12.1.64

เปิดรายละเอียดมาตรการ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ 2 เดือน เริ่มเมื่อไร ต้องทำอะไรหรือไม่ !?

 


เปิดรายละเอียดมาตรการ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ 2 เดือน เริ่มเมื่อไร ต้องทำอะไรหรือไม่ !?

กระทรวงการคลัง เผยถึงมาตรการเยียวยาโควิด 19 ระบาดระลอกใหม่ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เราชนะ จำนวน 3,500 บาท 2 เดือน ส่วนใครมีสิทธิได้บ้าง ตามไปเช็กกันเลย


          วันที่ 12 มกราคม 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงข่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรี โดยกล่าวถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ โดยมีโครงการ เราชนะ จ่ายเงินเยียวยาจำนวน 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน

          โดยจะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มกราคม 2564 สำหรับวิธีลงทะเบียนจะใช้การลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เราชนะ จะพยายามกำหนดวันให้เร็วที่สุด โดยอย่างเร็วคือสิ้นเดือนมกราคม อย่างช้ากดรับเงินในตู้เอทีเอ็ม ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์


ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิเยียวยาโครงการ เราชนะ

          - อยู่ในระบบประกันสังคม ยกเว้นผู้ที่อยู่ในมาตรา 39 และมาตรา 40

          - ข้าราชการและพนักงานของรัฐวิสาหกิจ

          - ผู้ที่มีรายได้สูง (อยู่ระหว่างพิจารณาเกณฑ์คุณสมบัติ อาจประเมินจากฐานเงินเดือนและบัญชีเงินฝาก)

ใครมีสิทธิรับเงินเยียวยา เราชนะ

          - ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการ 14 ล้านคน จะได้เข้าร่วมมาตรการอัตโนมัติ ไม่ต้องเข้ามาลงทะเบียน

          - ผู้ที่เคยเข้าร่วมมาตรการของรัฐบาล ซึ่งเคยใช้แอปฯ เป๋าตัง เช่น โครงการคนละครึ่ง จำนวน 15.3 ล้านคน

          - เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ

          ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะดึงข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณา ถ้ามีรายได้เกินเงื่อนไขที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิ ส่วนผู้ที่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินอัตโนมัติ ซึ่งต้องรอรับเงินผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยไม่ต้องลงทะเบียน ขณะที่ผู้ผ่านเกณฑ์แต่ไม่ได้มีฐานข้อมูลในแอปฯ เป๋าตัง จะได้รับเงินผ่านพร้อมเพย์



ขอบคุณข้อมูลจาก สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station

10.1.64

อุบลฯ ลูกกลับบ้านมาเยี่ยมบ้านปีใหม่ ทำพ่อวัย 62 ปี ติดโควิด นับเป็นรายที่3 ของอุบลฯ

 


 อุบลฯ ลูกกลับบ้านมาเยี่ยมบ้านปีใหม่ ทำพ่อวัย 62 ปี ติดโควิด นับเป็นรายที่3 ของอุบลฯ

วันที่ 10 ม.ค. 64 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าฯอุบลราชธานี และประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แถลงผลการตรวจพบผู้ป่วยติด โควิด-19 รายที่ 3 ของจังหวัด เป็นชายอายุ 62 ปี ชาว ต.สว่าง อ.สว่างวีระวงศ์ มีอาชีพขายผักตามตลาดนัดในอำเภอ

ผู้ว่าฯอุบลราชธานี กล่าวว่า ผู้ป่วยเคสนี้มีอาการไอ หอบเหนื่อยมาตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ก่อนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลวารินชำราบ ต่อมาวันที่ 9 ม.ค. แพทย์สงสัยว่าอาจมีการติดเชื้อ โควิด-19 จึงนำตัวเข้าห้องแยกโรค เก็บหาเชื้อส่งตรวจ ก่อนพบว่าผลตรวจเป็นบวก อย่างไรก็ตามวันนี้ (10 ม.ค.) ได้มีการย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เนื่องจากผู้ป่วย มีอายุมาก มีโรคประจำตัวเป็นความดัน เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง น้ำท่วมปอด ซึ่งอาการล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ยังอยู่ในการเฝ้าระวังของทีมแพทย์ เพราะกลัวว่าผู้ป่วยจะเกิดอาการแทรกซ้อน สำหรับผู้ป่วยรายนี้ได้รับเชื้อมาจากลูกชาย ที่ทำงานอยู่บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวช่วงวันที่ 26 ธ.ค.63- 1 ม.ค.64

โดยระหว่างนั้นผู้ป่วยยังคงไปทำงานขายผักปกติ ซึ่งมีวันที่ 7 ม.ค. ที่เดินทางไป อ.พิบูลมังสาหาร เพื่อร่วมงานแต่งงาน ก่อนจะเริ่มป่วยหนักในวันที่ 8 ม.ค. ทีมสอบสวนโรค จึงได้แจ้งลูกและครอบครัวที่เดินทางมาเยี่ยมในช่วงปีใหม่ให้ไปรับตรวจหาเชื้อในภูมิลำเนาที่อยู่ ส่วนภรรยา รวมกับคนในครอบครัว 4 คน และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลอำเภอวารินชำราบ 26 คน รวมทั้งผู้ป่วยที่มานอนรักษาตัวด้วยกัน 5 คน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอำเภอสว่างวีระวงศ์ 10 คน ให้กักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วัน นอกจากนี้ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำในไทม์ไลน์ของผู้ป่วยที่เดินทางไปขายผัก ร่วมทั้งงานแต่ง ขอให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรืออสม.ใกล้บ้าน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการในระยะนี้ด้วย 

คลิปแถลงข่าว https://fb.watch/2WxcbA82j3/

7.1.64

จีนปิดเมือง! ผงะคลัสเตอร์ใหญ่ คุมเข้ม-เร่งตรวจเชื้อ 11 ล้านคน

 


 จีนปิดเมือง! ผงะคลัสเตอร์ใหญ่ คุมเข้ม-เร่งตรวจเชื้อ 11 ล้านคน

จีนปิดเมือง! - วันที่ 8 ม.ค. บีบีซี รายงานว่า ทางการท้องถิ่นเมืองฉือเจียจวง มณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของ ประเทศจีน ประกาศ ล็อกดาวน์ ห้ามประชากรกว่า 11 ล้านคนเดินทางออกนอกพื้นที่ ภายหลังพบผู้ป่วย โควิด-19 จำนวน 120 คน เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา


ถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดของประเทศในรอบกว่า 5 เดือน ในจำนวนนี้ 51 คนเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายใน อีก 69 คนมีผลตรวจโควิดเป็นบวกแต่ไม่แสดงอาการ ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศตามรายงานอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 87,278 คน และเสียชีวิตแล้ว 4,634 คน


รายงานระบุอีกว่า เขตเกาเชิง เป็นศูนย์กลางการระบาดของคลัสเตอร์โควิด-19 ในเมืองฉือเจียจวง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกพื้นที่อย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันหน่วยงานสาธารณสุขจัดตั้งจุดตรวจมากกว่า 5,000 แห่งทั่วเมือง เพื่อเร่งตรวจหาเชื้อโควิดในประชากรทั้งหมด
นอกจากนี้ทางการเมืองฉือเจียจวงยังประกาศระงับบริการไปรษณีย์เป็นเวลา 3 วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสมรณะ พร้อมทั้งตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดป้องกันเชื้อบริเวณจุดเชื่อมต่อทางหลวง ด้านไชน่าเดลีระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการเขตเกาเชิง 3 คน ถูกลงโทษตามความผิดฐานละเลยหน้าที่จนเป็นเหตุให้โควิด-19 แพร่ระบาด


3.1.64

หลับในวูบ ชนอัดต้นไม้ เซ่น 3 ชีวิต

 


 หลับในวูบ ชนอัดต้นไม้ เซ่น 3 ชีวิต

     รถชนสยอง 2 รายเพราะซิ่งหลับในมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 8 คน รายแรกหนุ่มเมืองมะขามหวาน ขับรถพาครอบครัวไปสังสรรค์กับญาติจนดึก ภรรยาชวนกลับบ้านแต่ตัวเองง่วงไม่อยากขับไม่กล้าขัด พอออกจากบ้านญาติได้ 3 กม. เกิดหลับในรถพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเต็มแรง ตัวเองบาดเจ็บสาหัส ส่วนแม่ ภรรยาและหลานตายคาที่ อีกรายสาวโรงงานย่านสมุทรปราการ ควบรถปิกอัพกลับจากฉลองปีใหม่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ มีเพื่อนนั่งมาเต็มคันรถอีก 7 คน เกิดวูบหลับในรู้สึกตัวเกือบชนราวสะพาน หักหลบเต็มแรงรถเสียหลักตกถนน พลิกคว่ำหลายตลบตกคลอง เพื่อนจมน้ำดับสลด 1 ศพ ที่เหลือบาดเจ็บ


ซิ่งหลับในตกถนน 2 รายซ้อน มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ศพ บาดเจ็บ 8 ราย รายแรกหนุ่มวัย 26 ปี ขับรถปิกอัพพาครอบครัวกลับจากสังสรรค์กับญาติ เกิดหลับในรถชนต้นไม้โครมสนั่น เสียชีวิต 3 ศพ คนขับสาหัส โดยเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ม.ค. ร.ต.อ.ภัทรสารน์ คำตื้อ รอง สว. (สอบสวน) สภ.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุรถชนต้นไม้ริมถนนสายสระบุรี-หล่มสัก (ทางหลวงหมายเลข 21) ฝั่งขาเข้าตัวเมืองเพชรบูรณ์ หมู่ 7 ต.ห้วยโป่ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย นำกำลังและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองไผ่ รุดไปสอบสวน



พบรถปิกอัพฟอร์ด ทะเบียน 1 ขต 9769 กรุงเทพมหานคร ชนอัดคาต้นไม้พังยับทั้งคัน คนขับชื่อนายจิรพัฒน์ ตรีรัตน์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/2 หมู่ 2 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถูกอัดก๊อบปี้อาการสาหัส ผู้โดยสารอีก 3 คนเสียชีวิตคาที่ ชื่อนางลิ้นจี่ สังแอ๊ด อายุ 70 ปี แม่ น.ส.แพรวนภา วันสา อายุ 25 ปี ภรรยา และ ด.ญ.ปรัชญา ปัญญากุล อายุ 7 ปี หลานของนายจิรพัฒน์ ทั้งหมดอยู่บ้านเดียวกัน งัดร่างออกจากรถนำส่ง รพ.หนองไผ่

ร.ต.อ.ภัทรสารน์ คำตื้อ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า นายจิพัฒน์ให้การว่าพาครอบครัวไปหาญาติที่ ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ และพูดคุยสังสรรค์กันจนตีสองกว่าๆภรรยาชวนให้กลับ นายจิรพัฒน์ไม่อยากกลับเพราะง่วง แต่ภรรยาก็ดึงดันที่จะกลับให้ได้ เลยฝืนขับออกจากบ้านญาติได้ราว 3 กม. เกิดหลับในจนรถพุ่งชนต้นไม้ทำให้แม่ ภรรยาและหลานเสียชีวิต คนขับจะเมาหรือไม่ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ยืนยันก่อน


จุดเกิดเหตุเป็นถนนสี่เลนมุ่งหน้า จ.สระบุรี บริเวณสะพานคอนกรีตข้ามคลอง พบรถปิกอัพมิตซูบิชิสีดำ ทะเบียน 2 ฒร 6533 กรุงเทพมหานคร พลิกหงายท้องตกคลองหัวรถจมน้ำเกือบครึ่งคัน มีคนเจ็บชายหญิงติดอยู่ในรถ 5 คน อีก 3 คนกระเด็นอยู่ข้างรถ รีบงัดรถช่วยคนเจ็บออกมา พบว่า น.ส.กัญญาณัฐ ก้อนคำ อายุ 26 ปี เสียชีวิตไปแล้วเพราะจมน้ำ มีผู้บาดเจ็บ 7 คน ชื่อ น.ส.ติ๋ว เริกชัย อายุ 36 ปี คนขับ น.ส.มานะ บุญมั่น น.ส.สุกันยา เขียวกลม น.ส.มนทิรา ดาบส นายพานิต แสนทวีสุข นายสุดกมล เร็วเสาร์ และ น.ส.ณัฐธิกานต์ จอมโจร อายุ 23 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.บุรีรัมย์ ทำงานอยู่ในโรงงานพื้นที่ จ.สมุทรปราการ นำส่ง รพ.ชัยบาดาล และ รพ.ท่าหลวง

