะ หรือสถานที่ที่มลภาวะเป็นพิษ
               - หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการติดเชื้อทางระบบหายใจ หรืออาการคล้ายไข้หวัด
               - รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค
               - นอนหลับให้เพียงพอ
               - ปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไข่ให้สุก

  แม้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะยังไม่แพร่กระจายในประเทศไทย แต่เราก็ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศให้ดี เพราะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เชื้อไวรัสตัวใหม่นี้จะก่อให้เกิดการระบาดที่รุนแรงเหมือนกับโรคซาร์ส และโรคเมอร์ส ได้หรือไม่


ขอบคุณข้อมูล
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไทยพีบีเอส, องค์การอนามัยโลก, กรุงเทพธุรกิจ, สปริงนิวส์, กรุงเทพธุรกิจ, CNN, BBC 
ทางของฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายระดับชาติ อยู่ใกล้เพียงปลายจมูก


ทางของฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายระดับชาติ อยู่ใกล้เพียงปลายจมูกปัญหาฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 ไม่ได้เล็กเหมือนขนาดของมันแล้ว และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของผู้คนเป็นวงกว้าง ที่มาและอันตรายของฝุ่นเหล่านี้คืออะไร แล้วจะยังอยู่อีกนานแค่ไหน

ขณะนี้ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋ว หรือเป็นที่รู้จักกัน คือ PM 2.5 โดย PM ย่อมาจาก Particulate Matter เป็นส่วนหนึ่งในมลพิษที่ลอยในอากาศ (Airborne Particulate Matter Pollution) โดยปกติมลพิษประกอบไปด้วยสารหลายชนิดทั้ง ฝุ่นมลพิษ PM 2.5, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับตัวเลข 2.5 มาจากขนาดของฝุ่นมลพิษ PM ที่เล็กเท่ากับขนาด 2.5 ไมครอน โดยรวมจึงเรียกว่า PM 2.5


เจ้าฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่แสนจะร้ายนี้ กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อการใช้ชีวิตของคนไทยไปเสียแล้ว เนื่องจากขนาดที่เล็กจิ๋วของมัน สามารถเล็ดรอดจากระบบกรองอากาศที่ธรรมชาติสร้างมาอย่างขนจมูกแล้ว เข้าสู่ปอดชั้นในได้ทันที แม้ว่าฝุ่น PM 2.5 แม้มันจะยังไม่ส่งผลกระทบเฉียบพลันต่อร่างกาย แต่มันต้องอาศัยการสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานก่อนจะส่งผลต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ฝุ่นเหล่านี้ยังเป็นตัวกลางนำเอาสารอันตรายเข้าสู่ร่างกาย อาทิ สารก่อมะเร็ง และสารโลหะหนักด้วย
สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5
จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ แหล่งที่มีของฝุ่นละอองในบรรยากาศ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1.ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (Natural Particle) ได้แก่ ดิน ทราย หิน ละอองไอน้ำ เขม่าควันจากไฟป่า และฝุ่นเกลือจากทะเล เป็นต้น

2.ฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Particle) ได้แก่
ฝุ่นจากการคมนาคมขนส่งและการจราจร การเผาไหม้เครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลและถ่านหิน รวมทั้ง ฝุ่นดินทรายที่ฟุ้งกระจายในถนน ขณะที่รถยนต์วิ่งผ่าน ฝุ่นดินทรายที่หล่นจากการบรรทุกขนส่ง การกองวัสดุสิ่งของบนทางเท้าหรือบนเส้นทางการจราจร

ฝุ่นจากการก่อสร้าง เช่น ฝุ่นจากการสร้างถนน/อาคาร การปรับปรุงผิวการจราจร การรื้อถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ การก่อสร้างเพื่อติดตั้งหรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคฝุ่นจากการประกอบการอุตสาหกรรม เช่น การทำปูนซีเมนต์ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับหิน กรวด ทราย หรือดิน สำหรับใช้ในการก่อสร้างอย่างใดอย่างหนึ่ง การโม่บดหรือย่อยหิน การร่อนหรือการคัดกรวดหรือทรายฝุ่นจากการประกอบกิจกรรม อื่นๆ เช่น การทำความสะอาด การทำอาหาร การทาสี เป็นต้น

ทั้งนี้ การเกิดฝุ่น PM 2.5 จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่า มีสาเหตุมาจาก ไอเสียรถยนต์ การใช้ฟืนถ่านเพื่อหุงต้มอาหาร การเผาขยะและเผาหญ้ารวมทั้งพืชในการทำการเกษตร และมาจากการเผาเชื้อเพลิงของโรงงานอุตสาหกรรม


วงจรชีวิตทางเดินของฝุ่น PM 2.5
ฝุ่นละอองเป็นสารที่มีความหลากหลายทางด้านกายภาพและองค์ประกอบ อาจมีสภาพเป็นของแข็งหรือของเหลว ฝุ่นละออง ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศได้นาน มักจะเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก (มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 10 ไมครอน) เนื่องจากมีความเร็วในการตกตัวต่ำ หากมีแรงกระทำจากภายนอกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น การไหลเวียนของอากาศ กระแสลม เป็นต้น จะทำให้แขวนลอยอยู่ในอากาศได้นานมากขึ้น ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 100 ไมครอน) อาจแขวนลอยอยู่ในบรรยากาศได้เพียง 2-3 นาที แต่ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 0.5 ไมครอน อาจแขวนลอยอยู่ในอากาศได้นานเป็นปี

สำหรับฝุ่น PM 2.5 สามารถลอยในอากาศได้นานเป็นวันถึงหลายสัปดาห์ และยังลอยได้ไกลจากแหล่งกำเนิดตั้งแต่ 100-1,000 กิโลเมตรโดยประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัย ทั้งความเร็วลม ความกดอากาศ ความชื้น สภาพอากาศแดดออกหรือฝนตก



อันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋ว PM 2.5
ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ ส่วนฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จะเกาะตัวหรือตกตัวได้ในส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะนั้นๆ เช่น เนื้อเยื่อปอด ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากหรือในช่วงเวลานาน จะสามารถสะสมในเนื้อเยื่อปอด เกิดเป็นพังผืดหรือแผลขึ้นได้

อีกทั้งฝุ่นเหล่านี้ยังทำให้การทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ เกิดหอบหืดถุงลมโป่งพอง และโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเนื่องจากติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ รวมทั้ง โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจขาดเลือด อีกทั้งยังส่งผลต่อทารกแรกเกิดจะมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติอีกด้วย.

ที่มาของข้อมูล กรมควบคุมมลพิษ
ไทย...!! พุ่งขึ้นติดอันดับ 2 รองจากประเทศจีน ล่าสุด สธ. ยืนยันแล้ววันนี้

ไทย...!! พุ่งขึ้นติดอันดับ 2 รองจากประเทศจีน ล่าสุด สธ. ยืนยันแล้ววันนี้ พบนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อไวรัสมรณะโคโรน่านอนรักษาตัวที่ ร.พ.ราชวิถี กรุงเทพฯ นับเป็นรายที่ 5 ของประเทศไทย เวลา 21:50 น. ของวันที่ 24 มกราคม สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า ล่าสุดพบประเทศที่มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า จำนวน 13 ประเทศ และอีก 2 เขตบริหารพิเศษของจีน ยอดรวมกว่า 900 ราย พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะ ไวรัสโคโรน่า ชนิดนี้แล้วจำนวน 26 ราย








1. จีน - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 892 ราย เสียชีวิตแล้ว 26 ราย
2. ไทย - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 5 ราย
3. สิงคโปร์ - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 3 ราย

4. ไต้หวัน - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 3 ราย
5. เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (จีน) - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 3 ราย
6 .ญี่ปุ่น - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย
7. เวียดนาม - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย
8. เกาหลีใต้ - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย
9. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (จีน) - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย
10. ซาอุดิอาระเบีย - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย
11. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย
12. สหรัฐอเมริกา - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย
13. เนปาล - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย
14. สหราชอาณาจักร - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย
15. ฝรั่งเศส - มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย

**********************************************
(ขอขอบคุณเรื่องจาก Cr.SSBN - Thailand)

กอล์ฟหนี้ท่วม เหลือเงินใช้เพียงไม่กี่บาท เพียงแค่เดือนละ 5 พันบาทเท่านั้น ใช้ชีวิตติดหรู


กอล์ฟหนี้ท่วม เหลือเงินใช้เพียงไม่กี่บาท เพียงแค่เดือนละ 5 พันบาทเท่านั้น ใช้ชีวิตติดหรู

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สสน.บก.ป. หรือ หนุมานกองปราบ จำนวนกว่า 10 นาย ทำการควบคุมตัว นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ชัย จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ผู้คนเพื่อเปิดทางเข้าชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี ไปทำการฝากขังผัดแรกยังศาลอาญา

ส่วนมูลเหตุจูงใจการก่อเหตุนั้นในช่วงแรกที่นายประสิทธิชัย ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ให้การอ้างว่า ทำลงไปเพราะต้องการมีสีสันในชีวิต แต่ปรากฏว่า เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำอย่างหนัก สุดท้ายตัวผู้ต้องหาเองก็กลับคำให้การยอมรับว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาเรื่องการเงิน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบข้อมูล จนพบว่า  นายประสิทธิชัย นั้นมีหนี้เงินกู้จากสหกรณ์ครู และธนาคารกรุงไทย รวมทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท โดยทราบอีกว่าก่อนหน้า นายประสิทธิชัย นำเงินสดประมาณ 3 แสนบาท ไปซื้อรถยนต์หรู บีเอ็มดับบลิว เอฟ 4 แต่รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อน ผู้ต้องหาซื้อมาสวมทะเบียน ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจับกุม ทำให้นายประสิทธิชัยต้องเสียค่าปรับเป็นเงินถึง 6 แสนบาท ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความเดือดร้อน

ประกอบกับนิสัยส่วนตัวของผู้ต้องหาเองก็เป็นคนชอบใช้จ่ายเกินตัว เพราะชอบใช้สินค้าที่มีราคาแพง ซึ่งไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนของตัวเอง ที่มีเงินเดือนแค่สามหมื่นกว่าบาท แต่หลังจากถูกหักเงินที่ไปกู้มาแล้ว ก็จะเหลือใช้เพียงแค่เดือนละ 5 พันบาทเท่านั้น จนทำให้ที่ผ่านมานายประสิทธิชัย ประสบปัญหาการเงินมาตลอด บางครั้งก็ถึงกับต้องหยิบยืมเงินจากที่บ้านอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้นายประสิทธิชัย ตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว
ครูปอย เมีย ประสิทธิชัย  (กอลฟ์) ฆ่า3ศพ ลาออกครูแล้ว ซึ่งมีตำแหน่งเป็นครูอัตราจ้าง  หายตัวลึกลับ ติดต่อไม่ได้

ครูปอย เมีย นาย ประสิทธิชัย (กอลฟ์) ฆ่า3ศพ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นครูอัตราจ้าง  ลาออกครูแล้ว หายตัวลึกลับ ติดต่อไม่ได้