น.ส.ติ๋ว เริกชัย อายุ 36 ปี คนขับให้การว่า ตนกับเพื่อนๆรวม 8 คน ทำงานอยู่โรงงานใน จ.สมุทรปราการ แต่อยู่คนละแห่ง เดินทางไปฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านเกิด กระทั่งขากลับขับมาถึงถนนที่เกิดเหตุเป็นทางตรงและยาว ตนเกิดวูบหลับในมารู้สึกตัวตอนใกล้ถึงคอสะพาน รีบหักหลบกะทันหันเป็นเหตุให้รถเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบลงคลอง ทำให้มีเพื่อนเสียชีวิตและบาดเจ็บยกคันรถ

CR.ไทยรัฐ

10 อาชีพดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 2021 เผยทักษะงานแห่งอนาคต

  


10 อาชีพดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 2021 เผยทักษะงานแห่งอนาคต

ปี 2020 เรียกว่าเป็นปีซวย ของคนทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะเป็นปีที่ต้องเจอกับโรคระบาดครั้งใหญ่ กับไวรัส โควิด-19 (COVID-19) ปรากฏการณ์ที่ 100 ปีจะมาสักครั้ง ส่งผลกระทบให้ทั่วทุกหัวระแหง เงินหายกำไรหด ยกเว้นบางธุรกิจที่โตสวนกระแส ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียุคใหม่

ผลพวงจากโรคร้าย ทำให้หลายประเทศเลือกใช้วิธีให้ยาแรงด้วยการ ล็อกดาวน์ (Lockdown) แน่นอน..การเลือกใช้วิธีดังกล่าว ก็สัมพันธ์กับการตกต่ำทางเศรษฐกิจทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ ภาคธุรกิจจึงต้องเร่งปรับตัว หันมาใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ IoT (Internet of Things) และทั้งหมดทั้งมวลนี้เอง ส่งผลให้ "ตลาดแรงงาน" (Labour Market) เกิดความไม่มั่นคง

“ทักษะ” แห่งอนาคต 

จากการสำรวจดังกล่าว ได้บ่งบอกถึง “ทักษะงานแห่งอนาคต” ไว้ด้วย ซึ่งถ้าใครได้เตรียมพร้อมเรื่องเหล่านี้ รับรองไม่มีตกงานแน่นอน

จากรายงานฉบับเดียวกันระบุว่า ตำแหน่งที่ต้องการในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย กลุ่มงานการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) การวิเคราะห์ (Analysis) การแก้ปัญหาสิ่งที่บกพร่อง (Problem-Solving) และทักษะต่างๆ ในการจัดการตนเอง (Self-Management) เช่น การเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning), ความยืดหยุ่น (Resilience), การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และทนสภาวะความเครียด (Stress Tolerance and Flexibility) ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำงานด้านไหน หากมีทักษะเหล่านี้เข้ามาเพิ่ม คุณก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบริษัท

ในจำนวนนี้ มีสถานะการทำงานที่ไม่มั่นคงมากถึง 48.2% หรือกว่า 22 ล้านคน (ปี 2563) โดยมีสาเหตุมาจากผลพวงจากโควิด-19 และเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานเป็นดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด ซึ่งหลายธุรกิจเลือกที่จะปรับตัวด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัล การประชุมทางไกลผ่าน Conference ถึง 84% ใช้วิธีการ Work Remotely หรือทำงานที่ไหนก็ได้ 75% หันมาใช้ระบบอัตโนมัติ 50% การเร่งสร้างและเสริมทักษะ 40.6% การเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลและเสริม-สร้างทักษะใหม่ 34.4%

สำหรับงานแห่งอนาคตที่จะเกิดใหม่ประกอบด้วย
1. นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์
2. การตลาดดิจิทัลและผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์
3. ผู้เชี่ยวชาญ Big Data
4. ผู้เชี่ยวชาญ AI และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)
5. นักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน
6. ผู้เชี่ยวชาญ Supply Chain และโลจิสติกส์
7. ที่ปรึกษากลยุทธ์
8. มืออาชีพด้าน Database และ Network
9. ดีไซเนอร์ธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรม
10. มืออาชีพด้านการพัฒนาธุรกิจ

 

สำหรับตำแหน่งงานซ้ำซ้อนที่มีความเสี่ยงว่าจะหายไป ประกอบด้วย
1. พนักงานบันทึกข้อมูล
2. เลขาฯ ผู้บริหารและการจัดการ
3. พนักงานบัญชี, การลงบัญชี และธุรการเงินเดือน
4. แรงงานโรงงานและชิ้นส่วน
5. แรงงานก่อสร้าง
6. ตัวแทนจำหน่าย, การขายส่ง และอุตสาหกรรมการผลิต, เทคนิค
7. ผู้เชี่ยวชาญทรัพยากรบุคคล
8. ที่ปรึกษาการเงินและการลงทุน
9. พนักงานให้ข้อมูลลูกค้าและฝ่ายบริการลูกค้า
10. ธุรกิจบริการและผู้จัดการบริหาร

 

ส่วนเทรนด์ในการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต

1. Cloud Computing : 98%
2. IoT (Internet of Things) และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ : 95%
3. การเข้ารหัสลับและความปลอดภัยทางไซเบอร์ : 90%
4. อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) และการค้าดิจิทัล : 87%
5. การวิเคราะห์ Big Data : 85%
6. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) (ตัวอย่าง Machine Learning, Neural Network, NLP) : 80%
7. กระบวนการข้อความ, รูปภาพ และเสียง : 76%
8. หุ่นยนต์, ไม่ใช่มนุษย์ (Non-Humanoid) (ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม, โดรน) : 67%
9. การกักเก็บพลังงานและพลังงานไฟฟ้า : 62%
10. เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (ตัวอย่าง บล็อกเชน) : 59%

“ทักษะ” ดีมีชัย..

1. การคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม
2. การแก้ปัญหาซับซ้อน
3. Active Learning และกลยุทธ์การเรียนรู้
4. การคิดเชิงวิพากษ์และวิเคราะห์
5. ความคิดสร้างสรรค์, ความแปลกใหม่, การริเริ่ม
6. การแก้ปัญหาและประสบการณ์ผู้ใช้
7. ความเป็นผู้นำและอิทธิพลทางสังคม
8 ความยืดหยุ่น, ความอดทนต่อภาวะตึงเครียด และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
9. การออกแบบเทคโนโลยีและโปรแกรม
10. การใช้เทคโนโลยี, การตรวจจับและควบคุม
11. การใช้เหตุผล, การแก้ปัญหา และความคิด
12. การติดตั้งเทคโนโลยีและการบำรุงรักษา
13. การจัดการพนักงาน
14. การใส่ใจรายละเอียดและความไว้วางใจ
15. ความฉลาดทางอารมณ์

แค่มีทักษะไม่พอ ต้องสร้าง (Reskill) และเสริมทักษะ (Upskill)

1. การคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม
2. ภาคธุรกิจต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่แรงงานได้มีส่วนร่วม ปฏิบัติจริง และเรียนรู้ด้านกลยุทธ์
3. การคิดเชิงวิพากษ์และการวิเคราะห์
4. ความเป็นผู้นำและอิทธิพลทางสังคม
5. การแก้ปัญหาที่ความซับซ้อน
6. ความคิดสร้างสรรค์, ความแปลกใหม่ และการริเริ่ม
7. การใช้เทคโนโลยี, การตรวจจับและควบคุม
8. การออกแบบเทคโนโลยีและโปรแกรม
9. การใช้เหตุผล, การแก้ปัญหา และความคิด
10. ความยืดหยุ่น, ความอดทนต่อภาวะตึงเครียด และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

การตอบสนองในการยกระดับทักษะที่จำเป็น
1. ความคาดหวังการคงอยู่ของลูกจ้างในการยกระดับทักษะในงาน : 91%
2. ฟังก์ชันการจ้างงานคนนอกของบางบริษัทในการเป็นผู้รับเหมาภายนอก : 81%
3. การจ้างพนักงานประจำใหม่ที่มีทักษะสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ : 81%
4. กำลังมองหาการใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงาน : 78%
5. การโน้มน้าวลูกจ้างให้คงอยู่ : 75%
6. ความซับซ้อนเชิงกลยุทธ์ของพนักงานที่ขาดแคลนทักษะในการใช้เทคโนโลยีใหม่ : 59%
7. การจ้างฟรีแลนซ์ที่มีทักษะสำคัญในเทคโนโลยีใหม่ๆ : 56%

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลทีมนักวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI เผยว่า โรคระบาดครั้งใหญ่ในปี 2563 ส่งผลระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง ที่เรียกกันว่าเป็น “แผลเป็นทางเศรษฐกิจ” (economic scar) รอบด้าน เช่น คนเจน Z หรือวัย 15-24 ปี ที่กำลังเรียน หรือ จบการศึกษา จะเจอปัญหาการชะลอการจ้างงาน ขาดโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน กลายเป็นแผลระยะยาวยุค “บัณฑิตรุ่นโควิด”

คนวัยทำงานเต็มตัวอย่างเจน Y (25-39 ปี) และ เจน X (40-55 ปี) รายได้ที่ลดลง (อาจถูกลดชั่วโมงการทำงาน) สวนทางกับหนี้สินครัวเรือนที่พอกพูนมากขึ้น ขาดโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว

อีกกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบมากและกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยาก คือ แรงงานในกลุ่มธุรกิจที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน เนื่องจากได้รับผลกระทบรุนแรง และแรงงานในกลุ่มธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงาน (automation) ในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการ เช่น แรงงานภาคท่องเที่ยว แรงงานในอุตสาหกรรมบางประเภท ฯลฯ โดยเฉพาะหากเป็นแรงงานสูงอายุและมีการศึกษาและทักษะน้อย ก็อาจถูกเลิกจ้างถาวรแม้ปัญหาโควิดจะหายไปแล้วก็ตาม

การทำงานก็ไม่ต่างอะไรจากการใช้ชีวิต คนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ หรือวันๆ เอาแต่เกาะแข้งเกาะขาคนอื่น วันหนึ่งคุณอาจหลุดจากวงโคจร หรือ “ตกงาน” ได้ ฉะนั้น การพัฒนาตัวเองถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะโลกนี้มันโหดร้าย อ่อนแอ...ก็แพ้ไป

 

CR.ไทยรัฐ 

23.12.63

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง กระจายกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศไทย

 

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง กระจายกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศไทยอัปเดต รายชื่อจังหวัดที่ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 เชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง ล่าสุดกระจายไปกว่า 20 จังหวัด


วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย หลายคนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมียอดผู้ติดเชื้อที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร เพิ่มขึ้นทุกวัน และได้กระจายไปในหลายจังหวัด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยเก็บตัวอย่างตรวจทั้งคนไทยและเมียนมา พบเป็นสายพันธุ์ GH ซึ่งมีต้นตอมาจากประเทศอินเดียและสัมพันธ์กับเชื้อที่พบจากกลุ่มลักลอบมาจากท่าขี้เหล็ก เมียนมา และที่แม่สอด จ.ตาก ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการ กลายพันธุ์ในตำแหน่งยีน N501Y ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ในอังกฤษขณะนี้ รวมทั้งไม่มีผลต่อการผลิตวัคซีนของบริษัทต่างๆ ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 07.40 น. มีรายงานจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ดังนี้

  •     สมุทรสาคร
  •     กรุงเทพฯ
  •     นครปฐม
  •     ฉะเชิงเทรา
  •     สมุทรปราการ
  •     สระบุรี
  •     ปทุมธานี
  •     กำแพงเพชร
  •     นนทบุรี
  •     ปราจีนบุรี
  •     พระนครศรีอยุธยา
  •     กระบี่
  •     ขอนแก่น
  •     นครราชสีมา
  •     เพชรบุรี
  •     เพชรบูรณ์
  •     ภูเก็ต
  •     สุพรรณบุรี
  •     อุตรดิตถ์
  •     สุราษฎ์ธานี
  •     นครศรีธรรมราช
  •     ประจวบคีรีขันธ์
  •     ชัยนาท
  •     อ่างทอง
  •     ชัยภูมิ
  •     นครสวรรค์


ลือสระอาถรรพ์กลืนชีวิตแล้ว 6 ศพ ชาวบ้านผวาเสียงเด็ก 3 คน ว่ายน้ำเล่นทั้งคืน

 


ลือสระอาถรรพ์กลืนชีวิตแล้ว 6 ศพ ชาวบ้านผวาเสียงเด็ก 3 คน ว่ายน้ำเล่นทั้งคืน

 
ชาวบ้านลือสระน้ำที่ 3 เด็ก ป.1 ตกลงไปแล้วเสียชีวิตทั้ง 3 คน เป็นสระอาถรรพ์ มีคนตายจุดเดียวกันถึง 6 ศพ ไม่เว้นควาย 1 ที่จมน้ำตาย รวม 7 ชีวิต เผยเคยเป็นวัดกับโรงเรียนเก่ามาก่อน ผวาได้ยินเสียงเด็กเล่นน้ำในสระกลางดึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ธ.ค.) จากกรณีน้องพอท ,น้องภูเก็ต และน้องมาวิน อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ตาเสา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ลื่นไถลลงไปในสระน้ำหลังโรงเรียน จนเสียชีวิตรวม 3 ศพ

เหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้านต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับสระน้ำที่ได้ขุดลอกสระใหม่ แต่ยังไม่มีการทำบุญ หรือตั้งศาล ตามความเชื่อถือว่าเป็นเรื่องไม่ค่อยดี เพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนจมน้ำเสียชีวิตแล้วหลายราย ไม่เว้นควายที่ใครไม่เคยคิดว่าจะจมน้ำตายได้ ก็ยังเกิดขึ้นในสระน้ำแห่งนี้

จากการสอบถาม นางสว่าง อายุ 59 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า สระแห่งนี้อดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน เคยเป็นที่ตั้งวัดและโรงเรียน หลังจากนั้นได้มีการขุดให้เป็นสระน้ำสารธารณะ เพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำทำน้ำประปา จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการขุดลอกใหม่ แต่ไม่มีใครคิดที่จะทำบุญ หรือสร้างศาลไว้ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของผีป่าผีเขา


ต่อมาได้มีคนมาจมน้ำเสียชีวิตทีละคน ชาวบ้านคิดว่าเป็นเรื่องปกติ หลังจากเด็ก 3 คนจมน้ำเสียชีวิตในคราวเดียวกัน ชาวบ้านถึงกับผวา เพราะรวมกันแล้วมีคนเสียชีวิตที่สระแห่งนี้ถึง 6 ศพ ไม่นับควายที่มาจมน้ำตายในสระแห่งนี้อีก 1 ตัว ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการตั้งศาลหรือทำบุญสระน้ำตามประเพณี เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจ

ด้าน นางชั้น อายุ 65 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า การตายของเด็ก ป.1 ทั้ง 3 คน สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะยังเป็นเด็กและตายในคราวเดียวกัน

โดยหลังจากเด็กเสียชีวิต ยังมีชาวบ้านได้ยินเสียงเด็กว่ายน้ำเล่นบริเวณจุดเกิดเหตุเสียงดังทั้งคืน ชาวบ้านคาดว่าน่าจะเป็นวิญญาณของเด็กมาเล่นน้ำ เพราะไม่คิดว่าตัวเองยังไม่เสียชีวิต จึงอยากจะให้ผู้นำทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ชาวบ้านอุ่นใจและกล้าไปสระน้ำ

20.12.63

 กทม. ขอความร่วมมืองดจัดทุกกิจกรรมปีใหม่ ยกระดับคุมเข้ม 100% สถานที่หลักฝ่าฝืนปิดทันที

 

 


กทม. ขอความร่วมมืองดจัดทุกกิจกรรมปีใหม่ ยกระดับคุมเข้ม 100% สถานที่หลักฝ่าฝืนปิดทันที

กทม. ยกระดับมาตรการ โควิด-19 คุมเข้ม 100% สถานที่หลักฝ่าฝืนปิดทันที ขอความร่วมมืองดจัดทุกกิจกรรมปีใหม่ หากยืนยันจะจัดต้องขออนุญาต - เสนอแผนควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด
20 ธันวาคม 2563 ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมโรค กระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ประชุม คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร วาระเร่งด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) หลังเกิดการแพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. แถลงมาตรการภายหลังการแพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร ว่า กทม.จะยกระดับมาตรการ โควิด-19 คุมเข้ม 100% สถานที่หลัก ฝ่าฝืนปิดทันที พร้อมขอความร่วมมืองดจัดทุกกิจกรรมปีใหม่ หากยืนยันจะจัดต้องขออนุญาต ทำแผนควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ 1. สถานที่หลักที่ต้องยกระดับ คุมเข้ม 100% ดังกล่าว ได้แก่
- สถานบริการ ผับ บาร์ สถานบันเทิง และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ยกระดับมาตรการ ห้ามเต้น ห้ามแออัด รวมตัวกันจำนวนมาก อนุญาตนั่งทานอาหาร ฟังเพลงอย่างเดียว แต่ละโต๊ะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 1.5 ม.
- สนามมวย ใส่หน้ากาก 100% ตลอดเวลา พร้อมจำกัดจำนวนผู้ที่จะเข้าไป
- ตลาด ใส่หน้ากาก 100% ประเมินความเสี่ยงโดยระบบ BKK COVID 19 100% และสแกนเก็บข้อมูลผู้เข้าออกตลาด 100%

โดยทุกเขตจะดำเนินมาตรการหากพบฝ่าฝืนปิดทันที

เปิดไทม์ไลน์ 2 แม่ค้า กทม.เขตบางซื่อ-คลองสามวา ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งทั้งหมดมีประวัติไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร

 


เปิดไทม์ไลน์ 2 แม่ค้า กทม.เขตบางซื่อ-คลองสามวา ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งทั้งหมดมีประวัติไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร

เฟซบุ๊กของร้อยตำรวจเอก พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร เผยไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ กทม. จำนวน 2 ราย ซึ่งรายแรกเป็นแม่ค้าคนกลางรับซื้ออาหารทะเลที่ จ.สมุทรสาคร มาขายที่บ้านในเขตบางซื่อ และรายที่ 2 เป็นแม่ค้าขายกุ้งสดที่ตลาดในเขตคลองสามวา

รายที่ 1 เพศหญิงอายุ 78 ปี เป็นแม่ค้าคนกลางรับซื้ออาหารทะเลที่ จ. สมุทรสาคร มาขายที่บ้านในเขตบางซื่อ มีไทม์ไลน์ดังต่อไปนี้


- 28 พ.ย. - 10 ธ.ค.2563 เป็นแม่ค้าคนกลางรับซื้ออาหารทะเลที่ จ.สมุทรสาคร ทุกวัน มีการสัมผัสใกล้ชิดพูดคุยกับผู้ป่วยที่ จ.สมุทรสาคร โดยนำอาหารทะเลมาพักไว้ที่บ้านเพื่อรอจำหน่ายให้ลูกค้า

 - 11 ธ.ค.2563 รับซื้ออาหารทะเลจากแพปลาที่ จ.สมุทรสาคร มาขายใน กทม. ทุกวัน

เวลา 05.00-07.00 น. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกับลูกชาย 2 คน ขณะอยู่แพปลาสวมหน้ากากฯ แต่อยู่ในรถไม่ได้สวม

- 12-13 ธ.ค.2563 มีอาการแสบจมูก ต่อมาปวดศีรษะ ลิ้นรับรสน้อยลง เจ็บคอ มีน้ำมูก

 - 14 ธ.ค.2563 เริ่มมีอาการแสบจมูก เหมือนมีไข้ คิดว่าตัวเองไปตากฝนมา ทานยาลดไข้เอง

 - 15 ธ.ค.2563 มีอาการปวดศีรษะ ลิ้นรับรสได้น้อย ทานอาหารได้น้อย ทานได้เฉพาะข้าวต้ม

 - 16 ธ.ค.2563 พูดคุยกับเจ้าของแพปลา มีลูกน้องเป็นชาวเมียนมาหลายคน (ตรวจไม่พบโควิด) ส่วนเจ้าของแพปลาเริ่มมีอาการจึงไปตรวจโควิด-19 ที่ รพ.เอกชน

- 17 ธ.ค.2563 คนไข้มาตรวจโควิด-19 ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง

เวลา 20.30 น. ผลตรวจเป็น Detected คนไข้อยู่บ้าน รพ.เอกชนโทรแจ้งคนไข้และ Refer มาที่ รพ.

 - 18 ธ.ค.2563 เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.เอกชน

 - 19 ธ.ค.2563 คัดกรองผู้สัมผัสในครอบครัว แบ่งเป็น เสี่ยงสูง 18 ราย , เสี่ยงต่ำ 33 ราย รวม 51 ราย (รอผลตรวจ)


รายที่ 2 เพศหญิง อายุ 33 ปี เป็นแม่ค้าขายกุ้งสดที่ตลาดในเขตคลองสามวา

 - 28 พ.ย. - 10 ธ.ค.2563 รับซื้ออาหารทะเลจากแพปลาที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร นำมาขายที่ตลาดแห่งหนึ่งตั้งแต่เวลา 16.00 น. - 20.00 น. ทุกวัน

 - 11-13 ธ.ค.2563 รับซื้ออาหารทะเลจากแพปลาที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร มาขายที่ตลาดแห่งหนึ่งกับแฟน และลูกน้อง (ไม่ได้เดินทางไปที่อื่น) อาศัยอยู่กับแฟน , ลูกน้อง , ลูกชาย , พี่สะใภ้

  14 ธ.ค.2563 เริ่มมีอาการจาม มีน้ำมูก ไม่ได้ขายของที่ตลาด

- 15-17 ธ.ค.2563 มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น

 - 18 ธ.ค.2563 มาที่ รพ.เอกชน ผลการตรวจโควิด Detected

- 19 ธ.ค.2563 เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.เอกชน แห่งหนึ่ง (ตามสิทธิ์ประกันสังคม) คัดกรองผู้สัมผัสเสี่ยงในครอบครัว เสี่ยงสูง 4 คน (รอผล)

18.12.63

สมุทรสาครวุ่น! พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 13 ราย หลังตรวจในตลาดกลางกุ้งไป 2 พันคน

 


        เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (18 ธ.ค.) ที่ จ.สมุทรสาคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข ​ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าหลังพบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร โดยให้สัมภาษ​ณ์ว่า ​วันนี้ได้มาติดตามความคืบหน้ากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้ทีมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งทีมทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรสาคร และผู้ว่าราชการจังหวัดในการติดตามสอบสวนโรคและตรวจหาเชื้อ ขณะนี้มีความพร้อมค่อนข้างมาก

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณส่งรถตรวจหาเชื้อนิรภัยพระราชทานจำนวน 3 คัน เพื่อทำการตรวจผู้ที่พักอาศัย ในตลาดกลางกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ประมาณ 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ในจำนวนนี้มีคนไทยอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ตรวจหาเชื้อไปแล้วกว่า 2,000 คน เบื้องต้น พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับตลาด และจะขยายการสอบสวนโรคต่อไป

สำหรับผู้ติดเชื้อรายแรกขณะนี้ได้ทราบ timeline ในแต่ละวัน ซึ่งมีอาชีพค้าขายโดยรวบรวมกุ้งไปขายอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งจะต้องติดตามหาผู้สัมผัสเพิ่มเติมส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงขณะนี้ได้เข้าระบบกักกันแล้ว

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (18 ธ.ค.) ที่ จ.สมุทรสาคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข ​ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าหลังพบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร โดยให้สัมภาษ​ณ์ว่า ​วันนี้ได้มาติดตามความคืบหน้ากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้ทีมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งทีมทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรสาคร และผู้ว่าราชการจังหวัดในการติดตามสอบสวนโรคและตรวจหาเชื้อ ขณะนี้มีความพร้อมค่อนข้างมาก

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณส่งรถตรวจหาเชื้อนิรภัยพระราชทานจำนวน 3 คัน เพื่อทำการตรวจผู้ที่พักอาศัย ในตลาดกลางกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ประมาณ 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ในจำนวนนี้มีคนไทยอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ตรวจหาเชื้อไปแล้วกว่า 2,000 คน เบื้องต้น พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับตลาด และจะขยายการสอบสวนโรคต่อไป