สืบเนื่องจากคดีสะเทือนขวัญ ตำรวจจับนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ  กอล์ฟ อดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี คนร้ายบุกปล้นร้านทองออโรร่า ภายในห้างดัง อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยใช้อาวุธปืนเก็บเสียงยิงเปิดทางใส่ชาวบ้านและพนักงานร้านทอง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ศพ ชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ต่างส่งข้อความวิจารณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือด รวมทั้งทักแชทเข้าไปรุมด่าในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ “ภรรยา” ของ กอล์ฟ

ล่าสุด ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังสถานศึกษาที่ใน จ.ลพบุรี ซึ่งภรรยาสาวของ กอล์ฟ ทำงานอยู่ โดยทางผู้บริหารระดับสูงได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ภรรยา กอล์ฟ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นครูอัตราจ้าง สอนวิชาคอมพิวเตอร์ของสถานศึกษาแห่งนี้ ได้ลาออกไปแล้วหลังจากที่ปรากฎข่าวสามีถูกจับกุม ไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน และไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน

---------------------------
แหล่งข่าว >> https://www.dailynews.co.th/crime/753692
ตร.นำนักประดาน้ำมาที่บ่อในบ้าน "ไอซ์ หีบเหล็ก" รอหมายค้นงมหาหลักฐาน ตร.นำนักประดาน้ำมาที่บ่อในบ้าน "ไอซ์ หีบเหล็ก" รอหมายค้นงมหาหลักฐาน

ตร.นำนักประดาน้ำมาที่บ่อในบ้าน "ไอซ์ หีบเหล็ก" รอหมายค้นงมหาหลักฐาน ตร.นำนักประดาน้ำมาที่บ่อในบ้าน "ไอซ์ หีบเหล็ก" รอหมายค้นงมหาหลักฐาน


“ไอซ์หีบเหล็ก”...บทเรียนชีวิตที่สะท้อนได้อย่างชัดแจ้งว่า คนเราแม้จะมีต้นทุนชีวิตมากมายเพียงใด แต่เมื่อไหร่ที่เลือกเดินเส้นทางผิด บทสรุปของชีวิตก็จบไม่สวย และไม่ใช่แค่ “ไอซ์หีบเหล็ก” จะเดินหลงทาง แต่ผู้ชายคนนี้ยังโหด ซ่า ฆ่า เหี้ยมอีกด้วย


ตำรวจ สน.เพชรเกษม นำนักประดาน้ำ 40 ชีวิต พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำ มาที่บ่อน้ำในบ้านของ ไอซ์ หีบเหล็ก เพื่อรอหมายค้น ก่อนลงงมหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมประสานขอแบ็กโฮไว้ ทำลายสิ่งกีดขวาง จนท.
 

มื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ม.ค.63 พ.ต.ท.กิตตินันท์ สีม่วง สวป.สน.เพชรเกษม นำกำลังเจาหน้าที่สายตรวจเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณบ่อน้ำในบ้านของ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด อาวุธปืน และพัวพันการฆ่าอำพรางศพหญิงสาวหลายราย ณ บ้านเลขที่ 59 ถนนเพชรเกษม ซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม.
เจอทอง 28 บาทแล้ว "ผอ.กอล์ฟ" ซุกโรงรถในบ้าน หลังหลอกตำรวจงมหาทั้งวัน


เจอทอง 28 บาทแล้ว "ผอ.กอล์ฟ" ซุกโรงรถในบ้าน หลังหลอกตำรวจงมหาทั้งวัน

"ผอ.กอล์ฟ" หลอกตำรวจน้ำงมหาทองของกลาง น้ำหนัก 28 บาท ทั้งวัน ที่แท้ซุกใต้หลังคาโรงรถในบ้านหลังหนึ่ง ไม่ได้มาโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่อ้าง

จากเหตุการณ์กราดยิงชิงทองกลางห้างดังใน จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 4 คน ผ่านมา 14 วัน จนล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายประสิทธิชัย หรือ ครูกอล์ฟ อายุ 38 ปี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาคดีชิงทองดังกล่าวได้ในที่สุด

จากการสอบปากคำ นายประสิทธิชัย ให้การว่า หลังก่อเหตุแล้วนำทองที่ชิงมาได้ น้ำหนัก 28 บาท มาโยนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สะพานบางระจัน บริเวณหน้าวัดสังฆราวาส อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
ล่าสุด (22 ม.ค.) เมื่อเวลา 21.00 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเจอทองคำ น้ำหนัก 28 บาท ของกลางแล้ว โดยทองถูกซุกอยู่ใต้หลังคาโรงรถของบ้านหลังหนึ่ง ไม่ได้ถูกโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่ผู้ต้องหาอ้าง ซึ่งข้อมูลจากตำรวจเผยผู้ต้องหาให้การโกหกหลายอย่าง และยังให้การวกไปวนมา

ทั้งนี้ รายละเอียดว่าบ้านที่ใช้ซุกทองของกลางนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นบ้านของใคร ซึ่งตำรวจจะมีแถลงในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ก่อนหน้านี้ นายประสิทธิชัย ให้การอ้างว่า หลังก่อเหตุแล้วนำทองที่ชิงมาได้น้ำหนัก 28 บาท มาโยนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่สะพานบางระจัน บริเวณหน้าวัดสังฆราวาส อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) นำกำลังตำรวจน้ำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาใต้น้ำ ตั้งแต่เวลา 13.00 น.


ขอขอบคุณ
ข้อมูล :js100
ปล้นร้านทองลพบุรี คนใกล้ตัวแฉ แม้แต่เมียยังสงสัย "ผอ.กอล์ฟ" คุ้นรองเท้า-รถมอเตอร์ไซค์



ปล้นร้านทองลพบุรี คนใกล้ตัวแฉ แม้แต่เมียยังสงสัย "ผอ.กอล์ฟ" คุ้นรองเท้า-รถมอเตอร์ไซค์

จากกรณีคดีโจรกราดยิงชิงทองที่ห้างดัง จ.ลพบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บหลายราย ล่าสุด วันนี้ (22 ม.ค.) ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เป็นชายมีอาชีพเป็นครู เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุมตัว อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก โดยผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง

รายการโหนกระแสวันที่ 22 ม.ค. "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ" หรือ "รองแต้ม" มือปราบหูดำ และ "ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม" อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี


ถาม "เบียร์" นักข่าวที่ลงพื้นที่กันสดๆ มั่นใจได้ว่าคนนี้ไม่ใช่แพะ?

นักข่าว : "เท่าที่คุยกับชุดสืบสวน รวมถึงชุดทำคดี ทุกคนค่อนข้างมั่นใจ ตำรวจใช้เวลาสืบหาเบาะแสรวบรวมพยานหลักฐานนานพอสมควร เกือบๆ สองสัปดาห์ และมีการออกหมายจับตั้งแต่เมื่อวาน และเข้าคุมตัวไปสอบปากคำที่เซฟเฮ้าท์ เบื้องต้นก็ยอมรับสารภาพ แต่มูลเหตุเป็นยังไงยังไม่ชัดเจน ต้องรอทาง ผบ.ตร. แถลง คือบรรยากาศเมื่อสักครู่ ตำรวจเอาตัวคนร้ายเข้ามา ชาวบ้านก็ปรบมือให้ตำรวจ และ ผบ.ตร. ปรบมือเกรียวกราวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พอคุมตัวผู้ต้องหาลงจากรถก็ตามมาด้วยเสียงโห่ คำสาปแช่ง เป็นเวลาไม่กี่วินาที เท่าที่เห็นมีสื่อมวลชนทุกสำนักมาเกาะติด ตอนนี้คนไทยทั้งประเทศก็ติดตามข่าวนี้ หลายคนให้ความสนใจ เพราะคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ เป็นคดีที่อยากจับคนร้ายให้ได้ หลายคนก็ค่อนข้างแปลกใจที่ผู้ก่อเหตุเป็นครู เป็นระดับ ผอ. ตามประวัติเดิมเคยอยู่ลพบุรีมาก่อน และสอบได้ไปบรรจุเป็น ผอ.สิงห์บุรี มีแฟนสาว หลังก่อเหตุก็ยังใช้เฟซบุ๊กตามปกติทั่วไป เพื่อนครูหลายคนก็แปลกใจ แต่มีข้อมูลนึงที่ตรงกันคือครูคนนี้ชอบเล่นปืน ชอบกีฬายิงปืน ก่อนหน้านี้เคยเอาปืนอัดลมติดลำกล้องไปซ้อมยิงนกที่โรงเรียนด้วยเช่นกัน นี่คือข้อมูลเบื้องต้น"



เป็นครู และโพสต์เฟซบุ๊กรักเด็กๆ มาก ในมุมสองท่าน ตกใจมั้ย?

ปรเมศวร์ : "ก็น่าแปลกใจ ปกติครูจะมีเรื่องล่วงละเมิดทางเพศ หรือเรื่องทุจริต ยักยอง เรื่องแบบนี้ไม่เคยเจอ น่าสนใจว่าถ้าเรื่องไม่มีเงินแล้วทุจริตน่าจะง่ายกว่า แต่เรื่องไปทำร้ายชีวิตคนมันไม่ค่อยเจอ แต่อย่างไรก็ตาม มันเกิดขึ้นได้เสมอ"

 ท่านมองยังไง?

พล.ต.ต.วิชัย : "ต้องเข้าใจ เงินเดือนครูไม่ค่อยพอใจใช้ ตอนเป็นตำรวจ ผมจับกุมครู ครูเกี่ยวข้องกับยาบ้าพอสมควร ครูต่างจังหวัดเนี่ยเกี่ยวกับยาบ้ามาก ผมไม่แปลกใจว่าผอ.โรงเรียนทำผิด มันกระทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่แปลกใจคือทำไมคิดไปยิง คนเป็นครูต้องมีความเมตตา การยิงคนถือว่าเป็นครูทำไม่ได้ เรื่องยิงเพราะอะไรจะวิเคราะห์ทีหลัง แต่ถามว่าครูก่อคดีได้มั้ย ได้"

มุมการจับตัวคนร้าย 14 วันนานไปมั้ย?

พล.ต.ต.วิชัย : "ไม่นาน คุณต้องเข้าใจว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ประชาชนสนใจ และเป็นคดีอุกอาจพอสมควร การที่ตำรวจทำอะไรต้องมีหลักฐาน ถ้าจับไม่ได้ จับผิดคนมาลำบากเลยนะ เกิดไอ้คนนี้ไปก่อเหตุอีกสังคมจะไม่เชื่อถือ เขาต้องทำให้รอบคอบ ประกอบกับคนร้ายปิดบังใบหน้า มันจับยากพอสมควร ผมว่า 2 อาทิตย์ถือว่าไวนะ ไม่ได้ช้า แต่ว่าประชาชนสนใจ เพราะมีคนตาย ทกคนอยากให้จับได้ กลัวเกิดเหตุอีก กลัวเขาไปเจอแบบนี้ คนก็เลยเร่งรีบ คิดว่าช้าไปหรือเปล่า แต่ตามหลักการสืบสวนไม่ช้า"

ท่านเคยบอกว่าคนร้ายน่าจะเอารถไปทิ้งน้ำ ซึ่งตอนนี้ตำรวจก็ออกมาบอกว่าน่าจะเป็นแบบนั้น?