สำหรับผู้ติดเชื้อรายแรกขณะนี้ได้ทราบ timeline ในแต่ละวัน ซึ่งมีอาชีพค้าขายโดยรวบรวมกุ้งไปขายอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งจะต้องติดตามหาผู้สัมผัสเพิ่มเติมส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงขณะนี้ได้เข้าระบบกักกันแล้ว

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข

9.12.63

ไข้หวัดนก H5N8 สายพันธุ์ร้ายแรง โผล่ระบาดฟาร์มเป็ดฝรั่งเศส

 

ไข้หวัดนก H5N8 สายพันธุ์ร้ายแรง โผล่ระบาดฟาร์มเป็ด “ฝรั่งเศส” สั่งจัดตั้งเขตรักษาความปลอดภัยโดยรอบ

เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค. 63) กระทรวงเกษตรของฝรั่งเศสรายงานการตรวจพบไข้หวัดนกชนิดรุนแรง สายพันธุ์เอช5เอ็น8 (H5N8) ในฟาร์มเลี้ยงเป็ดทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ถือเป็นการระบาดในฟาร์มที่ได้รับการยืนยันเป็นครั้งแรกของฝรั่งเศสในปีนี้

ไวรัส H5N8 เป็นไวรัสที่ไม่เคยตรวจพบในมนุษย์มาก่อน แต่มีฤทธิ์แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่สัตว์ป่าของยุโรปผ่านนกอพยพ

แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุว่า “ห้องปฏิบัติการขององค์การความปลอดภัยและสุขอนามัยทางอาหาร สิ่งแวดล้อม และอาชีพแห่งฝรั่งเศส (ANSES) ได้ยืนยันพบการติดเชื้อไวรัส H5N8 ในฟาร์มเป็ดขนาด 6,000 ตัว ในชุมชนเบเนสส์ มาแรมน์ ภูมิภาคลองด์ โดยพบอัตราการตายสูงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม”

เป็ดที่ติดเชื้อทั้งหมดล้วนถูกแยกออกมาและมีการจัดตั้งเขตรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบฟาร์มแล้ว ทั้งยังมีการประกาศห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส

นอกจากนี้กระทรวงฯ เสริมว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีรายงานพบหงส์ป่า 3 ตัว และห่านป่า 1 ตัว ซึ่งตายแล้วและได้รับการยืนยันว่าเป็นพาหะของไวรัส H5N8

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีรายงานพบ ไข้หวัดนก H5N8 จึงได้สั่งกำจัดสัตว์ปีกไปเป็นจำนวนมาก

ขอขอบคุณ

ภาพ :AFP

 

 

8.12.63

ตรวจสอบเงินประกันรายได้เกษตร จ่ายส่วนต่าง 'ประกันราคาข้าว' รอบที่ 1 (งวดที่ 5)


 

เช็คที่นี่! ตรวจสอบเงินประกันรายได้เกษตร จ่ายส่วนต่าง "ประกันราคาข้าว" รอบที่ 1 (งวดที่ 5)

ตรวจสอบเงินประกันรายได้เกษตร จ่ายส่วนต่าง "ประกันราคาข้าว" รอบที่ 1 (งวดที่ 4) เช็คที่นี่!

ตามที่ รัฐบาล ได้อนุมัติ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 8.79 แสนครัวเรือน ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (...) จะโอนเงินให้กับธนาคารแต่ละสาขา วันนี้ (16 ..) งวดแรกนั้น

คลิกตรวจสอบ >> https://chongkho.inbaac.com/

กรมการค้าภายใน ออกประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เรื่องกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 (งวดที่ 5) ความว่า

ตามที่คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้ออกประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อไข และวิธีการ การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ไปแล้วนั้น

 

6.12.63

ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 กรุงไทยคาดคนแห่ชิงสิทธิ 3,500 บาท เกิน 10 ล้านคน

 


ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 กรุงไทยคาดคนแห่ชิงสิทธิ 3,500 บาท เกิน 10 ล้านคน

 กรุงไทย เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 ชิงสิทธิ 3,500 บาท คาดคนแห่ชิงสิทธิมากกว่า 10 ล้านคน

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 วันที่ 16 ธ.ค. 63 เพื่อขอรับสิทธิคนละ 3,500 บาท เริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 ม.ค. 64 ว่าขณะนี้ได้รับปรับปรุงระบบเว็บไซต์ให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากถึง 5 แสนถึง 1 ล้านผู้ใช้งานต่อครั้ง จากเดิมที่รองรับ 2 แสนผู้ใช้งานต่อครั้ง พร้อมคาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 มากถึง 10 ล้านคน จากจำนวนที่กำหนดไว้ 5 ล้านคน และยอมรับว่าระบบยังมีปัญหาเรื่องการยืนยันตัวตนผ่านด้วยรหัส OTP ผ่าน SMS โดยได้มีการพูดคุยกับผู้ให้บริการ (Network Operator) ให้เพิ่มกำลังให้เต็มประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ใช้สิทธิคนละครึ่งเฟสแรก ระบบจะเพิ่มวงเงินเข้าไปในแอปพลิเคชั่นเป๋าตังในวันที่ 1 ม.ค. 64 แบบอัตโนมัติ ดังนั้น ขออย่าได้กังวลเรื่องการรับสิทธิ 500 บาท

 

5.12.63

เหมยขาบมาแล้ว นักท่องเที่ยวสุดฟินยอดดอยอินทนนท์เช้านี้ 3 องศาเซลเซียส

 

 เหมยขาบมาแล้ว นักท่องเที่ยวสุดฟินยอดดอยอินทนนท์เช้านี้ 3 องศาเซลเซียส

เกิดปรากฏการณ์เหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งที่ยอดดอยอินทนนท์เป็นรอบที่ 2 ของฤดูหนาวปีนี้ เช้านี้นักท่องเที่ยวโชคดีเจออากาศหนาวจัดที่ 3 องศาฯ 

ที่ยอดดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พบว่ามีอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6 องศาเซลเซียส ส่วนที่บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอุณหภูมิลดลงมาเหลือเพียง 3 องศาเซลเซียส ทำให้อุณหภูมิยอดหญ้าในบางจุดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส

ทำให้เช้านี้นักท่องเที่ยวนับพันคนที่ขึ้นไปท่องเที่ยวยอดดอยอินทนนท์ นอกจากจะได้สัมผัสอากาศหนาวเพียง 3 องศาเซลเซียส และชมความสวยงามของทะเลหมอกที่ปกคลุมดอยหัวเสือจากจุดชมวิวกิ่วแม่ปานแล้ว หลายคนยังมีโอกาสได้สัมผัสปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของอากาศหนาวจัดที่ยอดดอยอินทนนท์ ที่หลายคนรอคอย คือปรากฏการณ์เหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็ง ที่เกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2 ของฤดูหนาวปีนี้  ซึ่งรอบแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา

เหมยขาบรอบนี้เกิดขึ้นบริเวณกิโลเมตรที่ 46 และบริเวณยอดดอย ในบางจุดที่อับลมและมีความชื้นเหมาะสมก็เกิดเหมยขาบสวยงามให้เห็นตามยอดหญ้า และใบไม้ที่ใกล้พื้นดิน ขณะที่บริเวณพงหญ้าด้านหน้าหอดูดาว ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์เกิดเหมยขาบเป็นผืนกว้างจนขาวโพลน นักท่องเที่ยวต่างก็พากันถ่ายภาพความสวยงามที่หาโอกาสชมได้ยากโพสต์แชร์อวดเพื่อนกันอย่างคึกคัก

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการส่งสัญญาณอากาศหนาวส่งท้ายปี เนื่องจากตัวเมืองเชียงใหม่เองก็มีอากาศหนาวต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสต่อเนื่องมาหลายวันเช่นกัน หลายจุดก็เริ่มมีกิจกรรมท่องเที่ยว ต้อนรับนักท่องเที่ยวกันแล้ว

ทางด้าน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ในช่วงวันที่ 4-7 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่จะมีลมตะวันตกพัดพาความหนาวเย็นจากประเทศเมียนมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 10 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลงแต่ยังคงทำให้ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องไปอีก

 

3.12.63

ชาวนาตายายร่ำไห้ คนใจร้ายจุดไฟเผาข้าวกว่า 2 ตัน ทำนามาทั้งปีเหลือแค่กองขี้เถ้า

 

เพิ่มคำบรรยายภาพ

 ชาวนาตายายร่ำไห้ คนใจร้ายจุดไฟเผาข้าวกว่า 2 ตัน ทำนามาทั้งปีเหลือแค่กองขี้เถ้า

จากกรณีที่โชลเซียลที่จังหวัด ลำปางได้แชร์ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้กองข้าวของชาวนาพร้อมโพสต์ข้อความว่า “ไฟไหม้ข้าวของชาวนาบ้านสมัยสบปราบ ลำปาง น่าจะมีคนจงใจแกล้งจุดไฟเผาเพราะข้าวมีแค่สองกองไฟไม่ได้ลามไปไหนเลยวันนี้มีงานศพที่บ้านชาวบ้านพากันไปช่วยงานศพไม่ได้นอนเฝ้า พรุ่งนี้จะขนขึ้นบ้านแล้วจิตใจทำด้วยอะไรบาปกินหัวแน่แม่” ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์คลิปดังกล่าวออกไปทำให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นและเขียนข้อความให้กำลังเพราะสงสารชาวนา 2 ตายายกันเป็นจำนวนมาก


 ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (3 ธ.ค.63) นายคำปัน ใจนันต๊ะ อายุ 66 ปี และนางยาม ใจนันต๊ะ อายุ 61 ปี สอง ตายาย เจ้าของข้าวพาเราไปดูจุดเกิดเหตุที่กลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านสมัยเสรี หมู่ที่ 11 ต.สมัย อ.สบปราบ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นที่นาของตัวเองและเป็นจุดที่ตากข้าว โดยเมื่อสองตายาเห็นสภาพกองข้าวที่ถูกไฟไหม้กลายเป็นกองขี้เถ้าสีดำและยังคงมีไฟคุกรุ่นอยู่ถึงกับร้องไห้ออกมาเพราะเสียดายข้าวที่อุตส่าห์ทำมาเกือบทั้งปีถูกไฟไหม้จนเหลือแต่กองเถ้าถ่านทั้งหมด

สองตายาย ได้เล่าว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (2 ธ.ค.63) มีชาวบ้านมาบอกว่าเห็นไฟไหม้แถว ๆ ที่นาตัวเองจึงรีบมาดู พบว่าไฟได้ไหม้กองข้าวที่ตนเองจ้างคนมาเก็บเกี่ยวแล้วนำมากองไว้ รวมกันจำนวน 2 กอง ซึ่งมีกำหนดจะใช้เครื่องมานวดเอาเมล็ดข้าววันนี้ ตอนที่เห็นไฟไหม้ตนเองแน่นหน้าอก พูดไม่ออก เข่าทรุดนั่งร้องให้อยู่ข้างนา ลูกสาวตนเองถึงกับเป็นลม เพราะเข้าไปดับไฟไม่ได้เนื่องจากไฟกำลังโหมลุกไหม้ เพราะเสียดายข้าวที่อุตส่าห์ทำมาเกือบทั้งปี ซึ่งข้าวสองกองนี้กองแรกเป็นข้าวเจ้า ส่วนอีกกองเป็นข้าวเหนียว ปริมาณความเสียหายกว่า 2 ตัน

ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าคงมีคน ใจบาป จงใจเผาเพราะว่าไฟไหม้เฉพาะกองข้าวเพียงสองกองเท่านั้น ประกอบกับเห็นมีท่อนไม้ไผ่ซุกอยู่ที่กองข้าวด้วยคาดว่าท่อนไม้ดังกล่าวคนที่ก่อเหตุน่าจะนำมาใช้เป็นคบเพลิงสำหรับจุดไฟ ทั้งนี้ตนเองได้แจ้งความไว้ที่ สภ.สบปราบแล้ว ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เคยทะเลาะหรือมีเรื่องกับใคร เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะรู้จักครอบครัวตนเองเป็นอย่างดีเพราะรู้ว่านาของตัวเองอยู่ที่ไหนและกองข้าวอยู่จุดใด อยากขอให้ จนท.เร่งตรวจสอบและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

 

 

26.11.63

5 โรคระบาดหน้าหนาว ทุกเพศทุกวัยควรระวัง

 


 5 โรคระบาดหน้าหนาว ทุกเพศทุกวัยควรระวัง

 แม้ว่าหน้าหนาวบ้านเราจะไม่ค่อยหนาวเท่าไร แต่ก็มีโรคระบาดหน้าหนาวที่ทุกเพศทุกวัยควรระวังอยู่ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องระวังเจ็บป่วย สามารถฉีดวัคซีนป้องกัน หมั่นรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอกลุ่มเสี่ยงโรคระบาดฤดูหนาวนายชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูหนาว มีกลุ่มเสี่ยงโรคระบาด ได้แก่

  •     เด็กเล็กช่วงอายุ 0-5 ปี
  •     ผู้สูงอายุ
  •     ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง


โดยกลุ่มคนเหล่านี้อาจเจ็บป่วยด้วยโรคที่มาพร้อมฤดูหนาว ดังนี้
5 โรคระบาดหน้าหนาว ทุกเพศทุกวัยควรระวัง


    1.โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่
อาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บหรือแสบคอ
สำหรับไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ หรืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

    2.โรคติดเชื้อไวรัส RSV
มีอาการสำคัญเหมือนโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยมักหายเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี รวมทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรังเกี่ยวกับหัวใจและปอด และผู้ป่วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
หากพบว่ามีไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ไอ มีเสมหะ หายใจเร็วและแรง หอบเหนื่อยหรือมีเสียงวี๊ดขณะหายใจ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

    3.โรคมือ เท้า ปาก
อาการสำคัญ คือ มีไข้ 2–4 วัน เบื่ออาหาร มีแผลคล้ายแผลร้อนในที่ปาก ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม และมีผื่นเป็นจุดแดง ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำพองใส แดง บริเวณที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ต้นขา หรือที่ก้น ไม่มีอาการคัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 10 วัน

    4.โรคหลอดลมอักเสบ และปอดบวม
อาการสำคัญ คือ มีไข้ ไอ มีเสมหะมาก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหนื่อยหอบ

    5.โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อโรต้าไวรัส
อาการสำคัญ คือ มีไข้ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำ ซึ่งอาการถ่ายเหลวจะหายภายใน 3-7 วัน
นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น ภูมิแพ้ ผื่นผิวหนังอักเสบ ตาอักเสบ เป็นต้น


วิธีดูแลตัวเอง ลดความเสี่ยงโรคระบาดหน้าหนาว

  •     หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และจัดเตรียมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น
  •     รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กินอาหารร้อนหรืออาหารปรุงสุกใหม่
  •     ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ
  •     ใส่หน้ากากอนามัย/ผ้า ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 70%
  •     หากบุตรหลานป่วยให้พักรักษาตัวอยู่บ้าน และควรหยุดเรียนจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  •     ดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ ดูแลรักษาและทำความสะอาดอาคาร สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องเล่น ของใช้ ของเด็กเล่น เป็นประจำทุกสัปดาห์ ด้วยน้ำยาทำความสะอาด


ขอขอบคุณ

ภาพ :iStock ,sanook

20.11.63

ไลฟ์สไตล์สายรักษ์โลก ‘ลิ้นมังกร’ แต่งห้องได้เก๋ๆ ทั้งยังฟอกอากาศได้

 


ไลฟ์สไตล์สายรักษ์โลก ‘ลิ้นมังกร’ แต่งห้องได้เก๋ๆ ทั้งยังฟอกอากาศได้

     ลิ้นมังกร พืชในร่มปลูกในห้อง ฟอกอากาศได้ เลี้ยงง่าย รดน้ำไม่บ่อย แต่อึดมาก แต่งห้องได้เก๋ไก๋ เหมาะกับไลฟ์สไตล์รักษ์โลกรักธรรมชาติ

ไลฟ์สไตล์สายรักษ์โลก ‘ลิ้นมังกร’ ไม้ฟอกอากาศพันธุ์อึด ไม่แพง และแต่งห้องได้เก๋ๆ
การปลูกต้นไม้หรือเลี้ยงต้นไม้ ไม่ได้เพียงช่วยลดภาวะโลกร้อน แต่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มากมาย โดยเฉพาะต้นไม้ที่ใช้ปลูกในบ้าน สามารถนำมาเลี้ยงในบริเวณบ้าน ห้องนอน ห้องทำงาน หรือตามมุมต่างๆ ของบ้านได้ตามต้องการ สร้างบรรยากาศดีๆ ยามที่ใช้บริการ Alpha88 เกมส์ออนไลน์ดีที่สุดจากห้องของตัวเองถือได้ว่าชิลสุดๆ

สำหรับการปลูกต้นไม้ในบ้านไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด และที่สำคัญต้นไม้นั้นยังมีคุณบัติพิเศษ อาทิ เพิ่มความชื้นในอากาศ, ผ่อนคลายความเครียด ช่วยฟอกอากาศทำให้อากาศบริสุทธิ์ รวมถึงเป็นของตกแต่งห้องที่ดีเลนทีเดียว 

กระแสหนึ่งที่มาแรงในช่วงที่ผ่านมา คือ การแต่งห้องสไตล์มินิมอลๆ ประกอบด้วยห้องสีเอิร์ธโทน ขาว เบจ น้ำตาล เทาอ่อน และมักจะใช้ต้นไม้สีเขียวประดับห้องเพื่อให้ดูสดชื่น ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เน้นต้นไม้กลุ่มเลี้ยงง่ายและปลูกในห้องได้ ดังนั้นในบทความจึงขอเสนอพืชที่มีลักษณะโดดเด่น เลี้ยงง่าย และมีความอึดมากๆ คือ ‘ลิ้นมังกร’ นั้นเอง

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาและชื่อของต้นนี้กันบ้างแล้ว สำหรับต้นลิ้นมังกร เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน อยู่ในสกุล Sansevieria ชื่อในภาษาอังกฤษค่อนข้างน่ากลัวว่า 'Snake Plant'  เนื่องจากมีใบเรียวยาวลักษณะเหมือนงู ปลายแหลม หนาและแข็ง ขอบใบมีความโค้งงอหรือบิดเกลียว สีของใบที่เห็นทั่วไปคือ สีเขียว ขอบใบสีเหลือง แต่บางสายพันธุ์มีสีเขียวล้วนหรือสีเขียวซีด พืชชนิดนี้เป็นพืชท้องถิ่นในทวีปแอฟริกาตะวันตก ทำให้ลิ้นมังกรเหมาะสมกับอากาศร้อนของประเทศไทยเรา

ต้นลิ้นมังกรนี้ดูแลง่ายมาก ทั้งยังฟอกอากาศในห้องด้วย ส่วนการดูแลและรดน้ำต้นลิ้นมังกรก็ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ถ้าหากวางไว้ในร่มก็สามารถรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้าวางไว้ข้างนอกหรือบริเวณที่มีแสงส่องให้รดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

เจ้าต้นลิ้นมังกรนี้ ขึ้นชื่อว่าทรหดอดทนมาก เพราะเติบโตได้เกือบทุกสภาพแวดล้อม สามารถปลูกในสวนกลางแจ้งหรือปลูกในกระถางแล้วตั้งในห้องแอร์ก็ได้ เหมาะกับการปลูกประดับในบ้าน ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ พร้อมทั้งเติมปุ๋ยเม็ดทุกๆ 1-2 เดือนก็เพียงพอแล้ว

ที่สำคัญ ลิ้นมังกร เป็นพืชที่ช่วยฟอกอากาศในห้องได้ดี องค์การนาซ่า (NASA) เคยทำการทดลองวิจัยว่า ต้นลิ้นมังกรจะคายก๊าซออกซิเจนออกมาในเวลากลางคืน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน ตรงกันข้ามกับพืชทั่วๆ ไปที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืน นี่คือสาเหตุที่ลิ้นมังกรกลายมาเป็นไม้ประดับยอดนิยม ที่ควรค่าแก่การตั้งไว้ในห้องนอนหรือมุมต่างๆ ในบ้าน เพราะเท่ากับได้เครื่องฟอกอากาศธรรมชาตินั้นเอง
 

12.11.63

วิธีดูแล รถสีดำ ให้เงางามอยู่เสมอ

 



วิธีดูแล รถสีดำ ให้เงางามอยู่เสมอ

  สำหรับ รถสีดำ เป็นรถที่เห็นแล้วให้ความรู้สึก เท่ สง่างาม ดูคลาสสิค แต่ดูแลยาก เพราะเวลาที่มีฝุ่นมาเกาะ หรือรอยขีดข่วนนิดหน่อยก็จะเห็นชัดเจน ซึ่งจริงๆแล้ววิธีการดูแลทำความสะอาดรถสีดำก็เหมือนกับรถสีอื่นๆค่ะ เพียงแค่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษมากกว่ารถสีอื่นๆนิดนึง ลองมาดูกันค่ะว่ามีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้รถสีดำของเราดูเงางามอยู่เสมอ

   1 การดูแลรถสีดำ อย่าใช้ไม้ปัดขนไก่ปัด เพราะเสี่ยงทำให้เกิดรอยขนแมวได้ง่ายมาก แนะนำว่าให้ฉีดน้ำล้างตัวรถดีกว่า


   2 ถ้าจะใช้ผ้าเช็ดฝุ่น อย่าใช้ผ้าแห้งเช็ด ผ้าที่เหมาะจะเอามาเช็ดรถคือ ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าชามัวร์ ก่อนเช็ดควรเอาไปชุบน้ำ บิดน้ำออกให้เปียกพอหมาดๆ แล้วจึงนำไปเช็ดรถ วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดรอยขนแมวกับรถได้


    3 จะรถเก่าหรือรถเพิ่งถอยมาใหม่ ควรลงแว็กซ์เคลือบสีอย่างสม่ำเสมอ อาจจะอาทิตย์ละครั้งก็ได้นะคะ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายๆ แถมยังช่วยให้ฝุ่นจับรถได้ยากด้วย สำหรับแว๊กซ์ที่จะใช้ควรเป็นแว็กซ์ที่มีคุณภาพ หรือเหมาะสำหรับรถสีดำโดยเฉพาะ


    4 การเคลือบแก้ว ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้รถสีดำของคุณดูเงางามอยู่เสมอ แถมยังป้องกันไม่ให้มีรอยขนแมวได้ด้วย แล้วก็ช่วยป้องกันรถจากแสงแดดที่จะมาทำให้สีซีด แต่การเคลือบแก้วราคาอาจจะแพงหน่อยนะ


    5 กรณีที่รถสีดำมีรอยขนแมวบางๆ เกิดขึ้นแล้ว ให้ขัดสีรถลบรอย เพื่อลอกชั้นแว๊กซ์เก่าออกก่อน พื้นผิวจะได้เรียบสม่ำเสมอ และให้ลงแว๊กซ์เคลือบสีรถซ้ำอีกครั้งค่ะ เพื่อให้รอยนั้นหายไป


    6 ขยันหมั่นทำความสะอาดรถอยู่เสมอๆ ล้างและเช็ดให้แห้ง ถือว่าเป็นวิธีเบื้องต้นในการดูแลรถสีดำของคุณให้เงางามได้ตลอดเหมือนกันนะคะ เพราะรถสีดำแค่ขับเส้นทางสั้นๆ ฝุ่น เขม่าควัน ก็มาเกาะได้แล้ว

ห็นไหมว่าการดูแลรักษารถสีดำให้เงางามอยู่เสมอไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ ถ้าคุณใส่ใจและหมั่นที่จะทำความสะอาดปกป้องสีรถเป็นประจำและถูกวิธี

9.11.63

พ่อคาใจ พลทหารดับปริศนาในห้องน้ำค่ายทหาร หลังหนีออกไปหาแฟน

 

 พ่อคาใจ พลทหารดับปริศนาในห้องน้ำค่ายทหาร หลังหนีออกไปหาแฟน

พลทหารดับปริศนา หลังหนีค่ายไปหาแฟน เจ้าหน้าที่ตามตัวกลับมาได้ ถูกขัง-ลงโทษ พบอีกทีกลายเป็นศพในห้องน้ำ ด้านพ่อคาใจ ลูกไม่น่าคิดสั้น ทำร้ายตัวเอง

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 ที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดรับแจ้งมีทหารเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำกองรักษาการค่ายประเสริฐสงคราม ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนพร้อมด้วยแพทย์ และหน่วยกู้ภัยอโสก ได้ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นห้องคุมขัง ภายในห้องน้ำพบร่างของนายทหารคนหนึ่งอายุ 22 ปี เสียชีวิตในท่ายืน แพทย์คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

ต่อมา เวลา 17.30 น. วันเดียวกัน มีหญิงอายุ 27 ปี บอกว่าเธอเป็นแฟนสาวของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติกว่า 10 คนเดินทางไปที่ห้องเก็บศพ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และขอให้พนักงานสอบสวน ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เนื่องจากติดใจสาเหตุการตาย

แฟนสาว เล่าว่า นายทหารคนนี้มีชื่อว่า พลทหาร พิชวัฒน์ อายุ 22 ปี เข้ารับราชการทหารกองเกิน รุ่น ปี 2562 ผลัดที่ 1 และจะปลดประจำการวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้หนีค่ายออกไปช่วงวันลอยกระทง ไปหลบอยู่บ้านปู่ เพื่อออกมาหาเธอ วันที่ 5 พ.ย.63 มีเจ้าหน้าที่ทหารออกไปตามที่บ้านปู่ จนพบผู้ตาย ซึ่งในระหว่างนั้นเธอก็อยู่ด้วยและบอกผู้ตายว่าให้กลับเข้าค่าย เพราะเดี๋ยวปีหน้าก็ปลดแล้ว ก่อนจะเดินทางไปส่งผู้ตายกลับเข้าค่าย ในวันที่ 6 พ.ย.63 เวลา 21.30 น.