พล.ต.ต.วิชัย : "ถูกต้อง ผมวิเคราะห์ว่าคนร้ายต้องอยู่ในพื้นที่ สองคนร้ายขับรถจักรยานยนต์จะหนีข้ามจังหวัดไม่ได้ เพราะตำรวจต้องสกัด เขาต้องเอารถไปทิ้งน้ำหรืออำพราง แล้วต้องมีคนมารับ คนมารับอาจไม่ได้เป็นคนร่วมมือก็ได้ อาจเป็นภรรยา พี่น้องต่างๆ  เขาต้องเปลี่ยนรถ ต้องวิเคราะห์ว่าอาจมีคนร่วม ถามว่าผมจะขี่รถสองคันไปจอดมันต้องใช้เวลา ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ผมว่าต้องสืบดีๆ ต้องมีคนขับรถมารับ"

มุมตำรวจบอกว่าคนร้ายรับสารภาพบอกว่าเขาทำคนเดียว?

พล.ต.ต.วิชัย : "ก็อาจเป็นคำพูดเพื่อไม่ให้คนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้"

จับคนร้ายได้แล้วเป็นผอ.โรงเรียนชื่อกอล์ฟ วันก่อเหตุคือวันที่ 9 หลังจากนั้น 2 วันเป็นวันเด็ก เขาพาแฟนไปนั่งดื่มนมด้วยกัน ลงรูปชิลมาก มองยังไง?

ปรเมศวร์ : "เป็นปกติของผู้ก่ออาชญากรรมทั้งหลาย เขาใจเย็นไง มีเวลา และกลบเกลื่อนได้ อย่างที่บอกเรื่องรถเป็นสิ่งสำคัญ เพราะรถไม่มีใครแจ้งหาย คนนี้้ต้องใจเย็น ยิ่งคนเล่นปืนสมาธิดี ใจต้องนิ่ง เขาถึงทำตัวปกติไปงานวันเด็กได้ เป็นเรื่องปกติผู้ร้ายทั้งหลาย มีบ่อย"

หลายคนไม่เชื่อว่าคนๆ นี้เป็นคนกราดยิงชิงทองทำให้เด็กสองขวบตายหนึ่งในนั้นคือพ่อของกวาง คิดว่าเป็นแพะมั้ย?

พล.ต.ต.วิชัย : "ไม่ใช่หรอก จับแพะนี่ถามว่าคนจับจะกล้ามั้ย ถ้ามีตัวจริงออกมา เขาอยู่ในสังคมไม่ได้ กรมตำรวจก็อยู่ไม่ได้ สามจะมีประโยชน์อะไรจับตัวคนผิด มันไม่มีเหตุผล การจับเขาต้องมีหลักฐานมากพอสมควร เช่นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เจอกระสุนปืน ลูกกระสุนปืนเข้ากันได้ สองผมเชื่อว่าเขามีอะไรมากกว่านั้น เดี๋ยวต้องมีการแถลงข่าว การรวบรวมหลักฐานให้ศาลเชื่อต้องรู้แล้วว่ามีอะไรบ้าง ศาลถึงออกหมายจับ ผมยืนยันว่าไม่มีแพะ ส่วนที่คุณพ่อเขาไม่เชื่อ คุณพ่อเขาอาจเสพโซเชียลมากไป ผมเคยบอกแล้วว่าโซเชียล ทนายที่ออกมาพูด ทำให้รูปคดีเปลี่ยน พอจับได้จริงคนกลับไม่เชื่อ เพราะมีคนชี้ตำหนิรูปพรรณ พอตำรวจบอกไม่ใช่ คุณจะเชื่อโซเชียลหรือหลักฐานที่ตำรวจได้มาล่ะ สังคมมันเปลี่ยน ทำให้รูปคดีเสียด้วย"

ปรเมศวร์ : "เวลาเขาทำคดีอยากให้สังคมหยุดวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเท่าที่ทราบ ตำรวจเขาตรวจปืน รูปพรรณ เรื่องนี้มันยาก หน้าตาไม่เห็น มีแค่เดินเป๋ มีรองเท้า พยานเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ แล้วที่ผมบอกว่าเชื่อตำรวจ มานั่งมองลงมา ผบ.ตร. ลงมาไม่มีทางให้เสีย ถ้าทำไม่สำเร็จจะเหนื่อยมั้ย ดูอย่างคดี 8 ศพก็ไม่มีพลาด วันนี้ไม่มีแล้วจับแพะ ทำไม่ได้ครับ สุดท้ายยิ่งหัวหน้าหน่วยลงมือเอง ตายกับตายนะถ้าแพะ"

พล.ต.ต.วิชัย : "ท่านเก่งอยู่แล้ว คนชอบพูดแทน ท่านรู้มั้ยปีนึงตำรวจทำคดีอาญาปีนึงหลายแสนคดี ห้าปีมีจับผิดตัวน้อยมาก เพียงแต่ว่าพอเราพลาดกระแสมันแรง โซเชียลมันออก กลายเป็นว่าตำรวจทำมาปีละหลายแสนคดี มันผิดพลาดหมดเลย"

โฟนอินสัมภาษณ์ "เอ" (นามสมมติ) คนรู้จักกับผอ.กอล์ฟ ปกติสนิทกันมั้ย?