แต่ก่อนที่จะกลับเข้าไปในค่ายนั้น ผู้ตายก็ได้บอกแฟนสาวว่า ไม่อยากกลับเข้าค่ายเพราะกลัวโดนลงโทษและบอกว่าอยากได้โทรศัพท์มือถือ เธอจึงรับปากว่า เลิกงานแล้วจะเอาเข้ามาให้ที่ ค่าย แต่สุดท้ายก็ไม่ทันได้เจอหน้า หลังทราบข่าวว่าพลทหารเสียชีวิตแล้ว

หลังทราบข่าว เธอและญาติๆ ก็ต่างรีบมาที่โรงพยาบาล เพื่อขอดูศพ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งว่าไม่สามารถให้ดูหรือแตะต้องศพ ต้องเป็นหน้าที่ของแพทย์และตำรวจเท่านั้น แม้กระทั่งศพมาถึงโรงพยาบาล ก็ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารมายืนเฝ้าศพ ไม่ให้ญาติได้เข้าใกล้ศพแม้แต่น้อย โดยบอกเพียงว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเอง

ซึ่งก่อนหน้านี้ พลทหารรายนี้ไม่เคยบ่นปัญหาอะไรให้ฟัง วันที่กลับเข้าค่ายก็ยังพูดคุยกันปกติ แต่แฟนสาวสงสัยว่าทำไมก่อนกลับเข้าค่าย พลทหารถึงมีคำพูดว่าไม่อยากกลับ กลัวจะโดนลงโทษ วอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยไขข้อข้องใจ

เปิดไทมไลน์ พลทหาร พิชวัฒน์ ก่อนกลายเป็นศพดับปริศนา

ซึ่งล่าสุดวันนี้ (7 พ.ย.63) มณฑลทหารบกที่ 27 ได้เปิดเผยไทมไลน์ของ พลทหารพิชวัฒน์ จากกรณีนี้ว่า พลทหาร พิชวัฒน์ ได้ขาดจากหน่วยในระหว่างการลาพักบ้าน โดยหน่วยได้ติดตามตัวไปยังภูมิลำเนาและนำกลับมายังต้นสังกัดคือ ร้อย.มทบ.27 เมื่อวันที่ 24 ต.ค.63 เมื่อกลับมายังหน่วยต้นสังกัดแล้ว หน่วยจึงได้ลงทัณฑ์ตามระเบียบ โดยขังที่กองรักษาการณ์ ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.63 จนถึง 30 ต.ค.63 ในระหว่างถูกขังนั้น ได้ทำการอบรมสั่งสอนและให้บำเพ็ญประโยชน์ที่โครงการทหารพันธุ์ดี ในห้วงเวลาราชการของทุกวัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.63 พลทหารพิชวัฒน์ ได้หลบหนีออกจากหน่วยในระหว่างการปฏิบัติงานที่โครงการทหารพันธุ์ดี หน่วยจึงได้ติดตามตัวโดยติดต่อญาติ วันที่ 5 พ.ย.63 ญาติได้แจ้งให้หน่วยไปรับตัวพลทหารพิชวัฒน์ เพื่อนำตัวมาที่หน่วยโดยญาติมาส่งด้วย เดินทางมาถึงค่ายเมื่อเวลา 21.00 หน่วยจึงได้คุมตัวไว้ที่กองรักษาการณ์ร่วมกับผู้ต้องโทษอีก 1 ราย คือ ส.ท.วัชริศ สังกัด รพ. ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ

วันที่ 6 พ.ย. 63 เวลาประมาณ 11.50 พลทหารพิชวัฒน์ได้เข้าห้องน้ำในห้องขัง เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร 12.00 น. พลทหารพิชวัฒน์ ยังไม่ออกจากห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงไขกุญแจห้องน้ำ เข้าไปดูจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว หน่วยได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย พนักงานสอบสวนสภ.เมืองร้อยเอ็ด,เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง,อัยการจังหวัดร้อยเอ็ดและ นพ.นิติเวช รพ.ร้อยเอ็ด พร้อมทั้งได้แจ้งญาติให้เดินทางมาร่วมชันสูตรพลิกศพ ณ ที่เกิดเหตุ

เวลา 15.00 น. ญาติยังเดินทางมาไม่ถึง เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบว่า เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศ จากรอยรัดบริเวณลำคอและไม่พบบาดแผลจากการประทุษกรรมแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้นำศพไปไว้ที่ห้องเก็บศพ รพ.ร้อยเอ็ด ทั้งนี้เนื่องจากเกรงว่าสภาพของศพจะเปลี่ยนแปลง

เวลา 17.00 น. ญาติได้เดินทางมาถึงห้องเก็บศพ รพ.ร้อยเอ็ด เจ้าพนักงานสอบสวน, ผู้แทน มทบ.27 และเจ้าหน้าที่รพ.ร้อยเอ็ด จึงให้ญาติตรวจสภาพศพเบื้องต้น พร้อมทั้งชี้แจงให้ญาติทราบ ถึงบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพ และเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ได้อำนวยความสะดวกนำศพไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 7 พ.ย.63 ทั้งนี้หน่วยจะอำนวยความสะดวก ดูแลสิทธิและการจัดงานฌาปนกิจศพให้ดีที่สุดเสมือนคนในครอบครัวต่อไป

นี่คือข้อมูลจาก มณฑลทหารบกที่ 27 ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งขณะนี้ครอบครัวของพลทหาร เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด แล้ว เหตุเพราะคาใจที่หน่วยส่งศพไปชันสูตรไม่ถามครอบครัว เพราะครอบครัวอยากให้สถานบันนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ แต่ทางหน่วยส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งพ่อย้ำว่า “ลูกชายไม่มีเรื่องกังวลถึงขนาดต้องคิดสั้น”

 

CR.sanook

 

ลูกชายวัย 16 ปี ใช้มีดแทงแม่ขณะนอนหลับ 12 แผล อาการสาหัส

 

ลูกชายวัย 16 ปี ใช้มีดแทงแม่ขณะนอนหลับ 12 แผล อาการสาหัส

สลด! ลูกชายวัย 16 ปี ใช้มีดจ้วงแทงแม่ขณะนอนหลับ 12 แผล อาการสาหัส ทั้งที่แม่เพิ่งกลับจากกาตาร์มาอยู่ด้วยกันแค่ 10 วัน

เกิดเหตุที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ น้องเกว ลูกชายอายุ 17 ปี ซึ่งติดเกมงอมแงม ใช้มีดทำครัว จ้วงแทงแม่ อายุ 34 ปี ที่เพิ่งกลับมาอยู่บ้านด้วยกันแค่ 10 วัน ขณะที่แม่กำลังนอนหลับสนิทได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกแทงทั่วร่าง 12 แผล และแทบไม่มีใครทราบสาเหตุเพราะไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกัน คาดสาเหตุอาจจะมาจากการเล่นเกม ซึ่งเป็นเกมประเภทใช้ความรุนแรง

ยายเผยแทบไม่รู้ว่าสาเหตุที่น้องเกว แทงแม่เพราะอะไรเพราะไม่ได้มีเรื่องทะเลาะหรือดุด่าอะไรกันเลย อยู่กันตามปกติโดยแม่ซึ่งทำงานอยู่ต่างประเทศที่ประเทศกาตาร์เพิ่งกลับมาอยู่กับลูกชายได้เพียง 10 วันเท่านั้น และกำลังจะทำน้ำพริกขายกับลูกชาย เพราะไม่ต้องการให้ลูกชายใช้เวลาอยู่กับเกมมากเกินไป

เนื่องจากน้องเกวติดเกมงอมแงมและหนักมาก จะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องทั้งวันทั้งคืน จะลงมาเฉพาะตอนที่เอาข้าวเอาน้ำไปกินเท่านั้นไม่เคยออกจากบ้าน และกลางคืนแทบไม่ได้นอนเล่นแต่เกม บางครั้งก็มีอารมณ์รุนแรงระหว่างการเล่นเกมใส่อารมณ์กับเกมจนเสียงดัง

ทางด้านคดี พ.ต.ท.พันธนันท์  ภักดีดำรงทรัพย์  รองผู้กำกับการสืบสวนสภ.คอหงส์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวน้องเกว ทั้งที่บ้านปู่และบ้านญาติที่สนิทแต่ก็ยังไม่พบตัว คาดว่าน่าจะหนีไปอยู่กับเพื่อน

แต่จากการให้ปู่โทรไปหาพบว่าโทรศัพท์ยังเปิดเครื่องแต่ไม่ยอมรับสายจึงได้ประสานญาติของน้องเกว ให้พยายามติดต่อเพื่อพาเข้ามอบตัว ซึ่งคดีนี้ผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชนในทางคดีจะต้องประสานกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพมาสอบสวน และใช้ความละมุนละม่อมในดำเนินการเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับจิตใจ

 

CR.sanook

ท่าออกกำลังกาย ช่วยเสริมสร้างน้องชายให้แข็งแรง!

 


 ท่าออกกำลังกาย ช่วยเสริมสร้างน้องชายให้แข็งแรง!

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง กระชับ ดู Handsome ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยส่วนมากผู้ชายหลายคนมักนิยมบริหารหน้าท้อง อก และแขน เป็นหลักๆ เพราะบริเวณเหล่านี้ ช่วยเสริมให้รูปร่างดูดีขึ้นได้ไม่ยาก เป็นที่ดึงดูดสายตาอย่างชัดเจน แต่นอกจากเหลือบริเวณเหล่านี้ ที่จะดึงดูดสายตาของสาวๆ แล้ว เราแนะนำอีกหนึ่งจุดที่คุณไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด คือ บริเวณก้น สะโพก และน้องชาย! ยิ่งถ้าส่วนเหล่านี้แข็งแรงดีมากเท่าไหร่ ความมันส์เรื่องบนเตียงก็ยิ่งดีมากเท่านั้น!

วันนี้เราจัดมาให้แล้วกับ ท่าออกกำลังกาย ช่วยเสริมสร้างน้องชายให้แข็งแรง ซึ่งแต่ละท่าไม่ยากอย่างที่คิด เบสิค และสามารถทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ! ถึงแม้คุณจะไม่ใช่คนที่เข้าฟิตเนสทุกวัน คุณก็สามารถออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างน้องชายให้แข็งแรงได้ไม่ยาก เพราะแต่ละท่าไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เลย และสามารถเลือกเวลาออกกำลังกายได้ตามต้องการอีกด้วย

1. PUSH UPS

Push Up หรือภาษาไทยง่ายๆ คือ การวิดพื้น ท่าออกกำลังกายเบสิคพื้นฐาน ที่หลายคนเคยผ่านมา สำหรับท่านี้ ต้องนอนคว่ำยืดตัวตรง วางเท้าทั้งสองข้างออกกว้างประมาณหัวไหล่ และวางมือทั้งสองมือลงบนพื้น ขนานมือให้กว้างเท่ากับไหล่ จากนั้นยกลำตัวขึ้นโดยใช้มือดันแขนให้เหยียดตรง ส่วนลำดับการลงให้ค่อยๆ งอแขน เพื่อลดลำตัวลงบริเวณหน้าอกจนเกือบแตะพื้น ทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา อาจจะจับเวลา หรือนับจำนวนครั้ง 10, 20, 30 เพิ่มไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันเท่าที่ตนเองไหว ท่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขน, อก และหัวไหล่ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในท่ามิชชันนารียามออกศึกอีกด้วย

2. SQUAT

Advertisement

ท่าออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างแท้จริง แถมยังเป็นท่าที่ทำง่ายมากอีกด้วย เพียงแค่ยืนตรง ยื่นมองออกมาด้านหน้าทั้งสองข้าง 90 องศา กับลำตัว วางเท้าความกว้างประมาณหัวไหล่ และเริ่มเคลื่อนไหวโดยการย่อลง รักษามุมของลำตัวไม่ได้หลังงอ ย่อลงในลักษณะท่านั่งยอง ไม่ได้สุดถึงพื้น แล้วยกลำตัวขึ้นช้าๆ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ นับจังหวะ 1 2 3 ให้ดี แนะนำยกละ 10 ครั้ง วันละ 3 – 5 ยก กำลังดีเลยล่ะครับ ท่า Squat ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อช่วงล่างได้ดีมาก สามารถทำควบคู่กับการถือดัมเบล เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อช่วงแขนอีกก็ได้

3. LUNGE

อีกหนึ่งท่าออกกำลังกาย ที่เน้นเสริมกล้ามเนื้อช่วงล่างเป็นพิเศษ ท่า Lunge ดูเป็นท่าที่ทำง่ายเหมือนไม่ต้องออกแรงใดๆ มากมาย แต่สามารถเพิ่มความแข็งแรงได้ดีมากไม่แพ้กับท่า Squat โดยเปลี่ยนการย่อตัว ย่อขาทั้งสองข้างพร้อมกัน มาเป็นการยืนตรง มือสองข้างเท้าเอวไว้ แล้วก้าวขาออกมาทีละข้าง สลับย่อในมุม 90 องศา ส่วนอีกข้างหนึ่งให้ย่อไปที่ด้านหลังเป็นมุมเช่นกัน

4. CRUNCHES

ท่านี้มีวิธีทำเช่นเดียวกันกับการซิทอัพ ต่างกันตรงที่ไม่ต้องยกลำตัวขึ้นมาจนสุด โดยนอนหงายราบกับพื้น ประสานมือสองข้างไว้ที่ท้ายทอย หรือหน้าอก หรือจับไว้ที่ใบหูก็ได้ ขาสองข้างตั้งชันขึ้นมา งอเข่าทำมุมประมาณ 90 องศา จากนั้นงอลำตัวขึ้นมา โดยยกขึ้นเฉพาะส่วนบน ต้นคอกับหัวไหล่ ให้ส่วนหลังอยู่ติดกับพื้น ทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง การทำท่านี้หน้าท้องจะมีความเกร็งส่วนหน้าท้อง ลงไปถึงช่วงล่างบริเวณน้องชายอีกด้วย ช่วยเสริมสร้างให้หน้าท้องและน้องชายแข็งแรง ดูดี ก่อนออกศึกลองออกกำลังกายท่า Crunches รับรองฟิตเลยครับ

 

CR.Sanook.com

 

 

28.10.63

ทวีเครนขนส่ง เราให้บริการ รถเฮี้ยบราคาถูก รถเครนราคาถูก ทั่วไทย

     


ทวีเครนขนส่ง เราให้บริการ รถเฮี้ยบราคาถูก รถเครนราคาถูก รถบรรทุกติดเครนราคาถูก ขนาด3-6ตัน พร้อมอุปกรณ์การยก อุปกรณ์รัด มีผ้าใบคลุม โดยทีมงานมืออาชีพผ่านการฝึกอบรมเซฟตี้ รถมีใบปจ.2 ใบเซอร์คนขับ พร้อมให้บริการตลอด 24 ชม.ทุกวัน

        เราพร้อมให้บริการไม่ว่า จะใช้ขนของที่มีน้ำหนัก เช่น รถเฮี๊ยบยกเครื่องจักร รถเฮี๊ยบยกอุปกรณ์ก่อสร้าง รถเฮี๊ยบยกตู้คอนเทนเนอร์ รถเฮี๊ยบยกม้วนสายไฟ รถเฮี๊ยบยกต้นไม้ใหญ่ รถเฮี๊ยบยกโครงหลังคา รถเฮี๊ยบยกเหล็ก รถเฮี๊ยบยกอิฐมวลเบา รถเฮี๊ยบยกอิฐบล็อก และใช้งานในด้านอื่นๆอีกมากมาย เราพร้อมและยินดีให้บริการด้วยใจคับ














 

ทวีเครนขนส่ง มีรถรับจ้างให้บริการเต็มพื้นที่ ครอบคลุมทุกจุดทั่วประเทศไทย ทั่วราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็น

          –รถรับจ้างภาคเหนือ
          –รถรับจ้างภาคใต้
          –รถรับจ้างภาคตะวันออก
          –รถรับจ้างภาคตะวันตก
          –รถรับจ้างภาคอีสาน
          –รถรับจ้างสำหรับ กทม. และปริมณฑล

 

18.10.63

เคล็ดลับป้องกันรถไม่ให้เป็นสนิม

 

 เคล็ดลับป้องกันรถไม่ให้เป็นสนิม

 กว่าจะได้รถมาสักคันไหนจะต้องเก็บตังซื้อเป็นระยะเวลานานแล้วเมื่อใช้ไปนานๆ ความผูกพันที่คุณมีกับรถก็มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นคุณคงไม่ต้องการให้รถดูเก่าเร็วและมีสนิมขึ้นเพราะรถทำมาจากโลหะซึ่งแน่นอนว่าสามารถมีสนิมขึ้นได้หากไม่ดูแลให้ดี การป้องกันรักษารถไม่ให้ขึ้นสนิมควรมีหลักการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อให้รถของคุณคงสภาพใหม่และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานให้คุ้มกับการที่อดออมเงินซื้อ  ทางด้านล่างนี้คือวิธีการดูแลรถให้ใหม่และป้องกันไม่ให้รถขึ้นสนิม

วิธีป้องกันรถไม่ให้เป็นสนิม

    หลีกเลี่ยงนำรถไปจอดแถบทะเล
ความเค็มของน้ำทะเลทำให้รถเกิดสนิมโดยเฉพาะช่วงล่างหรือตัวถังรถและนานเข้าจะทำให้รถผุพัง ดังนั้นหากคุณไปเที่ยวทะเลคุณไม่ควรจอดรถริมทะเลเป็นระยะเวลานานอย่างเป็นอาทิตย์ เป็นต้นแต่หลายๆ คนไปเที่ยวทะเลแค่เพียงระยะเวลา 2-3วันเพียงเท่านั้น จึงไม่น่ากังวลใจเพราะรถสมัยใหม่มีการเคลือบเหล็กที่ตัวถังและเคลือบสีที่ดี

 

    ล้างอัดฉีดรถหลังไปเที่ยวทะเล
หากคุณกังวลใจว่าความเค็มจะเกาะติดรถ เมื่อขับรถกลับจากการไปเที่ยวทะเลแล้ว คุณควรนำรถไปล้างอัดฉีดให้เรียบร้อยที่ศูนย์ล้างรถ โดยแรงอัดฉีดจะสามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกมุม โดยเฉพาะเศษกรวดหินทรายที่ติดอยู่ใต้ท้องรถหรือภายในซอกล้อให้หลุดออก ช่วยให้รถของคุณไร้จากไอความเค็มและกลับมาสะอาดได้อย่างหมดห่วง

    พ่นยากันสนิม
หากคุณอาศัยอยู่บนพื้นที่ใกล้ทะเล คงยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้รถของคุณโดนผลกระทบจากไอเค็มของทะเล วิธีการแก้ไขเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้คือ การพ่นกันสนิมบนรถให้ทั่วคันโดยเฉพาะช่วงถังรถและเคลือบสีรถอีกชั้นหนึ่ง อีกทั้งยังควรทำความสะอาดล้างรถอยู่เป็นประจำเพื่อไม่ให้ความเค็มของทะเลกัดกร่อนตัวถังรถให้เป็นสนิม

 

    เก็บรถในสถานที่ไม่ก่อให้เกิดสนิม

หลีกเลี่ยงการจอดหรือเก็บรถที่ใกล้พื้นที่เสี่ยงที่ทำให้รถเป็นสนิมอย่างที่ว่าไปแล้วอย่างระแวกทะเล นอกจากนี้สถานที่ที่ควรหลีกเลี่ยงคือสถานที่ที่ใกล้โรงงานเคมี เศษผงเหล็กอย่างโรงงานตัดเหล็ก และเม็ดซีเมนต์อย่างสถานที่ก่อสร้าง อีกทั้งยังไม่ควรจอดรถในที่ที่มีโคลนและหญ้าที่เปียกและรกรุงรังเพราะจะทำให้ถังรถเป็นสนิมได้ง่าย

 

    หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้เสาไฟฟ้า
    ไฟฟ้าที่มีสายไฟอาจทำให้รถโดนมูลสัตว์ต่างๆ ที่เกาะอยู่บนเสาไฟทำให้รถเสียหายเพราะมูลสัตว์อย่างนกเป็นของเหลวหากติดอยู่บนรถนานคงทำให้สีของรถชำรุดและหากเลอะตรงบริเวณที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดอย่างใต้ท้องรถ อาจทำให้เกิดสนิมได้หากไม่ได้รับการทำความสะอาดได้ทันเวลา

 

         อย่างไรก็ดี หลังการล้างรถเสร็จคุณควรเช็ดรถให้แห้งและไม่ควรปล่อยรถเปียกโชกให้แห้งเองเพราะอาจก่อให้เกิดสนิมได้เช่นกัน อีกอย่างที่สำคัญคือ หากคุณล้างรถที่มีสนิมขึ้นเล็กน้อยได้ทันเวลาตามขั้นตอนการขจัดสนิมบนรถ คุณอาจสามารถกำจัดคราบสนิมบนรถได้ แต่การล้างรถที่มีสนิมนั้นอาจทำให้สนิมเลอะบนเสื้อผ้าได้ ดังนั้นคุณควรรู้จักวิธีขจัดคราบสนิมบนเสื้อไว้ด้วยเพราะอาจซักออกยากกว่าคราบอื่นๆอ่านต่อที่นี่สำหรับวิธีขจัดคราบสนิมบนเสื้อ  หมั่นตรวจสอบรถจุดที่คิดว่าน่าจะเกิดสนิมได้ง่ายบ่อยๆเพราะเราจะได้ดูแลได้ทันก่อนลุกลาม

 เพียงคุณระมัดระวังทำตามข้อห้ามต่างๆ ทางด้านบน รถที่รักของคุณก็จะแลดูใหม่ปราศจากสนิมได้และยืดอายุการใช้งานให้กับนรถไว้ได้นาน

9.10.63

สองนครคาเร้น บริการรถเช่า บริการรถให้เช่าขับเอง และพร้อมคนขับ พร้อมมีรถลีมูซีนจากสนามท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชใว้คอยบริการ

สองนครคาเร้น   รถเช่านครศรีธรรมราช รถเช่าสนามบินนครศรีธรรมราช บริการรถเช่า บริการรถให้เช่าขับเอง และพร้อมคนขับ พร้อมมีรถลีมูซีนจากสนามท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชใว้คอยบริการ

ในยุคที่ทุกคนเดินทางไปต่างจังหวัดไม่ต้องขับรถไปเองให้นั่งเครื่องไปหาเช่ารถเอาข้างหน้าได้สบายๆ  สองนครคาเร้น.com บริการให้เช่ารถขับเอง หรือ พร้อมคนขับรถ



“เพราะความสุข และความปลอดภัยในการเดินทางของท่านคือหน้าที่ของเรา” เรามีรถใว้คอยให้บริการลูกค้าเพียงพอต่อความต้องการ รถเช่านครศรีธรรมราช