เอ : "รู้จักครับแต่ไม่ถึงกับสนิท พอทราบข่าวก็ตกใจครับ เพราะดูท่าทางน้องเขาไม่ได้มีลักษณะแบบนี้เลย"

จากที่รู้จักเขาชอบยิงปืน?

เอ : "ก็ไม่เท่าไหร่ เป็นลักษณะคือออกกำลังกายด้วยกันมากกว่า รู้จักกันที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส"

เคยเห็นปืนมั้ย?

เอ : "ไม่เคยครับ"

แทบไม่เชื่อว่าเขาเป็นเขา?

เอ : "แทบไม่เชื่อครับ"

ประเด็นตัวภรรยากอล์ฟ จริงมั้ยครั้งนึงสงสัยกอล์ฟเหมือนกันว่าอาจเป็นคนร้ายก็ได้?

เอ : "น้องๆ เขาพูดมาในกลุ่ม เขาพูดว่ามันคล้ายๆ เหมือนเคยมีปัญหา เหมือนเมียเขาถามว่าใช่หรือเปล่า เพราะโดนตำรวจเรียกสอบอยู่เหมือนกัน เมียก็ถามเขาว่าใช่มั้ย เขายืนยันว่าไม่ใช่ จริงๆ ตำรวจก็รู้ตัวนานแล้วว่าเป็นเขา เป็นผู้ต้องสงสัย จนวันนี้เขาได้ทำการจับกุม"

กรณีรองเท้า ภรรยาสงสัยมั้ยมีเหมือนกันกับคนร้าย?

เอ : "ก็น่าจะสงสัยนะ เพราะเห็นเขาคุยกันว่าเขาคุ้นกับรองเท้านี้มาก ไม่ใช่ภรรยานะ กลุ่มเพื่อนภรรยาที่ไลน์หากัน"

ตัดภาพไปที่ ผบ.ตร. แถลง?

ผบ.ตร. : "รอพรุ่งนี้ดีกว่า เบื้องต้นไม่ได้ให้การปฏิเสธ ถ้าจับแพะพวกผมไม่รู้จะยืนอยู่ที่ไหนในสังคม คดีอย่างนี้ไม่มีการจับแพะ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการ พรุ่งนี้จะได้รายละเอียดทั้งหมด 10 โมงครึ่งที่สำนักข่าวตำรวจแห่งชาติ"

เขาตระหนกมากน้อยแค่ไหน?

ผบ.ตร. : "เบื้องต้นเขารู้สึกสำนึกผิด แรงจูงใจไว้พรุ่งนี้ดีกว่า พรุ่งนี้ 10 โมงครึ่งที่สำนักข่าวตำรวจแห่งชาติ เพราะมีอีกหลายขั้นตอนที่ตำรวจต้องดำเนินการ วัตถุพยานเราได้เกือบจะครบแล้วครับ"

มีการติดตามพยานหลักฐาน มีความเชื่อมั่น?

ผบ. ตร. : "จากประสบการณ์ที่เราทำมา จากคดีต่างๆ ในอดีตจนคดีนี้เราเชื่อว่าทีมงานสืบสวนสอบสวน รวมทั้งหน่วยปฏิบัติงานทั้งหมด เชื่อว่าไม่น่าผิดตัว ผมเข้าใจคำถามผู้สื่อข่าวที่อยากจะได้ ขอเป็นพรุ่งนี้ 10 โมงครึ่ง คงเอาตัวผู้ต้องหาไปด้วย แต่ในข้อจำกัดเขาจะตอบหรือไม่ตอบก็อีกเรื่อง แต่ทีมงานเราจะตอบให้หมดทุกคำถาม คิดว่าปืนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีปัญหา  ผมก็พยายามพูดให้เซฟที่สุด และขอร้องขอความร่วมมือประชาชนอย่าไปใช้ความรุนแรง จะโกรธจะเกลียดอะไรก็แล้วแต่ เขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว"

สิ่งต่อไปต้องทำคืออะไร?

พล.ต.ต. วิชัย : "เขารวบรวมพยานหลักฐานมาพอสมควร เพื่อให้ตรงกันกับส่งอัยการและฟ้องศาล ข้อหานี่คือชิงทรัพย์ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ"

เขาบอกสำนึก?

พล.ต.ต.วิชัย : "เพราะจำนนหลักฐาน ผมเชื่อว่าเขาไม่ได้มีหลักฐานแค่เอาตัวไปสอบ หลักฐานที่จะออกหมายจับมีทั้งมากมาย เมื่อกี้ผบ.ตร. บอกว่าได้หลักฐานครบ ก็แสดงว่าได้ทั้งรถทั้งของกลาง"

ทางภรรยาก็สงสัยเรื่องรองเท้าและมอเตอร์ไซค์ สีเดียว ยี่ห้อเดียวกันด้วย รวมทั้งขา?

พล.ต.ต.วิชัย : "ผมวิเคราะห์ตั้งนานแล้วว่าคนนี้อาจต้องขับรถใหญ่ รองเท้าที่มาตรวจพิสูจน์ตอนนี้คอมพิวเตอร์มันเก่ง สามารถเอาภาพมาเปรียบเทียบได้"

ดูจากการยืน ดูใกล้เคียง?

ปรเมศวร์ : "ทุกอย่างที่คุณหนุ่มพูดคือพยานหลักฐาน ทั้งลักษณะท่าทางเพราะคนร้ายคนนี้เราไม่เห็นหน้า ก็ต้องวิเคราะห์จากท่าทางการยืนรองเท้า โดยเฉพาะที่ท่านผบ.ตร. พูด คือปืน ปืนมันอธิบายได้เกือบหมดแล้ว ถ้าตรงกันก็จบเลย รองเท้าลักษณะท่าทางเป็นตัวประกอบ ผมเข้าใจว่าเขาคงต้องสอบสวน และอาจต้องสอบไปถึงครอบครัว ภรรยา อย่าไปบอกว่าแพะเลย การออกหมายจับต้องมีหลักฐานพอสมควรน่าเชื่อว่าเขากระทำความผิด ไม่เหมือนเมื่อก่อน"

โทษที่จะได้รับ?