♠ สองนครคาเร้น: บริการให้เช่ารถเก๋ง 4ประตู 5ประตู หลายรุ่นให้เลือก

♠ สองนครคาเร้น: ให้บริการรถเพื่อใช้ในการเดินทางแก่ทุกๆท่านสู่งจุดหมายปลายทาง พวกเรามีความตั้งใจในการคัดเลือกยานพาหนะที่เรามั่นใจว่าปลอดภัยที่สุดให้กับลูกค้าของเรา เพราะสำหรับเราแล้วความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับทุกท่านคือหน้าที่ของเราที่จะต้องดูแลให้ดีที่สุด

♠ สองนครคาเร้น: เราใส่ใจในทุกๆขั้นตอนของการเดินทาง รวมไปถึงจุดหมายปลายทางเพื่อให้ท่านได้รับความสะดวกสบาย และสร้างความประทับใจในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

♠ สองนครคาเร้น: ให้บริการรถลีมูซีนสุดหรูเพื่อเดินทางจากสนามบิน สำหรับการเดินทาง หรือเพื่อความหรูหราในการรับส่งคุณจากสนามบิน ไปโรงแรมหรือที่ที่คุณอยากไป


ติดต่สอบถามข้อมูล


ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล www.สองนครคาเร้น.com หรือจองรถล่วงหน้าผ่านช่องทางข้างล่างหรือ ต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการเช่ารถ หรือคนขับรถ เรดราคาเท่าไหร่สามารถแจ้งรายละเอียดได้ครับ



 

7.10.63

เคล็ดลับการออมเงินอย่างไรให้สำรองไว้ใช้ตลอดชีวิต คนมีหนี้ก็ทำได้

 


 เคล็ดลับการออมเงินอย่างไรให้สำรองไว้ใช้ตลอดชีวิต คนมีหนี้ก็ทำได้

       ข้าวของราคาแพง ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น สินค้าก็มีแต่ขึ้นราคา แต่เงินเดือนไม่ยักขึ้นตามสุดท้ายก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน มีหนี้บัต รเค ร ดิตพ่วงย าวเป็นวา เงินออมไม่ต้องพูดถึงจริงๆ แล้วการออมเงินไม่ได้เป็นเรื่องย ากนะคะบางคนเป็นหนี้อยู่ก็ยังออมเงินได้ เพียงแต่ว่าเราจะต้องตั้งใจทำนิดนึงค่ะ วันนี้เรามาดู 9 วิธีการออมเงินง้ายง่าย เป็นคนเก็บเงินไม่เก่งก็ทำได้

1. พกเงินน้อยลง

หากเราเป็นอีกคนที่ใช้เงินเก่ง เก็บเงินไม่เก่ง มีเท่าไหร่ใช้ได้หมดเท่านั้น แปลว่าเราเป็นคนพกเงินเยอะ ก็ใช้เยอะ แล้วถ้าพกเงินน้อยล่ะ?
วิธีการ: พกเงินติดตัวจำนวนน้อยกว่าที่เคย อาจจะใช้ระบบการคำนวณค่าใช้จ่ายรายวัน ว่าเราใช้เงินต่อสัปดาห์เท่าไหร่ แล้วพกพอดีเท่านั้น ถอนเงินเป็นรายสัปดาห์แทนที่จะถอนเมื่อเงินหมด ก็จะสามารถช่วยคุณออมเงินได้เช่นกันค่ะ

2. งดใช้บัตรเคร ดิต

จำกัดการใช้บัต รเคร ดิตเพื่อชำระค่าใช้จ่ายประจำเดือนเท่านั้นแทนที่จะใช้บัต รเค ร ดิตในการซื้อสินค้าค่ะ
วิธีการ: ใช้บั ต รเ คร ดิตเพื่อการชำระค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ผ่อ นสินเชื่ อ หรือหากต้องซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ราคาแพงเช่นต้องซื้อตู้เย็นใหม่ เครื่องซักผ้า ฯลฯ ถึงใช้บั ตรเ ครดิ ตไม่ใช้บั ตร เค รดิ ตในการช็อปปิ้งสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าจุกจิกค่ะ

3. เก็บก่อนใช้

วิธีนี้ เป็นวิธีการเริ่มต้นง่ายๆ ของคนอย ากมีเงินออมค่ะ ใครๆ ก็ทำได้ เห็นผลง่าย แต่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้นะคะ
วิธีการ : เมื่อเงินเดือนออกแบ่ง 10% ของเงินเดือนเพื่อเป็นเงินออมทันที และเงินก้อนนี้เพื่อการออมอย่ างเดียวเท่านั้นนะคะ ห้ามเอาออกมาใช้เด็ดขาดส่วนที่เหลือ ก็แบ่งเป็นส่วนๆ เพื่อจ่ายหนี้จ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือนต่างๆ และใช้จ่ายประจำวัน วิธีการออมเงินแบบนี้เป็นวิธีที่จะสามารถช่วยเราสร้างวินัยในการออมเงินได้ค่ะ

4. เก็บแบงค์ 50 บาท

เป็นวิธีออมเงินที่ง่ายอีกอย่ างที่เราสามารถทำได้วันนี้เลยนะคะ เก็บแต่แบงก์ 50 บาทค่ะ
วิธีการ: ได้แบงก์ 50 บาทมาเมื่อไหร่ เก็บเมื่อนั้น ซุกไว้ในมุมมื ดของกระเป๋ าตังค์ กลับบ้านก็เอาไปหยอดใส่กระปุกสมัยนี้แบงก์ 50 บาทก็เรียกได้ว่ายังเป็นแบงก์ที่ได้ไม่บ่อย คนใช้ไม่เยอะ คิดซะว่าเป็นของหาย าก ต้องเก็บรักษา บางคนใช้วิธีนี้เก็บเงินได้เป็นหมี่นๆ นำเงินเก็บไปเที่ยวต่างประเทศได้เลยก็มีค่ะ

5. เปิดบัญชีฝากประจำระยะยาว

หากเราเป็นคนที่ใจอ่อนกับตัวเอง วิธีการบังคับตัวเองให้ออมเงินอีกอย่ าง คือการเปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะย าว อาจจะเริ่มที่ 5 ปีก่อน แล้วค่อยขยับขย ายก็ได้ค่ะ
วิธีการ: เปิดบัญชีเงินฝากประจำ เริ่มต้นที่ฝากประจำเป็นเวลา 5 ปี แล้วฝากเงินจำนวนเท่าๆ กันในบัญชีนั้น ทุกๆ เดือนโดยใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติตามจำนวน และระยะเวลาที่เราต้องการ แล้วนำฝากเข้าบัญชีฝากประจำทุกเดือนเพราะว่าบัญชีเงินฝากประจำเราจะไม่สามารถนำเงินออกมาได้จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา

6. หยอดกระปุกออมสิน

หยอดกระปุก เรื่องเด็กๆ แต่บางคนหยอดกระปุกก็จริงแต่ก็แคะกระปุกมาใช้ตลอด แบบนี้ก็เก็บเงินไม่อยู่เหมือนกันนะคะจริงๆ แล้วการหยอดกระปุก จะให้ดี เราควรทำการแบ่งกระปุกออกเป็นหลายๆ จุดประสงค์ แต่ละกระปุกก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไปค่ะ
วิธีการ : หากระปุกออมสินมาหลายๆ ใบ นำกระดาษเขียนจุดประสงค์การเก็บเงินของแต่ละกระปุกมาแปะไว้ที่กระปุกเช่น สำหรับเที่ยวสงกรานต์ปี 64 ซื้อนาฬิกาใหม่ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ ซื้อแ ล็บท็อ ปใหม่ เป็นต้นอย่ าลืมแบ่ง 1 กระปุกไว้สำหรับการออมเงินด้วยนะคะ คุณอาจจะแบ่งหยอดกระปุก วันละ 10-20 บาทต่อกระปุก

หยอดโดยแบ่งจากจำนวนเงินที่เหลือใช้รายวัน รายสัปดาห์ก็ได้ค่ะ ทีนี้ก็มีเงินสะสมเพื่อใช้ซื้อโน่นนี่แล้ว ยังมีแบ่งเงินหยอดกระปุกสำหรับการออมเงินอีกด้วยค่ะ ได้ประโยชน์รอบตัวเลย

7. ไม่ยึดติดแบรนด์เนม

พวกเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบรนด์เนมก็ได้นะคะ เลือกยี่ห้อที่ราคาดี คุณภาพดี คุ้มค่ากับราคา ใช้งานได้นานๆ จะดีกว่าเลือกของแพงๆ เพราะจะได้ใช้แล้วดูดีค่ะ
วิธีการ : เลือกสินค้า ของใช้ที่คุณภาพ และความเหมาะสมของคุณภาพและราคา โดยใช้จุดประสงค์ที่เราต้องการซื้อเป็นหลักหากเราเป็นนักธุรกิจอาจจะลงทุนเพื่อสั่งตัดชุดทำงานชุดเก่งสัก 2 ชุดที่ดูดี เวลาเราต้องออกไปพบลูกค้า หรือหุ้นส่วน หรือเข้าประชุมส่วนนอกจากนั้น อาจจะซื้อเสื้อโปโล หรือเสื้อเชิ้ ตที่ดูดี ไม่ได้ต้องแพงใส่วันทำงานธรรมดาแทนก็ได้ค่ะ

8. เอาชนะใจตัวเอง

สิ่งที่ย ากที่สุดสำหรับการออมเงิน คิดว่าคงเป็นการเอาชนะใจตัวเอง ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่เอาเงินในกระปุกออกมาใช้จ่ายแต่จะทำยังไงล่ะถึงจะบังคับตัวเอง สร้างวินัยในการออมเงินใหม่ได้?
วิธีการ : สร้างเป้าหมายระยะย าวสำหรับการออมเงินให้ตัวเอง ว่าเราต้องการออมเงินเพื่ออะไร ซื้อบ้าน ซื้อรถ ดูแลครอบครัว ซื้อคอนโด ฯลฯ มีเป้าหมายชัดเจนในการออมเงิน แล้วใช้เป้าหมายนี้เตื อนตัวเองว่าเราต้องออมเงินไปเพื่ออะไรหากเรามีเป้าหมายชัดเจนสำหรับการออมเงิน ว่าเราต้องการออมเงินไปเพื่ออะไรแม้ว่าจะเป็นการออมเงินเพื่อการมีเงินสะสม เพื่ออนาคตที่สุขสบาย ก็ยังเป็นเป้าหมายที่ดีค่ะ

แล้วเราก็ใช้เป้าหมายเหล่านี้แหละค่ะมาเตือนตัวเองเวลาเราคิดจะแคะกระปุกเอาเงินไปใช้ ว่าเราอุตส่าห์อดทนออมเงินเพื่ออะไรกันแน่พอเรานึกถึงเป้าหมายแล้ว รับรองว่าสามารถเอาชนะใจตัวเองได้แน่นอนค่ะ

9. ลดค่าใช้จ่าย

วันๆหนึ่ง คนทำงานต้องกินต้องใช้ กาแฟ ชา ขนม นม เนย ของขบเคี้ย วแก้ง่วง ถ้าซื้อบ่อยซื้อประจำก็เปลืองเงิน อะไรลดได้ก็ลดดีกว่าค่ะ ถือซะว่าเป็นการลดน้ำหนักไปในตัวด้วยเลย

วิธีการ : ลดการซื้อชา กาแฟ เปลี่ยนมาซื้อชาเป็นกล่อง กาแฟผงชงเอง ลดปริมาณขนมขบเคี้ยวที่รับประทานประจำวัน วางแผนอาหารการกินของตัวเองจริงๆ แล้วหากเราทำกับข้าวเองอยู่แล้ว เราก็สามารถทำกับข้าวเพิ่มตอนกลางคืน แล้วนำที่เหลือใส่กล่องมารับประทานที่ออฟฟิศแทนก็ได้นะคะ
เป็นการลดค่าใช้จ่าย แถมได้กินคลีน กินอาหารดีๆ อีกด้วยค่ะ แล้วก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มสิ่งที่เราทำประจำวันแต่อย่ างใดเลยด้วยค่ะจริงๆ แล้วคนทุกคนสามารถเก็บออมเงินได้ทุกคนนะคะ เพียงแค่เราจะต้องตั้งใจสร้างวินัยในการออมเงินของเราให้ได้เสียก่อนตั้งใจว่าจะเก็บเงินจริงจัง ตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ตัวเอง แล้วใช้เป้าหมายนี้ล่ะค่ะในการเตือนตัวเอง เราก็จะสามารถเก็บออมเงินได้อย่ างแน่นอนค่ะ

ที่มา ละมุนละไม