ปรเมศวร์ : "แน่นอนว่าประหารชีวิตอยู่แล้ว แต่แน่นอนเดี๋ยวนี้จะไปเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งผมเคยพูดว่าขังแล้วไม่ต้องให้ออกมาทำร้ายคนอื่นก็พอแล้ว เรือนจำเท่าที่รู้ กรมราชทัณฑ์กำลังมองคนร้ายสำคัญเขาจะไม่ลดโทษ ผ่อนโทษแล้ว เพราะฉะนั้นสบายใจได้  เรามีบทเรียนหลายเรื่องนะปีนี้ และโทษคงไม่ลด แม้จะรับสารภาพ เพราะอย่างที่บอกมันจำนนต่อหลักฐาน สองการลงโทษศาลต้องดูสัมมาอาชีวะ คุณเป็นครู พฤติกรรมคุณเป็นแม่พิมพ์ ไม่ใชผู้ร้าย เรื่องลดหย่อนผ่อนโทษคิดว่าศาลไม่มอง"

กรณีแรงจูงใจ มูลเหตุในการก่อเหตุ เราพูดว่าเป็นผอ. อาจไปทำทุจริตก็ได้ ถ้ามองว่าเขาไม่ตั้งใจไปปล้น แต่ตั้งใจไปฆ่าคนใดคนหนึ่ง?

พล.ต.ต.วิชัย : "ตอนแรกที่วิเคราะห์ว่าไปยิงคนแล้วแกล้งทำหรือเปล่า ถ้าจะยิงผู้หญิงร้านทอง ผมต้องฆ่าคนรายทางเหรอ ผมไปดักยิงออกจากห้างที่ไหนก็ได้ ง่ายกว่า ผมไม่เชื่อ เรื่องยิงสี่นัด การฝึกปืนครูจะสอนเลยให้ยิงนัดหนึ่งสองสาม สังเกตมั้ยว่าไม่รู้คนที่ยิงขายทองนัดแรกนัดเดียวหรือเปล่า ตอนเข้ามาเห็นมั้ยเขายิงสามนัดเหมือนกัน ยิงคนเฝ้าอยู่สามคน นี่หลักการฝึกยิงเลย ปืนโอโต้นับหนึ่งสองสาม ยิงหนึ่งสองสาม ดังนั้นเป็นพฤติกรรม ผมวิเคราะห์ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ผมว่าปืนต้องได้แล้ว หัวกระสุนต้องได้แน่นอน การไปสอบตั้งแต่วันแรกเขาอาจถามเรื่องปืน ถ้าปืนอยู่ไปยิงเอาเกลียว ถ้าไม่อยู่ก็พิรุธแล้ว มันมีขั้นตอนสืบสวน"

ปรเมศวร์ : "ปืนชนิดนี้ไม่ได้แพร่หลายมาก ได้ข่าวว่าเขาเรียกคนที่มีปืนนี้มาหมด เพียงแต่เขาไม่บอกผู้สื่อข่าว เขาก็ทำงานของเขาไป"

ผอ. เคยถูกตำรวจเรียกมาสอบทีนึงแล้ว มันไม่พบมูลเหตุหรือข้อสงสัย?

พล.ต.ต.วิชัย : "อย่าไปคิดว่าสอบแต่ไม่พบมูลเหตุ มันเป็นเทคนิค เขาเรียกมาสอบเพื่อให้รู้พฤติกรรมก่อน พอรู้พฤติกรรมคุณมีหลักฐานอะไรก็เก็บไว้และจะย้อนกลับมา อย่าคิดว่าเรียกมาสอบแล้วไม่ใช่ เขามีหลักการ วิชาการ สอบเสร็จก็ตามต่อ ปล่อยให้ชะล่าใจก็มี สอบให้ตระหนกก็มี"

อยากบอกอะไรกับประชาชน?

ปรเมศวร์ : "ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งหมด อย่าคิดว่าแพะเลย ตำรวจไม่ทำแล้ว นั่นมันยุคโบราณ มั่นใจในตำรวจของไทยได้"

พล.ต.ต.วิชัย : "อยากฝากพี่น้องประชาชน ถ้ามีเบาะแสทุกคดี ให้แจ้งตำรวจ ไม่ต้องกลัวว่าแจ้งเบาะแสแล้วจะเป็นอะไร ตำรวจมีวิธีการต่างๆ เพื่อจับกุมคนร้ายหรือป้องกันการก่อเหตุ ฝากโซเชียลการลงข่าวที่ไม่ถูกต้องทำให้รูปคดีเปลี่ยนไป การทำงานของตำรวจก็จะยากขึ้น"
หัวหน้าช่างแขวงทางหลวงชนบทโคราช ใช้ปืนจ่อขมับยิงฆ่าตัวตาย เพื่อนร่วมงานคาดเครียดปัญหาหนี้สินหลายล้าน และต้องส่งลูกชาย 2 คน เรียนต่อ



หัวหน้าช่างแขวงทางหลวงชนบทโคราช ใช้ปืนจ่อขมับยิงฆ่าตัวตาย เพื่อนร่วมงานคาดเครียดปัญหาหนี้สินหลายล้าน และต้องส่งลูกชาย 2 คน เรียนต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.52 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งว่ามีคนยิงตัวตายภายในสำนักงานแขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา


ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหลังบ้านพักของเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา พบชายวัยกลางคน สวมเสื้อโปโลสีฟ้า กางเกงยีน นอนหงายเสียชีวิต มีเลือดไหลออกจากศีรษะเป็นทาง ข้างๆ พบปืนพกออโตเมติกขนาด 9 มม.ตกอยู่ทราบชื่อผู้ตายคือ นายธีระพงษ์ อายุ 51 ปี ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นนายช่างเครื่องกลชำนาญงาน ของแขวงทางหลวงนครราชสีมา ตรวจสอบไม่พบร่องการการต่อสู้ใดๆ เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงาน ทราบว่า เมื่อช่วงเช้านี้นายธีระพงษ์ ได้เข้ามาทำงานตามปกติ โดยช่วงก่อนเกิดเหตุได้สั่งให้ลูกน้องในที่ทำงานไปล้างรถ 2 คัน ที่บริเวณโรงจอดรถ หลังจากนั้นนายธีระพงษ์ ได้เดินไปที่รถยนต์ของตนเองที่จอดอยู่ด้านหลังบ้านพักเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา
ไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ลูกน้องจึงได้วิ่งไปดูและพบว่านายธีระพงษ์ ได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงตัวเองที่บริเวณขมับด้านขวาทะลุขมับซ้าย เลือดไหลกระจายไปทั่วบริเวณ เสียชีวิตคาที่ สร้างความตกใจให้กับลูกน้องเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ส่วนมูลเหตุที่ทำให้ตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้น คาดว่าน่าจะมาจากความเครียดเรื่องหนี้สิน เนื่องจากนายธีระพงษ์ ทางบ้านเป็นหนี้สินอยู่หลายล้านบาท อีกทั้งขณะนี้ยังต้องหาเงินส่งลูกชาย 2 คน โดยคนหนึ่งไปเรียนต่อต่างประเทศ และอีกคนกำลังเป็นนักศึกษาแพทย์ จึงไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้และส่งลูกเรียนได้ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองฆ่าตัวตายหนีปัญหาในครั้งนี้
 ผบ.ตร.เผย โจรปล้นร้านทอง คือ "ประสิทธิชัย เขาแก้ว" เจ้าตัวรู้ตัวว่ายังไงก็หนีไม่พ้น มีท่าทีสำนักผิด ย้ำทำคนเดียว



ผบ.ตร.เผย โจรปล้นร้านทอง คือ "ประสิทธิชัย เขาแก้ว" เจ้าตัวรู้ตัวว่ายังไงก็หนีไม่พ้น มีท่าทีสำนักผิด ย้ำทำคนเดียว 


"เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ และทำคนเดียว ผมถามถึงแรงจูงใจ แต่ผมก็ยังบอกไม่ได้ และเจ้าตัวก็มีทีท่าสำนึกผิด และเจ้าตัวก็บอกว่า ยังไงเขาก็หนีไม่พ้น ที่สำคัญเราได้ปืนที่เป็นหลักฐานแล้ว"



กรณีคนร้ายปล้นร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี พร้อมทั้งกราดยิงประชาชนและพนักงานในร้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน ได้ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท 2 สลึง มูลค่าประมาณ 5 แสนบาทเศษ ก่อนจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล ตั้งแต่คืนวันที่ 9 ม.ค.63 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.20 น.ของวันที่ 22 ม.ค. 63  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมคณะ เปิดเผยว่า หลังจากศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายประสิทธิชัย เขาแก้ว อายุ 39 ปี ข้าราชการครู และผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จังหวัดสิงห์บุรี โดยเราได้สอบถามสาเหตุต่างๆ ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เราจะแถลงข่าวอีกครั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 23 ม.ค.63 เวลา 10.30 น.
ด่วน! จับโจรปล้นทอง ที่แท้เป็นผอ.โรงเรียน สังหารโหด 3 ศพ สารภาพหมดเปลือก




ด่วน! จับโจรปล้นทอง ที่แท้เป็นผอ.โรงเรียน สังหารโหด 3 ศพ สารภาพหมดเปลือก

ด่วน! จับโจรปล้นทอง / จากคดีสะเทือนขวัญเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองออโรร่า ภายในห้างดัง อ.เมืองลพบุรี โดยใช้อาวุธปืนเก็บเสียงยิงเปิดทางใส่ชาวบ้านและพนักงานร้านทอง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ศพ ในจำนวนนี้มีเด็กชายวัย 2 ขวบโดนลูกหลงเสียชีวิตด้วย ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านที่เดินซื้อของในห้าง เหตุเกิดวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา



จากนั้นตำรวจได้ระดมกำลังออกติดตามและหาเบาะแสของโจรโหดรายนี้ โดยไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั่วเมือง รวมถึงตามเส้นทางที่ใช้ลพบุรี เบื้องต้นคาดยังกบดานในพื้นที่ ซึ่งจากเบาะแสพบคนร้ายใส่ชุดแบรนด์เนมมีราคาแพงทั้งตัว ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก็ราคาสูงเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงแกะรอยหาเบาะแส พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแส โดยมีรางวัลนำตัวและค่าหัวหลายแสนบาท

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ม.ค. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนร้ายที่ลงมือโหดปล้นทองและยิงจนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพได้แล้ว  เป็นผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุมตัวได้แล้ว อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก




จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และให้การรับสารภาพว่าปล้นทองและยิง 3 ศพจริง รอติดตามข่าวต่อไป.............

 ----------------------
ที่มาข่าวสด